“ขออนุญาตเอาไปขายนะคะ จะได้เอาเงินไปซื้อหนังสือให้เด็ก ๆ “

แทนที่จะกลับบ้านไปพัก   ผมกลับยืนยันที่จะนั่งทำงานอย่างเงียบ ๆ คนเดียวในห้องหับอันกว้างใหญ่ของสำนักงาน   เพียงเพราะอยากมีเวลาส่วนตัวได้ทำงานที่คั่งค้างมาตลอดวัน  รวมถึงการมีเวลาที่จะได้สำรวจวิถีของวันนี้ว่ามีเรื่องดี ๆ  กี่เรื่องที่พอจะนำมาเขียนเป็นบันทึกประจำวันในบล็อกของวันนี้

 

ผมตัดสินใจที่จะเขียนเรื่องผ้าป่าหนังสือ  หรือกิจกรรมสายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน ฯ  อีกครั้ง   ทั้ง ๆ ที่รู้แก่ใจว่า  บันทึกหลายบันทึกในระยะหลังนั้นโน้มเอียงมาในเรื่องนี้มากจนแทบจะน่าเบื่อเลยก็ว่าได้

 

.....

 

เช้าวันนี้ผมและคนในครอบครัวตื่นสายอย่างน่าใจหาย   เหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่าหลายคนกลับบ้านดึกไปหน่อย   เพราะมัวแต่มานั่งคอยผมว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านพร้อมกันซะที 

แต่จนแล้วจนรอดในที่สุดก็จำต้องปลีกตัวกลับออกมาจากที่ทำงาน   โดยทิ้งให้ผมอยู่กับนิสิตอีกกลุ่มหนึ่งใหญ่เพื่อพุดคุยถึงโปรแกรมใหญ่ในการลงพื้นที่ตามโครงการค่ายเรียนรู้คุณธรรม  นำชีวิตพอเพียง  ซึ่งผมรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานสถาบันอย่างเบ็ดเสร็จ
  -

 

.....

 

 

 

เช้าวันนี้.  ทั้งคุณแดนไท  และเจ้านุ  (อติรุจ  อัคมูล)   มุ่งหน้าไปยังสำนักวิทยาบริการก่อนใครอื่น  โดยมีจุดหมายเพื่อไปเลือกเอาหนังสือมาสมทบกับส่วนที่มีอยู่   โดยมีนิสิตจำนวนหนึ่งไปช่วยจับ ๆ เลือก ๆ   แต่ก็เห็นได้ชัดว่าหนังสือเหล่านั้นอยู่ในสภาพที่เสื่อมทรุดมากแล้ว  จึงดูไม่เหมาะนักกับการนำมาสมทบกองผ้าป่าอย่างที่ใจหวัง

กระทั่งก่อนเที่ยงเล็กน้อยของวันนี้  ทั้งคุณแดนไท  เจ้านุ้ยและเจ้านุก็กลับมายังที่ทำงาน  พร้อมกับรายงานให้ทราบถึงสถานการณ์ของการคัดเลือกหนังสืออย่างน่าขันแบบข้น ๆ ในทำนองว่า

-          หนังสือเยอะมาก  แต่เก่า ๆ กันทั้งนั้น  ไม่รู้จะเอามาทำไม

-          หนังสือเยอะมาก  มีนิสิตไปรื้อค้นเอากลับไปอ่านกันเยอะแยะไปหมด

-          หนังสือเยอะมาก   แต่ดูแล้วไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่  จึงเปลี่ยนแผนไปขนเอากระดาษและนิตยสาร ฯ  กองโต ๆ  ขึ้นรถไปชุดใหญ่  แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านรับซื้อของเก่า  เพื่อชั่งกิโลขาย  เพื่อเอาเงินมาซื้อหนังสือใหม่ให้เด็ก ๆ  ซึ่งสรุปว่าได้เงินมาประมาณ  1,200  บาท


(กระดาษบรรจุถุงที่คุณแดนไทจะนำไปชั่งกิโลขายรอบ 2)

ผมฟังเรื่องราวเหล่านั้นอย่างขันขื่น.  แต่กลับเห็นได้ชัดว่า   เจ้าของเรื่องราวนั้นกลับดูรื่นรมย์และชื่นมื่นเป็นไหน ๆ .  
มิหนำซ้ำยังบอกกล่าวอย่างฉะฉานอีกรอบอบ่างหนักแน่นว่า 
ดีใจเหลือเกินที่ได้มีส่วนกับงานในครั้งนี้

และไม่นานนักคุณแดนไทผู้ซึ่งเป็นเพื่อนชีวิตของผมก็พาเจ้านุ้ยมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองจับจ่ายซื้อสอยหนังสือใหม่มาให้เด็ก ๆ  อย่างน่าขัน  และเมื่อกลับมาก็ไม่วายนำหนังสือเหล่านั้นมาอวดโฉมให้เราได้รับรู้ว่า เธอทำได้   (ไม่ใช่. เธอทนได้) 

แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะเปรยบ่นออกมาแบบขันขื่นว่า เงินตั้งพันกว่าบาท  ซื้อได้นิดเดียวเอง

 

ผมไม่พูดอะไรมาก  แต่ก็อยากจะบอกเธอ หรือแม้แต่น้อง ๆ  ที่ร่วมแรงใจกันในภาคเช้าว่า แค่นี้ก็หรูเลิศแล้ว.
 

