พฤติกรรมเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

         ..สวัสดีค่ะ..พบกันเป็นครั้งที่ ๒ แล้วนะคะ ดีใจจัง จริง ๆ แล้วเพิ่งจบตอนที่ ๑ไปเมื้อกี้นี้เอง ไฟกำลังแรงค่ะ..จึงอยากคุยต่อ ใจจริงอยากได้เพื่อนคุยเป็นคุณครูภาษาไทยหรือคุณครูที่ต้องการร่วมแก้ปัญหาระดับชาติร่วมกัน หรือท่านที่สนใจในเรื่องนี้เรามาแลกเปลี่ยนกันนะคะ ยินดีด้วยใจจริงเจ้า..(เจ้า=ค่ะ เดาออกแล้วใช่ไหมคะว่า ศน.อ้วนอยู่ภาคไหนของประเทศไทย)

       ..ในตอนนี้ อยากคุย เรื่อง "การอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้" ค่ะ อ่านไม่ออกหมายถึงลักษณะอาการอย่างไร เขียนไม่ได้ก็เช่นเดียวกัน พฤติกรรมใดที่บ่งบอกว่าเด็กเขียนไม่ได้ หากเป็นคุณครูภาษาไทยท่านจะบอกได้ว่านักเรียนอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้เป็นอย่างไร แสดงให้เห็นอย่างไร โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ หรือเด็กที่เริ่มเรียน(ชั้นอนุบาล) หรือเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ประมาณช่วงชั้นที่ ๑ - ๒ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖)

         การอ่านและเขียนหนังสือของเด็ก เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน โดยเฉพาะเด็กที่หัดอ่านใหม่ ๆ แล้ว ถ้าเด็กยังไม่มีความพร้อม ครูจะสอนอย่างไรนักเรียนก็อ่านเขียนไม่ได้ เด็กที่มีความเจริญเติบโตด้านร่างกาย ได้แก่ ประสาทหู ประสาทตา มีความเจริญถึงขั้นที่จะฟังหรือเห็นความแตกต่างระหว่างรูปและเสียงของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ในด้านสมองมีความเข้าใจพอที่จะทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เข้าใจเรื่องที่ครูเล่าหรืออ่านให้ฟัง มีความคิดรวบยอดกับสิ่งต่าง ๆ โดยการที่จะมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ได้นั้นก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่กว้างขวางทางสังคมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเด็กเอง จะส่งผลให้เด็กมีความพร้อมที่จะอ่านและเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากความพร้อมทางด้านต่าง ๆ แล้ว การเรียนรู้ภาษาไทยให้ได้ผลยังจะต้องได้รับการฝึกฝนให้คล่องแคล่ว แม่นยำ จึงจะนำไปใช้ได้ เช่น การฝึกการอ่านคำให้จำรูปคำได้แล้วฝึกแจกลูกสะกดคำ ให้นักเรียนนำหลักเกณฑ์ไปอ่านและเขียนคำอื่นๆ เป็นต้น ดังนั้นพัฒนาการทางภาษาของเด็กจึงต้องคำนึงถึงความพร้อมและการฝึกฝนเป็นสำคัญ

         พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเด็กบกพร่องด้านการอ่าน เช่น

๑)จำตัวอักษรไม่ได้ ทำให้อ่านไม่ได้ หรือจำตัวอักษรได้บ้างแต่อ่านเป็นคำไม่ได้

๒)อ่านช้า มีความยากลำบากในการอ่าน เช่น อ่านคำต่อคำ จะต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้

๓)อ่านผิด เช่นอ่านคำผิด อ่านคำในประโยคผิดตำแหน่ง

๔)อ่านข้ามคำ อ่านเพิ่มคำหรือลดพยัญชนะในคำ อ่านฉีกคำ

๕)อ่านคำโดยสลับตัวอักษรหรือสลับคำกัน

๖)อ่านเดาจากตัวอักษรบางตัวที่อยู่ในคำ

๗)อ่านเว้นวรรคไม่ถุกต้อง

๘)ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่านไม่ได้

๙)เล่าเรื่องที่อ่านตามลำดับเหตุการณ์ไม่ได้

๑๐)บอกใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านไม่ได้

  

         พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเด็กบกพร่องด้านการเขียน เช่น

๑)เขียนไม่เป็นตัวอักษร เขียนอ่านไม่ออก เขียนวนไปมา เขียนไม่เป็นคำ เขียนหนังสือตัวโต ๒)เขียนไม่ตรงบรรทัด เขียนเกินบรรทัด เขียนไม่เต็มบรรทัด

๓)เขียนตัวอักษรไม่เท่ากัน

๔)เขียนตัวอักษรหัวกลับหรือกลับด้าน

๕)เขียนผิด เขียนลบบ่อย เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง

๖)เขียนตัวอักษรติดกัน ไม่เว้นช่องไฟ

๗)เขียนตัวอักษร , สระ หรือวรรณยุกต์ตกหล่น ไม่ตรงตำแหน่ง

๘)เขียนอักษรในคำสลับที่กัน

๙)เขียนประโยคง่าย ๆ ไม่ได้

๑๐)เขียนตามที่กำหนดไม่ได้ เช่น เขียนเรื่องจากภาพ เขียนเรื่องจากการฟังนิทาน ฟังเพลง เป็นต้น

๑๑)เขียนเรียงลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ (เป็นการเขียนที่เกิดจากกระบวนการคิดวิเคราะห์) และ

๑๒)เขียนบรรยายภาพ เล่าเรื่องแสดงความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการไม่ได้(การคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์)

    ความบกพร่องด้านการอ่านและเขียนของนักเรียนที่พบ ได้ประมวลจากประสบการณ์การเป็นครูภาษาไทย และศึกษานิเทศก์ที่ดูแลการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากมีประเด็นที่นอกเหนือจากนี้ท่านผู้รู้กรุณาแสดงความคิดเห็นกับศน.อ้วนด้วยนะคะ จริง ๆ อยากจะยกตัวอย่างด้วย เกรงท่านจะเบื่อในการอ่านเสียก่อน เอาไว้พบกันต่อในตอนที่ ๓ นะคะว่าหากพบปัญหาเช่นนี้ เราจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไร จะใช้เทคนิคอะไรที่เด็กสนใจและแก้ปัญหาได้ และจะใช้สื่ออะไร(มือที่สามของครู)เพื่อช่วยให้เด็กอ่านออกและเขียนได้

            ในตอนที่ ๓ เราจะพบกับในหัวข้อ "มือที่สาม..สู่การอ่านออกเขียนได้" นะคะ กำลังใจแก่ผู้ร่วมอุดมการณ์ ผู้รักภาษาไทย    .".รู้รักหลักภาษา"ของศาสตราจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ

         ขอเชิญรัก หลักภาษา อย่ารังเกียจ

         หรือหยามเหยียด บ่นเบื่อ เหลือศึกษา

         ภาษาไทย ของไทย แต่ไรมา

         เป็นสมบัติ ล้ำค่า ควรเชิดชู"

 ..สวัสดีค่ะ..