การปฏิบัติธรรมโดยภาวนาด้วยงานผู้ภาวนาจักต้องใช้ “อินทรีย์ ๕” อย่างเข้มข้น

ศรัทธา คือ ความเชื่อ
วิริยะ คือ ความเพียร
สติ คือ ความระลึกได้
สมาธิ คือ ความตั้งจิตมั่น
ปัญญา คือ ความรู้ทั่วชัด
ธรรมทั้ง ๕ นี้จักต้องประกอบพร้อมรวมกันเพื่อทำกิจที่เป็นใหญ่ภายในเพื่อให้ผ่องถ่ายออกมาได้เป็นงานภายนอก

งานทุก ๆ อย่างที่ทำ ณ ที่นี่ ในทางโลกเขาเรียกว่า “ไม่ได้อะไร” เพราะไม่ได้ค่าจ้าง ได้เงิน ได้ทรัพย์สินอะไร
หากแม้นผู้ทำขาดเสียซึ่ง “ศรัทธา” ความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ความเชื่อในโลกนี้และโลกหน้า บุคคลที่ “กระโหลกหนา” ย่อมไม่ทำ
ที่เรา (มนุษย์เงินเดือนทั้งปลาย) ตั้งหน้า ตั้งตาตื่นแต่เช้าออกไปทำงานทุกวันนี้ก็เพราะเชื่อมั่นว่าสิ้นเดือนนั้นเราจะได้ “เงิน”
แต่เรา (ผู้ปฏิบัติธรรม) ตั้งหน้า ตั้งแต่ ตื่นแต่เช้าทนหนาว ทนฝนออกไปปฏิบัติสมาธิ เจริญสติ ภาวนา ก็เพราะเชื่อมั่นว่าสิ้นชาตินั้นเราจะได้ “บุญ”

เงินจับต้องได้ บุญนั้นจับต้องไม่ได้
หลายคนเชื่อมั่นในเงิน และอีกหลายคนมากกว่านั้นไม่เชื่อมั่นใน “บุญ”
ความศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หากเราตั้งมั่น “ศรัทธา” ในอะไรเราย่อมเดินไปตามถนนที่ส่องแสงไฟด้วยความศรัทานั้น

ความศรัทธานั้นเป็น “อรรถประโยชน์” ที่ยิ่งใหญ่
หากเราศรัทธาในความดี ทำดีย่อมได้ดี ศรัทธาต่อความเสียสละ ความศรัทธานั้นเป็น “สัมมาทิฏฐิ”
หากเราศรัทธาในความดี แบบทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ความศรัทธานั้นไซร้เป็น “มิจฉาทิฏฐิ”

คนเราสมัยนี้มีศรัทธาแบบ “Fast Foods” ทำปุ๊บต้องได้ปั๊บ
คนเราสมัยนี้มีศรัทธาแบบ “Delivery” ทำแล้ว สั่งแล้วต้องส่งตรงให้ถึงบ้าน
คนเราสมัยนี้มีศรัทธาแบบ “Scientific” คือต้องเห็นด้วยตาเนื้อ ตาหนังก่อน เห็นผลก่อนแล้วจึงจะทำ

วิทยาศาสตร์นั้นสอนให้เราพิสูจน์ สิ่งนั้นพิสูจน์แล้วเห็นได้เป็น “รูปธรรม” จึงเชื่อ จึง “ศรัทธา”
แต่สิ่งใดพิสูจน์แล้วเป็น Abstract เห็นด้วยจิต เห็นด้วยใจ เห็นได้เป็นแค่ “นามธรรม” รู้อยู่แก่ใจ แต่สัมผัสไม่ได้ เห็นไม่ได้ ไม่เชื่อ ไม่ “ศรัทธา”

คนที่มีศรัทธาโดยทุ่มเทกายและใจปฏิบัตธรรมในพระพุทธศาสนาเปรียบได้กับคนที่กล้ากระโดดลงน้ำถึงแม้นว่าไม่เห็นฝั่ง

ฝั่งนั้นอยู่หนใด ฝั่งนั้นอยู่ไกลแค่นั้น เพียงรู้ เพียงได้ยิน เพียงสะกิด ฉันก็พร้อมที่จะไป พร้อมที่จะกระโดดลงไปถึงแม้นตายฉันก็ยอม

ในทางวิทยาศาสตร์เขาอาจมองคนนั้นว่า “โง่”
ในทางวิทยาศาสตร์เขาอาจมองคนนั้นว่า “งมงาย”
กระโดดไปไม่เห็นฝั่งก็ต้องตาย สู้นอนตายอยู่ริมฝั่งยังดีกว่า...

ผู้ปฏิบัติธรรมทางจิต ทางวิญญาณจึงต้องใช้ “ศรัทธา” เป็นเหตุ เป็นฐาน เป็นตัวสร้าง “จุดเริ่มต้น”
“สัมมาทิฏฐิ” ความเห็นที่ถูกต้อง อันมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง อันส่งผลถึง “ศรัทธา” ย่อมนำพา “ความสงบ...”

บุคคลที่มีศรัทธาดี ตั้งมั่นไม่คลอนแคลนหรือหวั่นไหว ย่อมมีกัลยาณมิตรคือคุณแห่งพระศรีรัตนตรัย เพื่อที่เพิ่มกำลังไซร้ซึ่ง “ศรัทธา...”