สภากาแฟเป็นรูปแบบหนึ่งของKMซึ่งเป็นการนำความรู้ที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนความรู้กันในรูปแบบที่ดูสบายๆและไม่เป็นทางการมากนัก ในวันที่26 มค 2553

               ความหมาย“ บะ”? เป็นคำถามแรกที่ทักทายกันว่าคืออะไร? การตั้งหัวข้อในการสนทนาสภากาแฟนั้นก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนสนใจและอยากรู้ ต่างคนต่างเดาว่า ...บะหมี่ บะจ่าง บะ?  บะเริ่มเทิ่ม(คิดการใหญ่) บะมันอะไร? ...การสงสัยทำให้เกิดการสนทนาขึ้นโดยไม่ได้มีการนัดหมาย จนแล้วจนรอดต้องรอท่านประธานซึ่งเป็นคนตั้งชื่อมาเฉลย....แล้วจึงถึงบางอ้อ....โดยทั่วถึงกัน...

                           

          “ บะ”...เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายถึงกระจาดที่ใช้สำหรับใส่ของ ...ประธานท่านอยากให้ใครมีความรู้อะไร?ก็นำมาใส่กระจาดเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยหยิบมาเล่าสู่กันฟังในเรื่องราวที่สนใจ ซึ่งวันนี้ได้หัวข้อว่า “ บะ”...มุมสภากาแฟ...CoP เต้านม

 

 

          บรรยากาศของสภากาแฟ

          เริ่มแรกสมาชิกที่เข้าร่วมมีไม่มากนักประมาณ 10 คน บรรยากาศของสภากาแฟดูสบายๆไม่เป็นทางการ เริ่มจากการโยนคำถามเรื่อง“ บะ” ใส่ตะกร้าก่อนเรื่องแรกเป็นการอุ่นเครื่องและถือว่าเป็นการทำความคุ้นเคยกันไปในตัว แล้วนำเข้าไปสู่การพูดคุยของเรื่องมะเร็งเต้านมที่เป็นหัวข้อ

          เริ่มจากฝ่ายพยาบาลที่เสนอหรือให้แพทย์นำข้อมูลมารวมกันจากที่เก็บมาแต่แรก(ต่างคนต่างเก็บ)เพื่อง่ายต่อการนำข้อมูลไปทำการวิจัยหรือนำไปศึกษา การกรอกในรายละเอียดของระยะการลุกลาม และมีการพูดถึงตัวไหนที่จะนำมาวัดการอยู่รอดของผู้ป่วยและการที่ผู้ป่วยไม่มาหรือขาดการรักษาต้องมีการติดตามผู้ป่วยทำให้ทราบถึงการเป็นอยู่หรือมีชีวิต

          ฝ่ายวิจัย พูดถึงการทำงานวิจัย พบว่ามีปัญหาในการเก็บข้อมูลในการวิจัยและความร่วมมือจากแพทย์ในรายละเอียด ยอมรับว่าภาระงานแพทย์หนักแต่ถ้าทุกอย่างเก็บข้อมูลแล้วไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ จะทำให้ข้อมูลที่ได้คลาดเคลื่อน เนื่องจากปัญหาการติดตามประวัติของผู้ป่วยต้องตามหา 3-4 แห่ง และไม่สามารถดึงข้อมูลจาก HN ได้ในครั้งเดียว รวมทั้งปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าจะเก็บข้อมูลเป็นไปได้ไหม? ว่าสามารถเก็บข้อมูลเป็นส่วนกลางของคลินิกเต้านม

          สมาชิกท่านอื่นๆ ผลัดกันเล่าประสบการณ์ที่พบเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและของคนรอบตัวมาเล่าถึงปัญหาและวิธีการรักษาว่าคุณหมอแต่ละท่านมีแนวทางในการรักษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร? ในเมืองนอกเขามีแบบมาตรฐานที่นำมาใช้ในการรักษาเป็นแนวทางเดียวกัน ในไทยจะมีโอกาสทำใหม? ฝากกันคิดฝากกันถาม... เผื่อจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังในครั้งต่อไป

          เมื่อพูดถึงสภากาแฟก็มีหลายเรื่องที่นำมาพูดคุยกัน ประธานบอกว่า“ บะ”ให้Sharing กันในครั้งแรกนี้อาจจะมีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง ในเรื่องบ้างนอกเรื่องบ้าง ในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ สบายๆ ซึ่งถือว่าสภากาแฟในครั้งนี้ กาแฟกำลังเริ่มออกรส ก็พอดีสมควรแก่เวลา ก็ต้องแยกย้ายกันไปและประธานได้หยั่งเสียงว่า ครั้งหน้าเรามาคุยกันเรื่องสมุนไพรกันต่อดีไหม?....

 

                               

 

          ปัจจุบันในที่ทำงานหลายแห่งจะมีการจัดมุมกาแฟไว้ให้ในแต่ละชั้นส่วนกลาง เพื่อมุ่งหวังให้บุคลากรได้พูดคุยกันในช่วงพักสั้นๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างในขณะจิบกาแฟ

          กาแฟจะออกรสชาด เมื่อได้มีการพูดคุยกันถูกประเด็นในที่คล้ายๆกันหรือสนใจเรื่องเดียวกัน ต่างมุมมองได้แต่ไม่ต่างความสามัคคี แล้วพบกันใหม่ในกาแฟถ้วยต่อไป....