วัดเกาะหงษ์เป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มชุมชนเชื้อสายมอญ ยังมีการเล่นสะบ้า ลูกช่วง มอญซ่อนผ้า ประเพณีแข่งเรือ ปิดทองไหว้พระและงานประเพณีสงกรานต์ วัดเกาะหงษ์ตั้งในปีพ.ศ. 2336 ยังคงเหลือสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือวิหาร(โบสถ์เก่า)  ลักษณะศิลปะอยุธยาตอนปลาย-รัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปเทพชุมนุมหลายองค์เขียนต่อเนื่องกันไปแบบงานจิตรกรรมสมัยอยุธยา ลักษณะฝีมือช่างหลวง

    เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2449 พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสต้นมาทางเหนือและได้ทรงแวะวัดเกาะหงษ์ เวลาเที่ยงวันเพื่อแวะทานข้าว ได้พบสมภารอายุ 87 ปี ตาบอดข้างหนึ่งแต่รูปร่างเปล่งปลั่งดี วัดใหญ่ รักษาสะอาด มีตึกอย่างเก่า 2 หลัง ในโบสถ์จารึกว่าสร้างเมื่อศักราช 1155 ด้วยมีปรากฏในหนังสือพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น

    พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปมนัสการพระประธานในอุโบสถ ทรงเห็นพระสังกัจจายน์แบบยืน ทรงพอพระทัยเป็นอันมาก  จึงได้ทรงขออัญเชิญไปและพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 1 ชั่ง (80บาท) เพื่อให้จัดสร้างใหม่ขึ้นมาแทนเป็นองค์ปัจจุบันนี้

   ประวัติพระสังกัจจายน์....รูปลักษณ์ของพระสังกัจจายน์มีรูปร่างอ้วนท้วนพุงพลุ้ยนั่งขัดสมาธิ หงายมือวางอยู่บนหน้าตัก  พระพักตร์ค่อนข้างกลมใหญ่ ใบหูยาว ตาเหมือนพระพุทธรูป ไรพระเกศาเป็นเม็ดกลม แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ กับที่พระองค์เป็น 1 ในไตรภาคีแห่งผู้บันดาลโชคลาภและความมั่งมีศรีสุข (ไตรภาคีสามองค์คือพระสีวลี พระสังกัจจายน์และพระบังเข็ม)

  พระสังกัจจายน์ของวัดเกาะหงษ์ยืนมือกุมท้อง ไม่ห่มผ้าจีวรซึ่งแปลกกว่าที่พบเห็น ชาวบ้านเล่ากันว่าพระสังกัจจายน์องค์นี้อยู่คู่วัดเกาะหงษ์มานานหลายร้อยปี ชาวบ้านนับถือกันมาก เพราะเป็นพระเมตตาสูงมากขออะไรก็ได้ดั่งใจ วันงานปิดทองไหว้พระชาวบ้านจะมาขอพรและไหว้พระสังกัจจายน์และเอามือลูบท้องขอให้รวย บางคนก็อุ้มอธิษฐานให้มีโชควาสนาก็จะได้สมความปรารถนาทุกประการ  ช่วงฤดูแล้งฝนไม่ตกชาวบ้านขาดน้ำทำพืชไร่ ก็อัญเชิญพระสังกัจจายน์ไปแห่และขอฝน ฝนก็ตกลงมาทันที  คนโบราณเชื่อกันว่าพระสังกัจจายน์ยืนมือกุมท้องอย่างมีความสุขแสดงว่าบ้านเมืองนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารและอยู่กินกันอย่างร่ำรวยอย่างมีความสุข เหมือนกับ "พระสังกัจจายน์องค์นี้รูปร่างเปล่งปลั่ง ยืนพระโอษฐ์ยิ้มอย่างมีความสุข"

   ในวันที่เราไปเที่ยววัดเกาะหงษ์ก็เจอปาฏิหารที่กลุ่มลุงๆกำลังนั่งวิจารย์กันอยู่คือ คืนก่อนฝนตกหนักจนทำให้ต้นโพธิ์ใหญ่โค่น...แต่แปลกที่ไม่โค่นล้มไปทับโบสถ์ที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซมจากกรมศิลปากรเมื่อไม่กี่ปีนี้...ก็เลยถ่ายรูปและรวบรวมข้อมูลจากป้ายต่างๆในวัดมาเล่าสู่กันฟังกับ..unseen thailand