ในชีวิตของเราที่เกิดมาล้วนแล้วแต่มีความทุกข์ติดมาด้วย ทุกข์ที่ว่านั่นคือ ร่างกายที่จักต้องมี พบ เจอ ทุกข์จากการแก่ ทุกข์จากการเจ็บ และทุกข์จากการตาย

แต่ทุกข์เท่านี้ยังไม่เพียงพอ เราทั้งหลายยังเพิ่มทุกข์ด้วยการมีครอบครัว มีลูก มีภาระ มีพันธะต่าง ๆ อีกมากมายและหลายหลาย


ทั้งร่าง ทั้งงาน ทั้งเงิน ประเดประดังความทุกข์เข้ามาให้


เมื่อทุกข์มากเราทั้งหลายจึงหันหาสิ่งบำบัดให้คลายซึ่งทุกข์ทั้งหลายและทั้งปวง สิ่งเห็นว่าจะเป็นที่พึ่งได้ใกล้ตัวและเสนอหน้ามาให้เราคลายทุกข์ทั้งหลายชั่วคราว

ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า คอนเสิร์ต โรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้จิตนั้นหลุดออกจากความทุกข์ทั้งหลายได้ชั่วขณะ คือ ในเวลาที่อยู่ ดู ดม ชม ลิ้มรส ฟัง และ “เสพ” จิตเราจะหาย คลาย “ลืม” จากความทุกข์ทั้งหลายที่รายล้อม

เมื่อดูทีวี จิตเราก็จะจดจ้องอยู่กับทีวี
เมื่อฟังเพลง เราก็จะจินตนาการตามเนื้อเพลง คิดถึงอดีตหนหลังที่ยังฟังใจ
เมื่ออ่านหนังสือพิมพ์เราก็คิดนึกไปได้ไกล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนจะทำให้คลายได้เสียซึ่งจาก “ความทุกข์...”
หรือถ้าได้ไปเที่ยวก็หลุดไปได้นานหน่อย วัน สองวัน สามวัน หรือหนึ่งสัปดาห์ แต่กว่าจะได้มาก็ทุกข์แทบขาดใจ แถมกลับไปก็ต้องไปนั่ง ยืน เดินและนอนกอดความทุกข์อีกร่ำไป

แต่จะว่าคลายทุกข์ได้ก็พอจะจริงนะ คือ เราจะลืมทุกข์ไปชั่วขณะ พอดูรายการตลก ๆ ขำ ๆ เราก็ยิ้มได้ หัวเราะได้
พอเราฟังเพลง เพลงที่จะทำให้คิด เรานึกไป ว่าเป็นอย่างนี้จะสุขอย่างนั้น ว่าทำอย่างนั้นจะสุขอย่างนี้ จินตนาการไปหาความสุขต่าง ๆ นานา

คนเราเดี๋ยวนี้จึงมองเห็นโอกาสจากความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคน คิดหาเงิน หาทอง ประกอบอาชีพ นำเสนอ ค้าขาย ซึ่งกิจกรรม รายการ นันทนาการ อาหาร เพื่อให้จิตคนหลงจากทุกข์ที่รุมเร้าทั้งในและนอกตัวไปได้ในขณะหนึ่ง แล้วคนทั้งหลายก็หลงซื้อ หลงดู หลงเทิดทูนความสุขแบบนี้เสียด้วย...


ความสุขชั่วคราวจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่เองเป็นหลุมพลางที่นำทางสู่ความ “หายนะ...”

ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวแบบนี้ล้วนแล้วแต่สอดแทรกไปด้วย กิเลส ตัณหา ที่แฝงมากับการโฆษณา สอดแทรกมากับค่านิยมการแต่งกาย เสื้อผ้า หลากหรูตระการตา อีกทั้งอาหารที่เจริญใจ

ความสุขอันน้อยนิดเพียงนาทีหนึ่ง ชั่วโมงหนึ่ง วันหนึ่ง จะเพิ่มความหลงให้ชีวิตนี้ไปได้อีกยาวนาน

ความสุขจากการเสพสื่อต่าง ๆ เหล่านี้จึงกลายเป็นเหมือนน้ำผึ้งที่อาบด้วยยาพิษ

การเสพสุขเช่นนี้นั้นมีผลไม่คุ้มเหนื่อย...
เหนื่อยจากการทำงาน หาเงิน หาทอง ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรศัพท์ แล้วก็นำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้เปิดประตูรับความโลภ ความโกรธ ความหลงเข้ามาสู่จิต สู่ใจ

วงเวียนชีวิตที่นักธุรกิจสร้างไว้เพื่อหลอกล่อ ว่านี่สุขนะ ดูรายการนี้แล้วสุขนะ ไปดูคอนเสริตนี้แล้วสุขนะ ไปเที่ยวที่นี่ได้สุขนะ ไปพักโรงแรมนี้แล้วเหมือนขึ้นสวรรค์เลยนะ ไม่ได้มาพัก มาเที่ยวที่นี่เสียชาติเกิดนะ ความสุขชั่วแบบนี้นี่เองที่สร้างความทุกข์ถาวรให้กับชีวิตและจิตใจ

เราสุขนิดหนึ่ง แต่ต้องทุกข์ไปตลอดชีวิต
เราต้องหาเงินทั้งชีวิตก็เพื่อแลกกับการเสพสุขเพียงชั่วคราวไปทั้งชีวิตเลยหรือ...?

เราลองสังเกตรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เวลาที่เราดูรายการทีวี ฟังเพลงจากวิทยุ ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปพักผ่อนตากอากาศตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือการไปพักโรงแรมหรู ๆ ลองสังเกตดูแล้วเปรียบเทียบว่าคุ้มค่าไหมกับชีวิตอันหดหู่ที่ต้องอยู่ต้องสู้กับการทำงาน

 

ความสุขชั่วคราวแบบนี้ สร้างทุกข์ซับซ้อนให้เราอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
คุ้มค่าแล้วหรือที่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตแลกมาซึ่งความสุขที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งและชั่วคราว

สุขก็ได้น้อย แถมต้องพลอยโลภ พลอยโกรธ พลอยหลง ตามเขาไปอีก
หัวเราะหนึ่งครั้ง เราต้องร้องไห้นับร้อย ๆ ครั้ง...

ความสุขชั่วคราวแบบนี้หลอกให้เราหลงมามากแล้ว เราหลุดจากความสุขเล็ก ๆ ที่สร้างความทุกข์ใหญ่ ๆ แบบนี้ให้เราดีกว่าเน๊อะ

ลองหายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย แค่นี้ชีวิตก็พบความสุขได้อย่างแท้จริง...