ถ้าคุณป่วยเป็นมะเร็งระยะที่สี่ คุณจะรู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไรดีกับชีวิตที่เหลืออยู่ ??
ถ้าคุณป่วยเป็นมะเร็งระยะที่สี่ คุณจะรู้สึกอย่างไร
และจะทำอย่างไรดีกับชีวิตที่เหลืออยู่ ??
ไม่น่าเชื่อว่าคนไข้มะเร็งระยะสุดท้าย ที่กำลังนั่งคุยกับเราในห้องนี้ จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึก แรงบันดาลใจ ความหมายของชีวิต ที่เสริมสร้างพลัง และแรงบันดาลใจของผู้ฟังที่ได้รับฟังประสบการณ์การเจ็บป่วยของเธอ ในเวทีของการสนทนากับคนไข้ เพื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสนทนามาปรับปรุงระบบการบริการของโรงพยาบาล ซึ่งเวทีการประชุมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SHA ที่เราจะพัฒนานักวิจัยให้กับรพ.ที่สนใจ จำนวน 20 แห่ง ให้สามารถวิจัยจากการทำงานประจำของตนเองได้ และนำมาพัฒนาระบบบริการของรพ. ต่อไป


บรรยากาศของ SHA Conference&Contest ภาคใต้
ณ.รร.เจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา
การพูดคุยกับคนไข้ ญาติคนไข้ แม่ผู้สูญเสียลูก พ่อ แม่ พี่น้อง แม่ผู้ที่กำลังดูแลลูกที่ป่วยหนัก คุณแม่หลังคลอด ช่างเสริมสวย อสม. ฯลฯ ล้วนแต่ให้บทเรียนที่ดีงามต่อวงการสาธารณสุขเพื่อนำมาปรับปรุงอย่างมากมาย วงสนทนาเล็กๆ ประกอบด้วยคนไข้และญาติไม่เกิน 20 คน แต่คุณค่าที่ได้รับนั้นมากมายมหาศาลจริงๆค่ะ




ขอยกตัวอย่างสองกรณี ที่หากใครได้ฟังแล้ว อาจจะรู้สึกทึ่ง ซึ้ง เศร้าเหมือนพอลล่าก็ว่าได้ แต่นอกจากความรู้สึกนั้น แรงบันดาลใจและกำลังใจที่เกิดขึ้นมาในขณะนั้น ความเจ็บปวด ความเศร้า ความสูญเสียของเขาเหล่านั้น เทียบกับสิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหาสำหรับเรานั้นดูเล็กลงไปมากทีเดียว อาจเป็นแค่เศษหนึ่งส่วนพันของความรู้สึกของพวกเขาเหล่านั้นก็ว่าได้

กรณีที่ 1
พี่สุวรรณา พยาบาลวิชาชีพท่านหนึ่ง ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยอายุรกรรม มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งมานับไม่ถ้วน ในใจเธอคิดเพียงว่า จะใช้ความรู้ ความสามารถของเธอที่มีอยู่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้พ้นจากความทุกข์ทรมานให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าเธอจะป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สี่แล้วก็ตาม
เธอรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2542 ด้วยประสบการณ์ที่ดูแลโรคมะเร็งมาโดยตลอด พบเห็นชีวิตที่สิ้นสุด ความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดของคนไข้มะเร็ง จากโรคที่ลุกลาม คิดว่าโรคนี้ทำลายชีวิต เธออยากช่วยคนไข้ จึงอยากทำความรู้จักกับโรคมะเร็ง เธอคิดว่าจะดูแลให้มะเร็งให้ดีที่สุด เธอไม่ขอรับการรักษา จะขออยู่กับมะเร็งให้ได้ แม้ว่ามะเร็งนั้นจะโต ลุกลาม มีเลือดและหนองไหลออกมา เธอคิดว่าเธอมีความรู้เรื่องมะเร็งแต่ไม่สามารถอยู่กับมะเร็งได้ เธอจะบอกคนไข้ได้อย่างไร ??? .....




ทุกคนในห้องนั่งฟังเงียบกริบ ได้ยินเพียงแต่เสียงแอร์คอนดิชั่น หึ่งๆ เป็นระยะ ๆ
ทุกสายตาเพ่งมองไปที่เธอ พวกเราคงคิดเหมือนกันว่า ผู้หญิงหน้าตายิ้มแย้ม สดใสดูมีความสุขคนนี้ น่ะหรือ ที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สี่.. ???
