หลงเสน่ห์...ความงามของทิวทัศน์ ภาพชัดทะเลหมอก โค้งต๊บศอกของเส้นทาง รอยยิ้มที่กว้างขวางของผู้คน ชีวิตที่น่ายินยลของคนในถิ่น

ปีหนูน้อยผ่านผันไปได้ ๒ วันก็เริ่มทำงานอย่างมีความสุขตามพรที่ได้รับ "ทำงานให้สนุกนะคะ".. "ทำงานอย่างมีความสุขนะครับ"..แล้วความสุขก็จะเริ่มบังเกิดขึ้นทีละน้อย..ทีละน้อย..งานแรกของปีเริ่มแล้ว..การประเมินโรงเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๕๐ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน
เริ่มต้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน..ถูกใจมาก..เพราะอยากเที่ยวอยู่แล้ว คณะประเมินประกอบด้วยรองผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ และ เขต ๒ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และ ผู้เขียน รวม ๕ คน รถตู้สภาพเยี่ยม พร้อมโชเฟอร์คนเก่ง..ลุย..ตะลอนทัวร์...เริ่มแล้ว คณะออกจากเชียงใหม่ทางอำเภอแม่แตง ผ่านห้วยน้ำดัง วนอุทยานแห่งชาติอันสวยงามขึ้นชื่อ โป่งเดือดป่าแป๋ เข้าสู่อำเภอปาย ผ่านอำเภอปางมะผ้า สู่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สัมผัสแรกที่สวยงาม..คือ ธรรมชาติ ทิวทัศน์สองข้างทางสดใสสวยงามมาก ท้องฟ้าสดใส ตั้งแต่เริ่มออกจากเชียงใหม่ พยายามจะเก็บภาพสวย ๆ แต่ไม่มีความชำนาญ อยากได้วิวดอย หรือภูเขาสวยๆ กลับได้ป่าไม้สองข้างทาง เหมือนกับท่านรอง ฯ มงคล แต่ก็มีฉากภูเขาสวย ๆ หลายภาพ ท่านรองฯ ไกรสรพูด "..ซ้ายก็ดอย..ขวาก็ดอย.." "จริงด้วยค่ะ.." เข้าสู่ตัวอำเภอปาย อำเภอเหนือสุดของแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอเล็ก ๆ คนต่างชาติ โดยเฉพาะฝรั่งเยอะมาก เป็นเมืองท่องเที่ยว คล้ายๆกับพัทยา ผ่านเข้าสู่อำเภอปางมะผ้า และมุ่งสู่อำเภอเมือง เป้าหมายเป็นที่พัก ตลอดเส้นทางทิวทัศน์สวยงามมาก ถูกใจผู้เขียนเป็นยิ่งนัก
เสน่ห์ที่สอง..ที่สัมผัสได้ เมื่อเหยียบย่างเข้าเมืองสามหมอก คือ ..อัธยาศัยไมตรีจิต..ของผู้คน รอยยิ้มที่กว้างขวางและจริงใจ ความน่ารัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่หยิบยื่นให้แก่ผู้มาเยือนอย่างง่าย ๆ ที่ค่อนข้างพบได้ยากในยุคสมัยปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ เมืองเชียงใหม่ก็ค่อนข้างพบยากแล้ว
คณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอ่นจากท่านผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผอ.อุดม ชัยมงคล ท่านเป็นยอดมนุษย์ผู้มีอุดมการณ์ที่ขอนับถือ อีก ๘ เดือนท่านจะเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านทำงานชนิดที่ทำให้เราต้องหวนกลับมาย้อนคิดพิจารณาตัวเอง เคยพุดกับเพื่อนครูเสมอว่า..เวลา..ไม่เป็นอุปสรรคของการทำดี มาพบข้อมูลที่ยืนยันได้จริง ๆ จากท่านผอ.อุดม ชัยมงคล นี่เอง บทพิสูจน์ของปรัชญาชีวิตที่น่าทึ่ง
ความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ความรับผิดชอบ ความมีวินัยในชีวิต รวมทั้งการเป็นพหูสูต มีครบครันในตัวของท่าน ถ้าประเทศไทยมีข้าราชการเหมือนท่านผอ.อุดม สักประมาณร้อยละ ๕๐ ประเทศชาติบ้านเมืองคงเจริญแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่เชียวละ ทุกคำพูดของท่านไม่สมควรตัดทิ้งแม้แต่ประโยคเดียว ผู้เขียนสรุปให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดคือ "ตัวอย่างที่ดี ดีกว่าคำสอน" ในทุกเรื่องด้วยค่ะ ท่านบอกเล่าพูดคุยกับพวกเราอย่างมีความสุข IQ กับ EQ มีอยู่ในตัวของท่านพร้อมกันทั้งสองด้าน ท่านใช่เพียงแต่จะเก่งด้านวิชาการเท่านั้น อารมณ์ของท่านก็เป็นเลิศ ท่านพูดภาษาญี่ปุ่นได้ พูดภาษาอังกฤษได้ ท่านเก่งคอมพิวเตอร์ ท่านสามารถใช้ Internet ได้ ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้(เราเก่งเหมือนท่านแฮะ) ..น่าทึ่งมากที่ผู้สูงอายุเช่นนี้ทำได้
ท่านส่ง e-mail ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ท่านบอกเล่างานในการดูแลเด็กพิการหรือเรียกว่าเด็กพิเศษของท่าน บอกเล่าถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย ท่านได้รับความเอื้อเฟื้อจากคนทั่วโลกที่ไม่รู้จักหน้าค่าตากันเลย ท่านสามารถสร้างอาคารเรียน ห้องเรียนที่เหมาะกับเด็กพิการ สื่อการสอนที่ทันสมัยได้โดยใช้ความสามารถของท่านล้วน ๆ ท่านมีข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล นักเรียนคนไหนมีปัญหาอย่างไร ท่านก็ได้รับสื่อที่แก้ปัญหานักเรียนได้ตรงกับสภาพปัญหา ท่านเล่าอย่างภาคภูมิใจ ชี้ให้ดูโน่นดูนี่อย่างมีความสุข ท่านนั่งสาธิตการส่งเมล์ให้พวกเราดู ผู้เขียนมัวเพลิดเพลินในการฟังท่าน จึงเก็บภาพได้ ๒-๓ ภาพเท่านั้น ท่านจัดห้องทำงานแบบญี่ปุ่น เป็นมุมเล็ก ๆ น่ารักมาก เสียดายไม่มีภาพให้ดูค่ะ "ผมซื้อเก้าอี้ทุกตัว ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นด้วยเงินของผมเอง ไม่ได้ใช้เงินที่ขอมาครับ ผมต้องการให้ครูของผมเห็นเป็นตัวอย่าง" ท่านมีจักรยานหนึ่งคันไว้ขี่มาโรงเรียน ท่านบอกว่าอยากให้ร่างกายแข็งแรงต้องทำเองซื้อหาไม่ได้...อีกแล้วปรัชญาชีวิต..ท่านชี้ให้ดูภาพบุหรี่มวนสุดท้ายที่ท่านสูบ กล่องเหล้าสาเก..กล่องสุดท้ายที่ท่านดื่ม (ท่านไปอยู่ญี่ป่นและท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว) ท่านบอกว่าสนใจและสมัครเรียนคอมพิวเตอร์ เมื่ออายุ ๕๐ ปีจากโรงเรียนสารพัดช่าง น่าทึ่งในความมุ่งมั่นจริง ๆ
"พร" สุดท้ายที่ท่านฝากให้พวกเราก่อนส่งเข้าที่พัก "ให้อยู่ดีมีสุข" ท่านไม่ให้ "พรรวย" ท่านบอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ทุกวันนี้ที่ผู้คนมีปัญหา คือ ให้เงินเป็นนายตัวเอง เราต้องเป็นนายของเงินให้ได้ เป็นนาย ๓ อย่าง รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ เด็ก ๆ ที่เข็นรถเดินตามพ่อแม่ในห้างสรรพสินค้า หยิบของที่ต้องการใส่รถ พ่อแม่ส่งการ์ดให้รูด ของบางอย่างซื้อมาแล้วทิ้งขว้างไม่เป็นประโยชน์ เด็กไม่รู้จักค่าของเงิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของบ้านเมืองต่อไปในอนาคต..ความจริงอีกแล้วค่ะท่านผอ...


