การภาวนาด้วยงาน จะได้คุณค่าสามอย่างหลัก ๆ
หนึ่ง “ได้งาน” ได้แน่ ๆ เพราะเราทำงาน ทำงานต้องได้งาน
สอง “ได้สมาธิ” ได้แน่ ๆ เพราะไม่มีสมาธิจะมีงานออกได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีสมาธิ เราก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน ทำไปสักพักก็เบื่อ เซ็ง เหนื่อย เครียด ไม่เอาเลิกดีกว่า จิตคิดไปโน่นไปนี่ ไม่สมาธิ คิดก็คิดไม่ออก
สาม “ได้จิต” งานที่ออกมาเป็นผลงานจากการพัฒนาของจิต งานที่ออกมาดี จิตดี งานที่ออกมาเลว จิตเลว งานที่ออกมาละเอียด จิตละเอียด
งานที่ออกมาวัดจิตส่วนหยาบ จิตส่วนหยาบพัฒนาดีแล้ว มากแล้ว จิตส่วนละเอียดจะเนียนขึ้น เนี๊ยบขึ้น
จิตจะนิ่งและแน่วแน่ได้ถ้าเริ่มต้นภาวนาด้วยงาน...
ได้ทั้งจิต ได้ทั้งสมาธิ ได้ทั้งงาน
ขอบพระคุณมากคะ ...
อยากให้ช่วยอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับ
จิตแบบหยาบ
จิตแบบละเอียด
คะ
ถ้ายังทำงานไม่ดี ล้างห้องน้ำไม่เอี่ยม ปูผ้าเช็ดเท้าไม่เรียบ ไม่กวาดห้อง เก็บผ้าปูที่นอน งานเหล่านี้เป็นงานของจิตอย่างหยาบ จิตภายนอก
ถ้าเรายังจัดการกับจิตอย่างหยาบให้ดีไม่ได้ ก็คงยากที่จะก้าวต่อไปถึงจิตแบบละเอียด...
ถ้าจิตละเอียดแล้ว สิ่งยุ่ง ๆ ไม่เรียบร้อย เราจะเห็น เห็นแล้วทำ แก้ไข และไม่มัวหาด้วยว่าใครทำเลอะ ใครทำเปื้อน เห็นแล้วทำ ทำอย่างมีความสุข
ถ้าจิตไม่ละเอียด จิตหยาบ จิตไม่ดี สิ่งเลอะ ๆ เทอะ ๆ ก็ปล่อยวาง (วางแบบควาย) เห็นอะไรก็เฉย ปล่อยมัน บ้านจะพังก็ปล่อยมัน จะเลอะก็ช่างมัน
จิตดีจะเห็นเอง เห็นด้วยตนเอง
มองงานภายนอกแล้วดี แสดงว่าจิตอย่างหยาบดี
จิตอย่างหยาบดี จิตละเอียดก็สบาย...
สาธุ
น้อมรับธรรมะค่ะ
สาธุ