จิตที่ยุ่งเหยิงสับสันนั้นจะอ่อนกำลังลงมาก
จิตที่มัวแต่กังวล วุ่นวายใช้กำลังจิตใส่ลงไปใน “โลกธรรม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่ากล่าวและนินทานั้น “เสียจิต” จริง ๆ...

สมาธิที่เคยมีก็กะรเจิด กระเจิง
ความรู้ ความชำนาญในการทำงานที่เฉียบแหลมก็กับทู่ คิดอะไรก็ผิด ทำอะไรก็พลาด
การก้าวเดินที่รวดเร็ว ว่องไว กลับเชื่องช้า ทำงาน ทำการก็ไม่ทันเวลา เพราะต้องเราทิ้งคุณค่าแห่งจิตใจไป

หากเรามัวนำจิตไปคิด ไปเครียด มัวแต่หมกหมุ่นอยู่ในอารมณ์นั้นเสียโอกาส เสียเวลา “เสียชาติเกิด...”

จิตเรานั้นมีอยู่เพื่อ คิดดี พูดดี และ ทำดี
เราควรนำจิตที่กำลัง มีพลัง ไปสร้างสรรค์ชีวิตและโลกใบนี้ให้สวยงาม

ละการงานที่มีโทษ อันได้แก่ การโกรธ การเกลียด การอาฆาต พยาบาทออกจากจิตนี้เสีย
สร้างสรรค์จิตให้ดำรงอยู่ด้วยความเมตตา ความกรุณา ความมุทิตา และความอุเบกขา ชีวิตนี้จักประเสริฐยิ่งนัก

อันชีวิตที่ต้องดิ้นรน จิตนี้ก็ต้องดิ้นรนไม่แพ้กัน
ดำรงจิตให้พ้นจากอารมณ์โกรธ จิตนี้จักปราศจากโทษอย่างแท้จริง...