เพียงชั่วยังไม่ข้ามคืน ผู้เขียนก็หลงเสน่ห์ท่าน ผอ.อุดมเข้าแล้ว ท่านเอื้อเฟื้ออาหารมื้อเย็นที่เป็นอาหารคนไต อาหารท้องถิ่น ไม่คุ้นหน้าตาและชื่อ แต่อร่อยมากค่ะ ที่จำได้มี ไก่อุ๊บ มะเขืออุ๊บ จิ้นลุง น้ำพริกอ่อง(เหมือนของเชียงใหม่) และท่านก็เอื้อเฟื้อประสานที่พักให้ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เสียดายที่ไม่มีภาพให้ดูค่ะ เพราะเข้าที่พักมืดแล้วและก็ออกแต่เช้ามืดเช่นกัน บ้านพักอยู่บนดอยสูง บรรยากาศเยี่ยม อากาศหนาวเหน็บจับใจ
เสน่ห์..ที่สัมผัสได้อีก จากผู้คนในเมืองสามหมอก ที่พบได้ง่าย ๆ จากการท่องราตรี ที่ถนนคนเดินในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ของคืนวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๑ คำพูดเชิญชวนของพ่อค้าแม่ค้า "เจินผ่อแหละเจ้า.." "จิมได้นา.." "ลองได้เจ้า.." "บ่เป๋นหยังเจ้า.." ผู้เขียนเมียงมองดูขนมหน้าตาแปลก ๆ คงแสดงทีท่าอยากชิมให้แม่ค้าเห็น แม่ค้าจึงยื่นขนมให้ "ลองผ่อซักหน้อยน่อ..ลำนา" (ลองดูสักนิด..อร่อยนะ) ชื่อ "ข้าวปุก" แม่ค้าบอกให้จิ้มน้ำอ้อยด้วย อึม..อร่อยจริงๆ ค่ะ ราคาไม้ละ ๕ บาท ซื้อเพราะไมตรีจิตของแม่ค้า ก่อนกลับที่พักได้เสื้อสาวไตอีก ๑ ตัว ซื้อเพราะหลงเสน่ห์แม่ค้าคนสวย พูดจาไพเราะ มีน้ำใจ "ลองใส่ได้เจ้า" "ตั๋วนี้ก่องาม" "ตั๋วนี้ก่อเหมาะเจ้า ลวดลายงามเจ้า.." สารพัดคำพูดที่น่ารัก และการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ผู้เขียนกับ อ.พุดตาน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมฯ ได้เสื้อสวยกลับบ้านคนละตัว
อยากให้ความงดงามเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่อยู่คู่กับ "เมืองแม่ฮ่องสอน" เมืองสามหมอกไปนานเท่านาน ก่อนกลับที่พักได้ไปกราบพระที่ "วัดจองกลาง" วัดคู่บ้านคู่เมืองอีกวัดหนึ่งของแม่ฮ่องสอนที่มีความสวยงามพอ ๆ กับ "วัดจองคำ" ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่ขึ้นชื่อ มีภาพสวย ๆ ของพระธาตุที่บันทึกเองมาฝากด้วย (ช่างภาพมือใหม่สมัครเล่นค่ะ..)

เช้าวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๑ ออกจากที่พักตีห้า เพราะต้องไปถึงโรงเรียนก่อน ๘ นาฬิกาโผล่ออกจากที่พัก โอ้โฮ..สัมผัสกับความหนาวเย็นยะยือก ละอองหมอกที่ลอยเต็มไปหมด มองไม่เห็นทางเดินลงจากที่พัก ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ
ในช่วงการเดินทางไปโรงเรียนต้องเปิดไฟรถตลอด เพราะหมอกลงมืดครึ้ม เอ!หรือเรียกว่า "หมอกหนา" ผ่านภูเขาสองข้างทาง สัมผัสกับคำว่า "ทะเลหมอก" ได้จริง ๆ เหมือนทะเลอย่างชัดเจน..เก็บภาพไม่ได้ โชเฟอร์บอกว่าเป็นช่วงขึ้นเขาอันตรายในการจอดรถ เก็บภาพได้ในจุดชมวิว แต่ไม่ค่อยสวย อยากให้ผู้อ่านเห็นภาพ จึงขออนุญาตภาพสวยๆ ของทะเลหมอกของคุณหมอกาแฟมาค่ะ สวยจริงๆ ..ทะเลหมอก...
