เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗-๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓  ผู้เขียนได้รับนิมนต์จากท่านคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  และอาจารย์วิชาญ ฤทธิธรรม พร้อมคณะ เพื่อไปบรรยายใน "โครงการค่ายเมล็ดพันธุ์แห่งศานติ : เรียนรู้อย่างไร้ความรุนแรง" ณโครงการชลประทานสกลนคร (ห้วยเดียก)  ซึ่งดำเนินการจัดโดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ในโครงการนี้ มีนิสิตเข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจจำนวนทั้งสิ้น ๑๑๓ ท่าน และมีคณาจารย์พร้อมทั้งวิทยากรกระบวนการกลุ่มประมาณ ๓๐ ท่าน http://www.snru.ac.th/components/contents/view.php?id=1113

      สำหรับหัวข้อที่ได้รับนิมนต์ไปบรรยายในครั้งนี้ คือ "เปิดประตูสู่สันติ-แนวคิด ความเข้าใจเกี่ยวกับสันติวิธี”  และ “ความหลากหลาย-ความขัดแย้งและการจัดการด้วยสันติวิธี” 


เปิดประตู่สู่สันติ-แนวคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับสันติวิธี


      สำหรับหัวข้อแรกนั้นใช้เวลาบรรยายทั้งสิ้นชั่วโมงครึ่ง เป็นการนำนิสิตทุกคนรวมถึงคณาจารย์ที่นำกระบวนการกลุ่มได้เข้าสู่ประตูแห่งสันติภาพทั้งสองความหมาย คือ สันติภาพภายใน และสันติภาพภายนอก  วัตถุประสงค์หลักในการบรรยายหัวข้อนี้ก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นิสิตและคณาจารยได้ประจักษ์ว่า "สันติภาพ" มีคุณค่าแก่ชีวิตและสังคมอย่างไร ทำไมเราจึงพร่ำเพรียกเรียกหาสันติภาพภายนอก และค้นหาสันติภาพภายในที่ซ่อนตัวอยู่ในใจของเรา  เพราะการตระหนักรู้จะมีผลต่อวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตของนิสิตและคณาจารย์ทุกท่านในวันนี้และวันต่อๆ ไป

     ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนได้นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสันติวิธีทั้งในแง่ของความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจ และมายาคติที่มีต่อสันติวิธี  ความหมายที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจต่อสันติวิธี คือ (๑) สันติวิธีคือการไม่ใช้กำลัง (๒) สันติวิธีคือการที่เราต้องเชื่อฟัง (๓) สันติวิธีคือการไม่ก่อความวุ่นวาย และ (๔) สันติวิธีคือการที่เราต้องทำตามกฎหมาย

     ในขณะที่มายาคติที่แต่ละคนมีต่อสันติวิธีนั้น ประกอบด้วยสาระสำคัญดังนี้ (๑) สู้การใช้อาวุธไม่ได้ (๒) ใช้เวลานานเกินไป (๓) ยอมจำนน (๔) เป็นวิธีสำหรับคนขี้ขลาด (๕) ไม่ใช่อาวุธ เพราะไม่มีโอกาสจะใช้ (๖) ไม่สามารถประกันความสำเร็จได้ (๗) เรา (ผู้ใช้สันติวิธี) ต้องชนะ แต่ผู้ไม่ใช่ต้องพ่ายแพ้

ความหลากหลาย-ความขัดแย้งและการจัดการด้วยสันติวิธี

     ผู้เขียนได้ย้ำให้เห็นถึงประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับความหลากหลายว่า "ในความเป็นจริงทุกความเชื่อล้วนมีคุณค่า – มีประโยชน์ต่อผู้ที่เชื่อด้วยกันทั้งสิ้น" จึง "เป็นไปไม่ได้ที่เราจะหาลู่ทางในการหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบพหุนิยม (Pluralism)" ด้วยเหตุนี้

     (๑) เราจึงมีความจำเป็นต้องเคารพในตัวตน และความแตกของผู้อื่น และสัมพันธ์กับผู้อื่นในฐานะที่ "เขาเป็นเขา" และอย่าพยายามที่จะเอาเขามาเป็นเราโดยเด็ดขาด

     (๒) เราควรคิดว่าความเชื่อ วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตของทุกคนล้วนมีคุณค่า และทำให้ชีวิตของคนคนนั้น มีความสุขได้เช่นกัน

      ฉะนั้น เราจึงหันกลับมาพิจารณาข้อเท็จจริงที่ยากต่อการปฏิเสธที่ว่า (๑) ถ้าเราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร  เราก็ต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างนั้น (๒) ถ้าเราไม่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร  เราก็ต้องไม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักของพระพุทธศาสนาที่ว่า "อัตตานัง  อุปมัง กเร" คือ "เอาใจเข้ามาใส่ใจเรา"

เครื่องมือในการจัดการความขัดแย้ง

     ผู้เขียนได้นำเสนอเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการนำเสนอ "กฎทอง" เช่น กฎ I message กับ You message  กฎว่าด้วยการแยกแยะ กฎว่าด้วยการรักษาความสัมพันธ์ด้วยการบริหารความคาดหวัง กฎว่าด้วยการฟังอย่างมีสติ กฎว่าด้วยการรักและการรักตอบ และวิธีการในการจัดการความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ  เช่น การหลีกเลี่ยง การโอนอ่อนผ่อนตาม และการประนีประนอม

ได้รับเกียรติจากอาจารย์วิชาญให้เป็นประธานในการมอบเสื้อ "เมล็ดพันธุ์แห่งศานติ" แก่นิสิตที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในทุกครั้งที่เผชิญกับสถานการณ์ของความขัดแย้งจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา แต่จะเลือกใช้สันติวิธี ซึ่งเป็นวิธีนำสันติสุขมาสู่สังคมได้ยั้งยืนกว่า

ถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์วิชาญในฐานะผู้ดำเนินการหลัก พร้อมญาติธรรมที่เป็นวิทยากรกระบวนการนำนิสิตได้เรียนรู้ในฐานต่างๆ โดยมุ่งหวังว่า เราจะได้ร่วมกายและใจหวานเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพให้งอกงามอยู่ภายในใจของนิสิตเหล่านี้ เพื่อว่า จะได้ส่งต่อเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพเพื่อนำไปปลูกให้เป็นร่มเงาของความสุข สงบ เย็นและเป็นสันติสุขสืบต่อไป

 อนุโมทนาขอบคุณ และชื่นชมอาจารย์วิชาญ ฤทธิธรรมและคณะ ที่ตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของการบ่มเพาะและหวานเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพให้เจริญงอกเงย และงอกงามภายในใจของเยาชนรุ่นใหม่ เพื่อว่าน้องเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพไปปลูกในครอบครัว มหาวิทยาลัย และสังคมไทยในโอกาสต่อไป

 

ขอเชิญอ่านบทความเรื่อง "การจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี" ได้ที่
http://www.mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php?article_id=1160&menutype=1&articlegroup_id=187