เธอทำแผลด้วยตนเอง ประคับประคองไม่ให้ใครได้ล่วงรู้เรื่องนี้แม้สักคนเดียว จนกระทั่งต่อมา เธอเรียนต่อระดับปริญญาโท เพื่อที่จะนำความรู้ของเธอไปดูแลคนไข้มะเร็ง ทำให้เธอพักผ่อนน้อย เกิดความเครียดจากการเรียน ก้อนมะเร็งลุกลามใหญ่โต เธอจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาที่รพ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ประสบการณ์ของเธอที่เป็นพยาบาลแล้วกลับมารับบทบาทเป็นคนไข้มะเร็งระยะที่สี่ ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า
คนไข้ต้องการอะไร ความรู้สึกของคนไข้มะเร็งที่ต้องการจากพยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างไร
สิ่งที่พวกเราควรปรับปรุงมากๆ ในการดูแลคนไข้มะเร็งคือ
“เราต้องให้ความหวังกับคนไข้ .. อย่าทำลายความหวัง ความเชื่อของเขา"
เธอเน้นเสียง...เมื่อเธอมารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน เธอบอกว่า เธอเป็นมะเร็งเต้านม มีก้อนที่หน้าอก ก้อนโตออกมา มีเลือดไหลไม่หยุด เจิ่งนองไปทั่ว สีหน้า แววตา คำพูดของพยาบาลแต่ละคนทำให้เธอเสียใจ ท้อใจ กับคำพูดที่ว่าแบบนี้รักษาไม่ได้แล้วละ ไม่ต้องรักษาแล้ว เธอบอกว่าเป็นคำพูดที่ทำร้ายเธอมากที่สุด เธอไม่อยากได้ยินคำเหล่านั้น ในใจคิดว่า”ฉันจะเป็นพยาบาลที่สอนหมอพวกนี้ให้ดู" น้ำเสียงดูหนักแน่น แววตามีประกายจริงจัง ระหว่างพูดประโยคที่ฝังในหัวใจของเธอมาจนทุกวันนี้
พี่ไม่ต้องการได้ยินว่าจะตายวันที่เท่าไหร่ พี่จะรอด จะตายไม่ได้อยู่กับคำพูดของหมอ อย่าดูหมิ่นคนไข้ไม่ว่าจะอยู่ในระยะไหน เขาจะใกล้ตายหมอไม่ควรไปตัดสินเขา
เธอกลับมาเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เรียบแผ่วเบาลง.... เธอได้แต่สวดมนต์ ภาวนาอยู่ในใจให้ความดีของเธอที่เธอได้ดูแลคนไข้มะเร็งมาตลอดชีวิตการทำงานของเธอ ได้พบทางออก ที่สามารถทำให้เธอได้มีชีวิตอยู่เพื่อดูแลผู้ทุกข์ยากต่อไป คงเป็นเพราะกรรมดีของเธอที่ได้ทำไว้ทำให้เธอพบกับอาจารย์หมอและนักศึกษาแพทย์กลุ่มหนึ่งมาบอกกับเธอว่า ว่าจะทำแผลให้ดีที่สุด
เธอคิดว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากๆ ที่เธออยากได้ เธอบอกกับหมอว่า “นี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่เธอออยากได้ยิน” หมอคนอื่นมาสั่ง ส่งไปนั่น ไปนี่เหมือนเราเป็นไปรษณีย์ ส่งไปเรื่อย..ไม่บอกอะไรเราเลย!!!