"โค้งต๊บศอก" เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของแม่ฮ่องสอน ที่มีในจังหวัดเดียวของประเทศไทย ท่านที่ต้องการสัมผัส ต้องไปเองและเดินทางทางรถ "ต๊บ" น่าจะหมายถึงพับ ท่านลองพับแขนเป็นรูปตัว V แล้วยกมือขึ้นลง นี่แหละค่ะความน่าหวาดเสียวของโค้งต๊บศอก ที่มีทั้งหมด ๑,๘๖๔ โค้ง ลุงนิรันดร์โชเฟอร์พูดกับผู้เขียน "ศน.อ้วน บ่ต้องนับโก๊งหรอกครับ...ผมว่ามีสองโก๊งเต้าอ๊ะ..โก๊งขวา..โก๊งซ้าย.." "ใช่ค่ะลุง..ยอมแพ้" (เวลาอ่านออกเสียง โกง-โก่ง-โก้ง-โก๊ง ลากเสียงยาวๆ นะคะ เพราะถนนโค้งจริง ๆ ค่ะ)
นับโค้งไม่ครบสักทีก็ถึงโรงเรียน หมอกมืดครึ้มเต็มไปหมด สงสารเด็กนักเรียน แต่พวกเขาก็คงชินแล้ว กว่าจะได้เข้าแถวเคารพธงชาติเกือบ ๙ โมง ผู้เขียนต้องทำสมาธินับ ๑-๑๐๐ เพื่อต่อสู้กับความหนาว การปวดหัวที่เริ่มเกิดขึ้นและน้ำมูกที่เริ่มไหลเพราะไม่ได้สวมหมวก ผมเปียกเพราะละอองหมอก ในช่วงกิจกรรมหน้าเสาธง รู้สึกปวดมือมากต้องขอแก้วน้ำร้อนจากคุณครูมาถือไว้ เพื่อให้อุ่นขึ้น

เสน่ห์สุดท้าย..ที่สัมผัสได้เพียงชั่วข้ามคืน คือ "วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน" ทำให้ผู้เขียนคิดถึงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง ความพอเพียง พบได้จากผู้คนที่นี่ ผู้เขียนได้สัมผัสกับชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ หลากหลายวัย แต่น่ารักเหมือนกัน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ผู้เฒ่ายกมือไหว้ ทำเอารับไหว้เกือบไม่ทัน..
การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อาหารการกินพื้นบ้านง่าย ๆ ปลอดสารพิษ ได้กินอาหารของคนไตอีกหนึ่งมื้อ บันทึกภาพมาฝากท่านผู้อ่านด้วยค่ะ พร้อมทั้งคำอธิบายของคุณครูและชาวบ้านที่นั่งร่วมวงด้วยกัน มียำหมะหนามโก๊ง (หมะหนามโก๊ง อ่านออกเสียงเหมือน "โค้ง" เป็นผักพื้นบ้านของแม่ฮ่องสอน เป็นไม้ยืนต้น ) ผู้เขียนติดใจอยากเห็นมะหนามโก๊ง คุณครูก็แสนดีให้นักเรียนไปเด็ดมาจากบ้านข้างโรงเรียน มีภาพมาฝากด้วยค่ะ.. ฝักคล้ายถั่วลันเตาขนาดใหญ่ ยำก็ออกรสเปรี้ยว เหมือนยำทั่ว ๆ ไป และมี ยำถั่วพู จิ้นลุง น้ำพริกอ่อง ผักกาดจอ แคบหมู ผักลวกจิ้มน้ำพริก ที่แปลก คือ ยำถั่วพู จริง ๆ แล้ว คือ ยำเต้าหู้ ขนมหวานมี ๒ อย่าง คือ เปม้ง กับ อะหละหว่า ผู้เขียนเห็นเป็นครั้งแรกของชีวิต คุณครูมัลลิกาบอกว่าเป็นขนมเค้กของชาวไทยใหญ่ ทำด้วยแป้งข้าวจ้าว ผสมผงฟู ใส่กะทิและน้ำอ้อย ขนมอะหละหว่าคล้ายกัน แต่ทำด้วยแป้งหมี่ อร่อยอีกมื้อหนึ่งเลยเรา

"ชีวิตที่น่ายินยลของคนในถิ่น" เป็นเสน่ห์สุดท้ายที่ผู้เขียนหลงใหล ในชั่วข้ามคืน ที่เมืองสามหมอก เมืองแห่งหมอกควันในฤดูแล้ง หมอกฝนในฤดูฝน และ หมอกหนาว วิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีความสุขอย่างพอเพียง มีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ผู้เขียนสอบถาม อ.พุดตาน ที่เป็นคนแม่สะเรียงโดยกำเนิด และคุณครูมัลลิกา ทำให้รู้จักเพลงประจำที่ร้องกันโดยทั่วไปของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชื่อเพลง " แม่ฮ่องสอน แดนไพร" ทำนองไพเราะมากค่ะ..เนื้อเพลงที่ถ่ายทอดออกมาสื่อให้เห็นภาพของแม่ฮองสอนได้ชัดเจนมาก..นี่เอง "เสน่ห์...เมืองสามหมอก" ที่ฉันหลงใหล


...สวัสดีค่ะ.....