เพราะจะมีใครสักกี่คนล่ะที่แต่งตัวซะหล่อ สวย  แต่กลับไปรื้อค้นกองหนังสือราวกับอยู่ในม่านฝุ่น  แถมยังตะลุยไปสู่ร้านขายของเก่าโดยไม่แยแสว่าชุดที่เขาและเธอใส่นั้นมันดูโก้หรูและขัด ๆ กับบรรยากาศอย่างเห็นได้ชัด

หนักกว่านั้น,  เธอยังไม่ปล่อยวางความตั้งใจของเธอเลยแม้แต่น้อย   ครั้นกลับมาถึงที่ทำงานแทนที่จะนั่งโต๊ะทำโน่นทำนี่อย่างที่เคยเป็น  แต่กลับเดินพล่านรื้อค้นทุกสิ่งอย่างที่เธอคาดหมายว่าขายแล้วได้ราคา  พร้อม ๆ กับจัดเรียงและยัดลงในถุงอย่างแน่นเหยียด   และไม่ลืมที่จะประกาศอีกรอบว่า  ขออนุญาตเอาไปขายนะคะ  จะได้เอาเงินไปซื้อหนังสือให้เด็ก ๆ

.....

ผมไม่รู้ว่าโชคดี หรือโชคร้าย.
แต่ในห้วงยามที่ไม่ใช่คนในสายบริหารเหมือนแต่กาลเก่า   แต่ในจังหวะชีวิตเช่นนี้ก็พลอยได้มีเพื่อนชีวิตหยัดยืนเคียงข้างอย่างไม่ลดละ  

 

เธอเข้าใจและเห็นใจในความศรัทธาที่ผมมีกับเรื่องบางเรื่อง  และบ่อยครั้งเธอก็พยายามอย่างเหลือเกินที่จะเข้ามาสู่ห้วงลึกของเรื่องนั้น   ทั้ง ๆ  ที่เธอเองก็รู้ว่า  มันยากมากที่จะเข้ามาสู่ห้วงนั้น ๆ ของผม

เช่นเดียวกับน้อง ๆ  ที่เป็นยิ่งกว่าลูกน้องก็ก้มหน้าก้มตาทำงานจนผมรู้สึกอายที่จะเป็นหัวหน้าพวกเขา.  เพราะตั้งแต่ที่เราแยกสายงานออกมา  เราก็มีกำลังพลเหลือเพียงแค่หยิบมือเดียว  การทำงานในแต่ละครั้งก็ดูจะหนักหน่วงกว่าเดิมอยู่หลายเท่าตัวนัก

(ส่วนหนึ่งของหนังสือที่ผมระดมทุนกันส่วนตัวซื้อในราคาพิเศษเพื่อให้ลูกหลานอีสานได้อ่านเรื่องราวพื้นถิ่นอีสานของตัวเอง  ซึ่งจัดทำโดยสโมสรนักเขียนอีสาน)


แต่ถึงอย่างไร.
การไปเยือนเด็ก ๆ  ในละแวกเด็กรักป่าในครั้งนี้กลับได้รับการตอบรับที่ดีจากคนในสายงานเก่า   เพราะบางคนก็บ่งบอกชัดเจนว่าอยากร่วมเดินทางไปด้วย   ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ในต่างกลุ่มงานก็เปรยบอกอย่างอาย ๆ ว่า
มีที่ว่างมั๊ย.  อยากไปด้วย

ผมดีใจอย่างสุดซึ้งกับความสนใจของบุคลากรที่ปรารถนาจะร่วมเดินทางไปกับเราในครั้งนี้
และภาวะเช่นนั้น  ก็เป็นเสมือนการให้เกียรติแก่เรา  รวมถึงเสมือนหนึ่งการให้เกียรติต่อเรื่องราวที่รอการแต่งเติมอยู่ในวันข้างหน้านั้น ๆ  อย่างเห็นได้ชัด

และโดยส่วนตัว  ผมก็อยากให้พวกเขาได้มีโอกาสได้ไปเรียนรู้และสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของกิจกรรมด้วยตัวของเราเอง  พร้อม ๆ กับการได้มีโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในมิติของเราเองและในมิติของเครือข่ายที่มาจากหลายแห่งหลายองค์กร

และโดยส่วนตัว.  ผมก็ปรารถนาให้พวกเขาได้รับโอกาสเช่นนี้ด้วยกันทั้งนั้น.  
แต่ในบริบทของหน้าที่ที่หลายคนต้องรับผิดชอบ  ก็ยังเป็นปัญหาต่อการเดินทางในครั้งนี้อยู่มาก  ผมจึงได้แต่ครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ ในตอนนี้ว่า  ผมจะหาทางออกให้กับใคร ๆ เหล่านี้อย่างไรดี

แต่พอหวนคิดได้ว่าพรุ่งนี้   มาเฟียแห่งวงการขายของเก่าอย่างคุณแดนไทจะสามารถต่อรองราคากระดาษเหล่านี้ได้กี่บาทกี่ตังค์กันแน่   
พอคิดเช่นนั้น   ผมเองก็อดที่จะยิ้มในแบบขัน ๆ  ไม่ได้ -
และนึกไม่ออกเลยว่า  พรุ่งนี้เธอจะแต่งชุดอะไร  และจะขนกระดาษถุงใหญ่เหล่านี้ไปสู่ร้านรับซื้อของเก่าด้วยรถยนต์คันใดกันเล่า..  


นั่นแหละคือสิ่งที่ผมเฝ้ามองอย่างชื่นชม 
แต่ถึงกระนั้น  ก็อดไม่ได้ที่จะขัน ๆ กับคลื่นบ้าอันระห่ำของเธอ..
คนอะไรไม่รู้  ทำงานห้าวห้วนราวกับผู้ชาย

 


แต่ก็ช่างเถอะ ..
เรามาคอยดูกันดีกว่าว่าพรุ่งนี้จะออกหัว  ออกก้อย ! ...
 - คุณแดนไท  เธอจะทำสถิติใหม่ได้หรือเปล่า
!
ผมลุ้น...
และเป็นกำลังใจให้เธออย่างเต็มที่ 
!