อาจารย์หมอโอ... อาจารย์มาทำแผลให้ และบอกว่าจะส่งไปไหน ส่งไปตรวจชิ้นเนื้อและอวยพรขอให้สมหวังตามที่ปรารถนา คิดว่า
”แพทย์ควรถามคนไข้ถึงความเชื่อของเขา
การที่เราบอกคนไข้ว่า ไม่ต้องรักษาแล้ว คนนั้น คนนี้ควรอยู่ตรงนั้นตรงนี้ เราไม่เคารพในความเชื่อของเขา เราตัดสินเขา คนไข้ทุกคน มีความเชื่อ เราต้อพยุงเขาด้วยความเมตตา”
หลังจากนั้นเธอไปพบแพทย์ศัลยกรรม แพทย์ไม่ต่อว่าสักคำ ได้แต่ถามว่า “ทำไมถึงอยู่กับมะเร็งมาเจ็ดปี?? ” คิดว่าโชคดีที่มาพบหมอที่รับฟังเรา หมอถามว่าใช้ชีวิตกับมะเร็งได้อย่างไร ถึงมีชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็นมะเร็งระยะที่สี่ เต็มใจที่จะรักษา อ.หมอบอกว่าเป็นคนไข้คนแรกที่ทำให้หมอสบายใจที่สุด
ปรัชญาที่เธอยึดถือคือ.. เมื่อเราเจอปัญหาอุปสรรค
เราใช้อุปสรรคในชีวิตของเราแก้อุปสรรคคนอื่นได้ชีวิตเราจะดีขึ้น
เมื่อผลตรวจออกมา แพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้อมาปะ เธอบอกว่าขอรักษาด้วยเคมีบำบัดก่อน อาจารย์บอกว่าอาจไม่ตอบสนอง เธอบอกว่ายินดี และยอมรับ พอฉีดยาเคมีเข้าไปสองอาทิตย์ ก้อนที่ใหญ่มาก ก้อนหลุดออกมาเลย เหลือรอยแดงๆ ขอบแผลหลังจากนั้นได้เข้าผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลือง ไม่พบเซล์มะเร็งเลยแม่แต่เซลล์เดียว แววตาเธอประกายแววแห่งความสุข น้ำเสียงแห่งความหวัง ของการไปสู่ความหมายและความตั้งใจในชีวิตของเธอเริ่มมีหนทาง พวกเราที่นั่งฟังต่างโล่งใจไปด้วยกับเธอ เมื่อเธอบอกว่าไม่พบเซลล์มะเร็ง
..เธอบอกกับตนเองว่า
“เราเข้าใจถึงความทุกข์ของคนไข้ พยาบาลที่เป็นพยามาร มีเยอะมาก นั่งก้มหน้า ไม่มองหน้า กลัวคนไข้มาขอความช่วยเหลือ เราตัวคนเดียว จะทำความดีให้มากที่สุด แม้จะเจออุปสรรค การทำความดีทำให้เรามีชัยชนะ ยินดีให้ความรู้ที่เราเรียนมา กับธรรมะที่สอนให้เราให้กำลังใจตนเอง จะลบล้างพยามารออกให้หมด เมื่อคุณทำความดี เวลาคุณพบอุปสรรคจะทำให้คุณพบชัยชนะ แน่นอน!!! ...
ปัจจุบัน พี่สุวรรณาลาออกจากราชการ มาช่วยเหลือคนไข้มะเร็งให้ ทำกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“เราคิดถึงเพื่อนของเราที่สิ้นหวัง....จึงลาออกจากราชการ ดูแลตนเอง ครอบครัว คนไข้ ร่วมกับสมาคมเพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทย เราอยู่ได้เพราะเรามีเป้าหมายในชีวิต งานของพยาบาล ไม่ใช่มีแต่เพียง ทำแผล ฉีดยา ให้ยา แต่งานที่เป็นคุณค่าของวิชาชีพที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่เหมือนเราคือการส่งเสริมกำลังใจให้คนไข้ให้ได้รับการรักษาได้ดีที่สุด เป็นการดูแลแบบองค์ครวมด้วยหัวใจอย่างแท้จริง”
เสียงปรบมือดังกึกก้อง เมื่อพี่สุวรรณาเล่าจบ บางคนยิ้มแววตามีประกาย บ้างก็มีน้ำตารื้นๆ ออกมาให้เห็น สำหรับตัวพอลล่าเอง ได้กำลังใจ ได้แรงบันดาลใจในการทำงาน ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา เทียบกับพี่สวรรณาไม่ได้เลย
แล้วเราจะไปท้อแท้อยู่ทำไม มองไปข้างหน้า เป้าหมาย ความหมายของชีวิตของเราอยู่ตรงไหน
การฟังเรื่องเล่าวันนี้ ตอกย้ำ ความหมายของพอลล่า ว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้.... ฉันจะทำต่อไปด้วยใจที่มุ่งมั่น... และหวังว่าเรื่องเล่านี้จะสร้างพลังใจ แรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคมะเร็งได้บ้างไม่มากก็น้อย

ยังมีเรื่องเล่าจากคุณแม่ผู้ดูแลลูกที่ป่วยเป็นมะเร็งที่สมอง ดูแลมานานถึงสามร้อยกว่าวัน เป็นอีกเรื่องที่รับรองว่า หากใครได้รับฟังแล้วจะเกิดบทเรียนอย่างมากมาย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โปรดติดตามนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ขอให้ได้พลังแรงใจกลับไปนะคะ
จริงๆๆด้วย แพทย์ควรถามความเชื่อของคนไข้ ...