เมนูของ auon10





เมื่อ จ. 14 ม.ค. 2551 @ 10:38
518439 [ลบ]
ดีใจจัง มีคนหลงเสน่ห์แม่ฮ่องสอน อีกคนแล้ว อิอิ
มีอะไรให้คนแม่ฮ่องสอน ช่วยเหลือ บอกนะคะ ด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ
เมื่อ จ. 14 ม.ค. 2551 @ 12:46
518528 [ลบ]
สวัสดีค่ะ..น้องหัวใจติดปีก
เมื่อ จ. 14 ม.ค. 2551 @ 20:51
518859 [ลบ]
ไม่ได้เข้ามาซะนาน บ้านภาษาไทยมีดีมากมาย
เนื่องจากไม่ได้เข้ามาอวยพช่วงปีใหม่ วันนี้ขอถือโอกาสอวยพรซะหน่อย
ตามทำมะเนียม
ขึ้นปีใหม่ ให้เปี่ยมสุข ไร้ทุกข์โศก
อุดมโชค สุขสวัสดิ์ พิพัฒน์ผล
อนาคต สดใส ไม่อับจน
เกิดมงคล ในชีวิต นิจนิรันดร์
ขอให้กาย สมส่วน อ้วนพอเหมาะ
ขอให้ร้อง เพลงเพราะ ดั่งจานเสียง
ขอให้ตา หวานฉ่ำ ยามมองเมียง
ขอให้เตียง นอนอุ่น ละมุนกาย
ขอให้มี ยศฐา บรรดาศักดิ์
ขอให้มี คนรัก อยู่มากหลาย
ขอให้มี เงินทอง กองมากมาย
ขอให้มี พี่ชาย ที่แสนดี
เจี๊ยก ๆ ๆ ๆ
เมื่อ จ. 14 ม.ค. 2551 @ 20:54
518862 [ลบ]
ขออภัย
พิมพ์ตก ร ไปตัวนึง ตรงไหน หาเอาเองนะจ๊ะ
เจี๊ยก ๆ ๆ
เมื่อ จ. 14 ม.ค. 2551 @ 21:06
518884 [ลบ]
อีกนิด
บทสีแดงแบบว่าเป็นงานเป็นการ
ส่วนสีน้ำเงินกับบานเย็น แบบว่าแซวเล่นน่ะ
เจี๊ยก ๆ ๆ
เมื่อ อ. 15 ม.ค. 2551 @ 12:39
519269 [ลบ]
สวัสดีวันครูค่ะ..พี่ชาย "ลิงล้านนา"
เมื่อ อ. 06 พฤษภาคม 2551 @ 10:17
639896 [ลบ]
มาเยี่ยม....
ผมหลงแต่ทะเลสาบสงขลา เลยไม่ได้ชื่นชมทะเลหมอกวะทีนะ
ฮิ ฮิ ฮิ
เมื่อ พฤ. 15 พฤษภาคม 2551 @ 14:33
654188 [ลบ]
สวัสดีค่ะ...คุณยูมิ
เมื่อ อ. 20 พฤษภาคม 2551 @ 21:26
661909 [ลบ]
โหยยยย.... เพลงอะหยังคับปี้ ม่วนขนาด เพลงประจำเวปเพจของพี่อ่ะครับ
ชอบจังครับ ใครร้องครับ ? ซื้อ หรือ ว่า โหลดได้ที่ไหนคับพี่ ?
