อธิษฐาน

ณ ขณะนี้ ผมนั่งอยู่ในลอบบี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กำลังรอขึ้นเครื่องไปซิดนีย์ ออสเตรเลีย เพื่อจะไปดูงาน home care ของ hospice ในเมืองซิดนีย์เป็นเวลา 3 เดือน

ปฐมเหตุมาจากความต่อเนื่องของหลักสูตร Graduate Certificate in Health (palliative care) ของมหาวิทยาลัย Flinders University ที่ร่วมกับ Asia-Pacific Hospice Palliative Care Network (APHN) จัดเป็นหลักสูตรเข้มข้นแบบ distance learning คือ ไปเรียน intensive course ที่สิงคโปร์ 2 ครั้งๆละประมาณ 2 อาทิตย์ (พร้อมกับการบ้านเพียบทั้งในระหว่าง course และหลังจากกลับบ้าน) และสุดท้ายจะเป็น practicum period ถ้าทำครบ 4 weeks ก็จะได้ Graduate Certificate แต่ถ้าต่อยอดเป็นสามเดือนหรือ 12 weeks ก็จะได้ประกาศนียบัตร Diploma ของ APHN มา หลักสูตรนี่เปิดมาได้ 3 ปีแล้ว เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจและทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในบริเวณ Asia-Pacific ได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียน แลกเปลี่ยน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และข้อสำคัญคือไม่ต้องผละจากงานประจำของตนเองนานเกินไป พี่เต็มศักดิ์ ผู้ inpire ผมเข้าสู่วงการ palliative care พึ่งจบ Diploma หลักสูตรนี้มาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง (เป็นคนแรกของประเทศไทย) เขียนบทความน่าสนใจมา 28 บท!! ที่เป็นเรื่องราวของประสบการณ์ที่ออสเตรเลียและมาเลเซีย อ่านแล้วเรานอนหลับฝันหวานไปมากมายว่าแล้วเราจะได้เจออะไรดีๆบ้างไหมหนอ

ตั้งแต่เช้า ตื่นมาตีห้ากว่าๆ เพราะต้องเดินทางจากหาดใหญ่มาที่ กทม.ก่อน มีศรีภรรยาตื่นมาส่งเพียงคนเดียว เลยเดินเข้าไปหอมแก้มแรงๆ (แก้มลูกสาวฮับ!!) ที่กำลังนอนหลับตาปี๋อย่างมีความสุข หอมแรงแค่ไหนก็ยังไม่ตื่น (ฮึ!) แต่ไม่เป็นไร เมือคืนนี้ซักซ้อมการติดต่อทาง google video-chat ไปเรียบร้อย ถ้าเมื่อไรผม go online ที่ซิดนีย์ได้ เราก็จะสามารถพูดจาแบบเห็นหน้าเห็นตาได้ตลอดเวลา ตั้งความหวังไว้สูงว่าที่ซิดนีย์น่าจะมี internet ใช้น่ะนะ คนขับรถของ รพ.ก็ขับมาจอดหน้าบ้านตรงตามเวลาเป๊ะเลย อำลาภรรยา หอบกระเป๋าขนาดยักษ์ (30 KG) ปุเลงๆขึ้นรถ พร้อมเป้คอมพิวเตอร์ และกระเป๋ากล้องอีกสองใบพะรุงพะรัง

ธรรมดาผมจะไม่พยายามหอบเยอะในการเดินทาง แต่ครั้งนี้ Dr Meera Agar ซึ่งเป็น supervisor ของผม เธอบอกว่าจะมารับที่สนามบิน เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้ๆ จะพาไปส่งที่ที่พักเลย เลยได้ใจ (เดี๋ยวจะเป็นไง พรุ่งนี้เช้าก็รู้่) ผมมาถึงดอนเมือง ระหว่างทางได้เจอกับอาจารย์ธนพล ที่เคยเป็น direct boss ของผมมานาน ได้นั่งคุยกันตั้งแต่หาดใหญ่ขึ้นมากทม.

เป็นนิมิตหมายอันดี เพราะอาจารย์ธนพลก็เป็นคนแรกที่ผลักดันให้ผมไปเรียนต่อที่อังกฤษ ฉะนั้นได้มาเจออาจารย์ก่อนไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียด้วย นับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ผมนั่งรถมาแวะบ้านที่ซอยเอกมัยก่อน เพราะเครื่องไปซิดนีย์ออกเวลา 17.25 น. ได้กินบะหมี่แห้งฝีมือคุณแม่ภรรยาเสียเต็มที่ collect คำอวยพรจากคุณพ่อ คุณแม่อีกสองชุด เดินทางมาสุวรรณภูมิ

เจอคนขับรถ taxi ใจเย็น นั่งคุยกันตลอดทาง ที่แท้เขาเป็นคนกรุงเทพฯ แต่หลงเสน่ห์มนต์เหนือ ทั้งภูมิประเทศและคน ก็เลยได้ญาติอย่่างยิ่งเป็นคนเชียงใหม่ แลกเปลี่ยนกันเรื่องการท่องเที่ยว ที่แท้ก็เป็นคอคาราโอเกะคนหนึ่งทีเดียว คุยกันเพลินจนมาถึงสนามบินในเวลาอันสั้น (relative time)

มาถึงสนามบินก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่วิธาน ฐานะวุฑฒ์ พึ่งเสร็จ workshop กับวรวุฒิ และแอ๊ด กำลังอยู่ที่สนามบินกับพี่ช้าง ก็เลยได้รับพรอีก 3 ชุด เป็นจุดเริ่มต้นก่อน take off ที่ดีสมบูรณ์แบบ

มีคนบอกว่า ช่วงเวลาสำคัญก่อนจะเริ่มทำอะไรก็ตาม อยู่ที่ประมาณก่อนจะเริ่ม คือต้องมีการเตรียมสภาพจิตไว้ก่อน เอาเป็นว่าขออธิษฐานไว้ก่อนก็แล้วกัน ว่าไปดูงานครั้งนี้ ขอให้ได้เรียนอะไรมาให้เกิดประโยชน์ ต่อทั้งตนเอง ครอบครัว และสังคม

และขอให้มีอะไรดีๆกลับมาเล่ากันเยอะๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

อธิษฐาน อธิษฐาน อธิษฐาน