จองงงงงงงงงงงงงง ที่สอง ก็ได้ครับ อิอิ
ผม เคยดูแลคนไข้ มะเร็งเต้านมระยะที่ 4 1 ราย ให้ชื่อเรื่องว่า
หัวใจเธอมันน่ากราบ
คนไข้รายนี้ ชีวิต รันทดสุดๆ อายุ 37 ปี
เต้านมระยะที่ 4
สามี หนีไป มีภรรยาใหม่
ลูกสาม คน คนเล็กอายุ 3 ปี
ยากจน
ลูกสาวหนี ตามผู้ชายไป ทั้งที่แม่ป่วยหนักใกล้ตาย
ก่อนหนีไป ได้ ทำร้ายร่างกายยายแท้ๆ ของตนเองด้วย
แต่เธอ กลับ ทำใจได้และมีรอยยิ้ม ไม่มี ความทุกข์
เธออยู่ ได้รับการเยี่ยม จากกลุ่มผู้สุงอายุ ที่เคยเป็นมะเร็ง
ทำให้ผมเข้าใจ สิ่งทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
สวัสดีค่ะน้อง..หล้า...มาให้กำลังใจ..ชอบที่ว่า..เราจะไปท้อแท้อยู่ทำไม มองไปข้างหน้า เป้าหมาย ความหมายของชีวิตของเราอยู่ตรงไหน ..จริงค่ะจะท้อแท้ทำไม..
จองแล้วมาอ่านครับ
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับผู้ป่วย
คำพูดที่ดีๆให้กำลังใจอาจมีอานุภาพกว่ายาที่รักษา
ชื่นชมพี่ สุวรรณามากๆครับ เมื่อตัวเองพ้นทุกข์ก็อยากให้คนอื่นพ้นทุกข์ด้วย
ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆก่อนนอนครับ ฝันดีครับ
บันทึกนี้มีคุณค่าเหลือเกิน...คนเรานั้นสุดท้ายมิได้ต้องการทรัพย์สินเงินทองอะไร ขอเเค่กำลังใจเท่านั้นล้ำค่ากว่าอื่นใด..ขอบคุณน้องสาวคนเก่งเเละมีคุณค่าต่อสังคมจ๊ะ
มาเรียนรู้รอบดึกจ้า
เผลอแป๊บเดียว คนสวยไปอยู่ใต้อีกแล้วเหรอคะเนี่ย
หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์จ้า
มาหาสาวสวยพอลล่าผู้รวย น้ำใจ กำลังใจจ้า....คนคิดดี ทำดี จิตใจดี ย่อมมีชีวิตที่เปี่ยมสุขค่ะ ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะค่ะ
น้องพอลล่ายังไม่นอนเหรอค่ะ พี่Nina(หนุ่ย) เริ่มง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องควบคุมนักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติและตลาดร้อยปี สามชุกค่ะ พรุ่งนี้จะเที่ยวเผื่อนะค่ะ อย่านอนดึกมากนะเป็นห่วงค่ะ ราตรีสวัสดิ์
คุณตาน้องของตาซึ่งเป็นพ่อของแม่
ท่านป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
พี่กอเพิ่งไปเยี่ยมมาค่ะ
มาเยี่ยมครับ...
โปรดทราบ
ภาพนี้ของปลอมครับ
ของจริงต้องชูสองนิ้ว
ฮิ ฮิ...
สวัสดีค่ะ อาจารย์พอลล่า
พี่ฟังในห้องก้อ...ร้อง มาอ่านที่อาจารย์เขียน ก้อ...ร้องอีก
คิดแล้ว กำลังใจจริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
น้องพอลล่าจ๋ามีข่าวดีมาบอก
เพลงของพี่กอ จะมีครูใจดีทำเพลงให้แล้ว
พี่ครูโย่งจะทำเพลงให้ ไปอ้อนวอนอยู่เมื่อกี้นี้ค่ะ
ดีใจจังเลย ครูโย่งจะให้แฟนของครูโย่งร้อง แล้วครูโย่งจะดีดกีต้าร์
ว้าววววววววววววว
จะได้เห็นเพลงมีชีวิตส่ะที
วาดได้เหมือนพอลล่ามาก ๆ เลยค่ะ
สุดยอดเลย