ขอความอนุเคราะห์ คุณครู ส่ง Link ที่ไช้ down load หรือแหลงที่ซื้อ
หรือว่า ครู มีใน Collection ส่วนตัว อนุเคราะห์ส่งให้ครูบ้านนอก ไว้ฟังยามเหงาๆ บ้างนะครับ ollo-69-ollo@Hotmail.com ครับ ครู
ยินดีนักๆ ครับ
น้องน่อย
" เกิดกี่ภพกี่ชาติ ถ้ามีโอกาส ขอเลือกเป็นครู " ครับผม
เมื่อ พฤ. 22 พฤษภาคม 2551 @ 14:40
665077 [ลบ]
ยินดีนักๆ ครับ ปี้ยิง .....
จริงแล้ว ชื่อเพลงงามแต้แม่ปิง ครับผม....ไปเซาะมาแล้วพ่องเหมือนกั๋นคับ ปรากฏ(บ่าแม่นป๋าก่อ) ว่า บ่ามี๋เวปไหนยอมฮื้อโหลดไว้ฟังเลย คงกั๋วเรื่องลิขสิทธิ์ ต้องใช้โปรแกรมอื่นยับเอา แล้วมาแปง File แถ่มกำ ได้เสียงบ่าดีเต้าใดคับ ตี้เห็นมีพอฟังได้ก้อ ตี้ Web ของ Gear มอชอ ( อันนี้ขอ promote น่อย ในฐานะศิษย์เก่า อิอิ... ) ไผใคร่ได้ ก่อลองเข้าไปโหลดมาไว้ฟัง บ่าอั้นก่อ เมลเข้ามาคับ ว่างๆจะส่งฮื้อ เน้อคับ !!!!
ฟังแล้วกึ๊ดถึง สมัยบ่าเก่าเน๊อะ เข้ามาเฮียนหนังสือในเวียง อู้เมืองกะบ่าได้ เพราะว่าเป๋นลื้อ หมู่ฝูงล้อเลียน ว่าเป๋นขมุพ่อง ยางกะเรอพ่อง เหอ ๆ.... จบแล้วจับพลัดจับพลูได้มาสอนหนังสือถึงได้ฮู้ว่า ก๋านอันใด กะบ่าน่าภูมิอกภูมิใจ๋ เต้ากั๊บ ก๋านได้แป๋งมนุษย์ตี้ไร้ค่าคนนึ่ง ฮื้อเป็นคนที่หาค่าบ่าได้ เน๊อะ
ปี้ ยิง หันตวยผมก่อคับ ????
กำไทเปิ้นตึงว่า
"ครู...สร้างคนให้มีคนค่า จากคนที่หาค่าไม่มี"
- น้องน่อย -
วันใด เข้าเขต จะเข้าไปกราบสวัสดี ครับผม
เมื่อ พฤ. 22 พฤษภาคม 2551 @ 14:51
665102 [ลบ]
เขียนได้ดีมากครับ ผมหลงเสน่ห์จริงๆๆ ต้องไปแน่ๆๆ เป็นจังหวัดเดียวที่ยังไปไม่ถึง
เมื่อ พฤ. 22 พฤษภาคม 2551 @ 14:57
665118 [ลบ]
สวัสดีครับ
เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 11:08
730327 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เคยหลงเสน่ห์เมืองสามหมอกเหมือนกันค่ะ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 2 ปีกับ 6 เดือน หากใครอยากได้กำไรชีวิต ต้องไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ได้ค่ะ การทำงานที่นั้น ดิฉันทำงานเต็มที่ เต็มใจ เต็มความสามารถ ทดแทนบุญคุณแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ ทดแทนบุญคุณผู้คนที่ให้ความอบอุ่น มิตรไมตรี ทุกเหตุการณ์ ยังจำได้ ไม่ลืม
ขอบคุณค่ะ
เมื่อ อา. 10 ส.ค. 2551 @ 14:54
781016 [ลบ]
