การทำงานเพื่อสร้างความเพียรเป็นการสั่งสมบารมีนั้นรู้สึกดีและยังประโยชน์ได้มากกว่าทำงานเพื่อ “เงิน”

การทำงานเป็นสร้างความเพียร เราจะทำได้ไปเรื่อย ๆ ไม่เหนื่อยไม่หยุด
ยิ่งเหนื่อยยิ่งสู้ สู้เพื่อเร่งความเพียร สั่งสมบารมี อีกทั้งความรู้ที่ดี ๆ จะเกิดขึ้นในจิตในใจ

การสร้างความเพียรนั้นเป็นการทำงานด้วยความสบายใจ เป็นการทำงานเพื่อ “ให้ ให้ ให้ แล้วก็ให้”

ดีนะถ้าเราคิดว่าทำงานทุกวันนี้เป็นการทำความเพียร
ทำให้งานเป็นการฝึกฝนกายและใจของเรา
ฝึกความเข้มแข็งของจิตของใจ โดยเฉพาะเวลาที่ใคร ๆ มารบกวน มาบ่น มาดุ มาด่า มาว่า เวลานั้นยิ่งเป็นเวลาที่ทรงคุณค่าเพราะเราได้สร้างความเพียร เพียรที่จะยับยั้ง เพียรที่จะอดทนต่อความโกรธ ความโมโหต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

อีกทั้งเป็นการต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ชอบมาบอกเรา มาหลอกล่อเราให้หยุดเถอะ พักเถอะ เดี๋ยวเหนื่อย เดี๋ยวแย่นะ ถ้าเราหยุด เราพัก เราก็แพ้อยู่ร่ำไป
การพัก การหยุด เหมือนกับการให้อาหารกับกิเลส ให้กิเลสมีโอกาสได้กัดกิน ได้ทับได้ถมจนเกิดกองขี้เกียจกองใหญ่ให้มีขึ้นในจิตในใจ

เหนื่อยนัก สู้หน่อย คิดเสียว่าทำความเพียร
สู้ ๆ สู้ไว้ อีกไม่นานก็ข้ามได้เสียซึ่งความคิดที่ผิดแห่งจิตนั้น

จิตเรามันถูกหลอก ถูกบอกด้วยตัวรู้ ซึ่งตัวรู้นั้นมีทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ก็รู้ดี และรู้ชั่ว

ทุกวันนี้สังคมที่แข่งขันกัน สาดเทกิเลส ตัณหาใส่กัน ส่วนใหญ่เขาใส่ความรู้ที่หลอกลวง

หลอกให้เรารู้ว่า เหนื่อยนะ ต้องพักนะ ต้องนอนเท่านี้ชั่วโมง ต้องพักผ่อนด้วยการทำอย่างนี้ ต้องท่องเที่ยวไปตามสถานที่นั้น ความรู้พวกนี้ทำให้จิตเราหลง “หลงไปกับความรู้ชั่ว ๆ”
ความรู้ที่หลอกเพื่อหวังเอาเงินเรา ความรู้ที่หลอกเราให้ไปซื้อสินค้าเขา ความรู้ที่จะนำไปใส่ตัวรู้ให้จิต ความรู้ชั่ว ๆ ตัวนี้ต้องระวังให้มาก
เพราะความรู้ชั่ว ๆ นี้ เมื่อใส่นาน ๆ ไป ความรู้ชั่วกลายจะเป็นความรู้ดี
เพราะความรู้ชั่วเป็นประชาธิปไตย ใคร ๆ เขาก็รู้ ใคร ๆ เขาก็ทำกัน คิด พูด กันจนเป็นประชาธิปไตย ความชั่วจึงกลายเป็นความดี ความถูกต้องไปเสียหมด

การฝึกกาย ฝึกใจ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องทำ เพื่อสู้ เพื่อสร้างแรงกาย แรงใจให้ต่อสู้ได้เสียซึ่ง “กิเลส”
ต้องใช้ความเพียรเอาชนะกิเลสเสียบ้าง
ชนะบ้างแพ้บ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าแพ้เสียหมดทุกประตู

ลองฝืนใจ แข็งใจ สู้อีกนิด เพียรอีกหน่อย สู้เพื่อให้ชนะกิเลสบ้าง
ทำความเพียรเพื่อสร้างบารมี
ทำบารมีในด้านความอดทนให้เกิดขึ้นแก่จิตแก่ใจ
โดยเฉพาะอดทนต่อความรู้ชั่วที่สั่งสมอยู่ในจิตในใจของเรามานานแสนนาน

เร่งทำความเพียรเสียวันนี้ เพราะใครเล่าจะรู้ความตายแม้นพรุ่งนี้
สังขาร (ร่างกาย) นี้มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
จงทำประโยชน์ของตนให้ถึงพร้อม รวมทั้งทำประโยชน์ของส่วนรวมให้ถึงพร้อม
ท่านทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
นี้เป็นพระวาจาที่มีในครั้งสุดท้ายของพระตถาคตเจ้า...

(รูปภาพจาก www.palungdham.com/t877.html)