ขอบคุณที่ชอบเมืองแม่อ่องสอนนะค่ะ..น้องเป็นคนแม่อ่องสอนคนหนึ่งที่ดีใจมากที่มีผุคนมากมายพุดถึงแต่แม่ฮ่องสอนในทางที่ดี..น้องก็ว่าแม่อ่องสอนน่าอยู่ค่ะน้องอยุ่มาจน18ปีแล้วน้องอายุ18นะค่ะความจริงน้องอยู่มาตั้งแต่เกิดเลยตั้งหากค่ะ แม่ฮ่องสอนให้อารายหลายอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่นเพราะว่าน้องคิดว่าแม่ฮ่องสอนยังหล้าหลังแบบที่น้องไม่อยากให้ก้าวไปข้างหน้ามากกว่านี้ เพราะว่าความเจริญจะล้างความงามที่มีอยุ่ในตัวเราไปหมด...พี่ว่าไหมค่ะเวลาน้องไปเชียงไหม่ส่วนใหญ่จะเจอแต่ผู้คนใช้ตาแหลด้วू??กันทั้งนั้นร้อนด้วย.....ไม่เหมือนบ้านนน้องหิมข้าวน้องก้อไปขอกินได้ทุกบ้านค่ะ....ยังไงก้อขอบคุณอีกครั้งนะค่ะอย่าลืมมาเที่ยวแม่อ่องสอนอีกนะค่ะก่อนที่แม่อ่องสอนจะเจริญไปมากกว่านี้แล้วพี่อาจไม่ได้เห้นภาพบรรยากาศอย่างนี้อีก....สวัดดีค่ะ
เมื่อ ศ. 15 ส.ค. 2551 @ 13:10
787318 [ลบ]
สวัสดีค่ะ...พี่อ้วนคนงาม
เพิ่งได้มีโอกาสเปิดเข้ามาอ่านดู ดีใจจริง ๆ ค่ะที่มาแล้วชอบเมืองแม่ฮ่องสอน
จำครูมัลลิกา ได้ก่อเจ้า...คนตี้หื้อเนื้อเพลงแม่ฮ่องสอนแดนไพรและฮ้องเพลงหื้อฟัง
น่ะเจ้า เป๋นจะไดพ่องเจ้า สบายดีอยู่ก่อ แวะมาแอ่วหาครูป่าลานพ่องเน้อ จะหาของกิ๋นลำลำมาสู่ นักเรียน คณะครูและจาวบ้านคิดถึงกู้คนตี้มาแอ่วหาเจ้า.....
ฝากกลอนมาหื้ออ่าน ถ้ามีเวลาจะแวะมาทักทายใหม่นะคะ
ความทุกข์.....มีไว้เป็นแบบทดสอบความแข็งแกร่งของชีวิต
ความเศร้า.....คือหนทางแสดงออกของความทุกข์
ความเหงา.....เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับการเรียนรู้ตัวเอง
ความสุข......มีให้เก็บเกี่ยวได้เสมอตลอดเวลา...แม้กระทั่งในเวลาแห่งทุกข์
ความจริง......เป็นสิ่งที่คนใช้กันน้อย....และมักมองผ่าน
ความลวง......เป็นสิ่งที่น่าเกลียดที่สุด.....แต่คนชอบใช้
ความรัก.......คือสิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้
แต่รู้สึกได้จากหัวใจ
(*** ครูมัลลิกา***)
เมื่อ พฤ. 20 พ.ย. 2551 @ 21:38
955616 [ลบ]
สวัสดีเจ้า..คุณครูมัลลิกาคนงามแห่งป่าลาน
ความทุกข์.....มีไว้เป็นแบบทดสอบความแข็งแกร่งของชีวิต
ความเศร้า.....คือหนทางแสดงออกของความทุกข์
ความเหงา.....เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับการเรียนรู้ตัวเอง
ความสุข......มีให้เก็บเกี่ยวได้เสมอตลอดเวลา...แม้กระทั่งในเวลาแห่งทุกข์
ความจริง......เป็นสิ่งที่คนใช้กันน้อย....และมักมองผ่าน
ความลวง......เป็นสิ่งที่น่าเกลียดที่สุด.....แต่คนชอบใช้
ความรัก.......คือสิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้
แต่รู้สึกได้จากหัวใจ