เมื่อครั้งที่แล้ว ได้เล่าถึงการเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศชั้นหนึ่ง แต่ปรากฏว่าได้นั่งในที่นั่งเสริมด้านประตูหน้ารถ พร้อมกับผู้โดยสารอีกถึงสามคน ที่นั่งเสริมนี้ปกติจะเป็นที่นั่งสำหรับพนักงานประจำรถ จึงเป็นที่นั่งแบบพับเก็บได้และจากที่นั่งตรงนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านหน้ารถได้ชัดเจนและกว้างแบบพาโนราม่า ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ของผมจึงได้เห็นอะไร ๆ ในเส้นทางที่รถผ่านได้อย่างที่ไม่เคยได้มีโอกาสเห็นจากการเดินทางครั้งก่อน ๆ ผมจึงใช้โอกาสนี้ชื่นชมกับวิวทิวทัศน์ ตลอดเส้นทางการเดินทางครับ เรียกว่า พลิกวิกฤติเป็นโอกาส นะครับ…
ไหน ๆ ก็ได้โอกาสดี ๆ ที่หาได้ไม่บ่อยนัก ก็เลยเก็บภาพตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนถึงปลายทาง ที่เป็นจุดสำคัญ ๆ ไว้เสียเลยดังข้างล่างนี้
ภาพแรก บริเวณถนนมิตรภาพ หลังจากออกมาจาก บขส.ใหม่ นครราชสีมา ด้านซ้ายจะเห็นปั้มน้ำมันตราดาว และไกลออกไปจะเห็นป้ายของร้านค้าขายส่งชื่อดังต่างชาติสีแดงอยู่ลิบ ๆ ภาพที่ถ่ายจากกลางถนนเช่นนี้ จะไม่มีโอกาสได้ถ่ายนะครับ ถ้าไม่ได้นั่งในตำแหน่งที่ผมได้นั่งในเที่ยวนี้….อิอิ
ภาพที่ 2 เป็นประตูต้อนรับเข้าสู่ ตลาดอำเภอพล หรือที่เรียกกันโดยชาวบ้านว่า เมืองพล บริเวณก่อนเข้า บขส. เมืองพลครับ
ภาพที่ 3 เป็นวิวช่วงถนนไปยังมหาสารคามที่เป็น เนินขึ้นลงขึ้นลงติดต่อกัน เห็นถนนช่วงนี้แล้วทำให้นึกถึง ชีวิตคนเรานะครับ ก็มีขึ้นและมีลงสลับกันไป…เป็นธรรมชาติ วันนี้เจอวิกฤติก็อย่าท้อวันหน้าที่ดียังรอเราอยู่ ถ้าเรามีใจสู้ ถ้าวันนี้เรากำลังรุ่งเรือง มีความสุขและสมบูรณ์พร้อมด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็อย่าได้ประมาท ต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่า วันข้างหน้านั้นไม่มีอะไรแน่นอน
ภาพที่ 4 เป็นบริเวณ ก่อนถึง อ. บรบือ มหาสารคาม ที่มีเอกลักษณ์ ของสิ้นค้าทางการเกษตรของชาวบ้าน ที่มาตั้งเพิงขาย อยู่สองข้างทางบริเวณนี้จำนวนมากครับ คือ มันแกว ซึ่งบางทีก็เรียกว่า มันเทศครับ เท่าที่เคยแวะซื้อหา ถ้าสอบถามราคาว่าขายมัดละเท่าไหร่ ก็จได้คำตอบว่า ราคา มัดละ 40 บาท และถ้าผู้ซื้อยังลังเลอยู่ ก็จะบอกว่า 3 มัด 100 บาท แต่ผู้ขายหลาย ๆ คนจะบอกว่า 3 มัด 100 บาทเลย เพื่อให้ผู้ซื้อ ซื้อครั้งละ 100 บาท ก็เป็นเทคนิคการขายครับ…เรียนรู้จากชาวบ้าน




เรียน ท่านพี่ ใช้ชีวิต อย่าง สนุก และ สุข ดี จัง ครับ
กำลังปรับตัวให้ใช้ชีวิต สบาย สบาย ครับ มีเวลามองรอบ ๆ มากขึ้นครับ ท่าน JJ
ตามมาอ่าน เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลยค่ะ ต้องแต่ตอนลุ้นว่าจะได้ที่นั่งตรงนี้หรือเปล่า ทำไมผู้บริโภค โดนเอาเปรียบง่ายจัง เหมือนวันก่อน ส้ม ไปซื้อผลไม้ร้านที่เข้ามาขายในโรงอาหาร แก้วมังกรโลละ 30 บาท ชั่งมาแล้วไม่ถึงโล ขาดเกือบ 1 ขีด ความเป็นคนไม่อยากคิดเลข เขาบอกเท่าไร เท่านั้น 29 บาท พอเราให้ไป 30 บาท เขาบอกไม่มีทอน แล้วก็ไม่สนใจเรา ทำเป็นยุ่ง ขายของต่อ ยืนอยู่พักนึงแล้ว คิดไปมา แค่บาทเดียว อย่าไปเสียอารมณ์ ต่อไปก็ไม่ซื้ออีกแล้วร้านนี้
ขอบคุณ ส้ม มากครับที่แวะมาอ่าน
เรื่องซื้อผลไม้ ก็เจอเหมือนกันครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เห็นป้าย อ่านว่า กิโลละ 10 บาท ก็เลือกใส่ถุง ประมาณ 2 กิโล พอรับถุงมังคุดมาก็จ่าย เงิน 20 บาท แม่ค้า บอกว่า 40 บาทค่ะ
เป็นงงครับเลย ลองดูป้ายดี ๆ อีกที จึงพบว่า เขาเขียน 10 บาท 1/2 กิโล ครับ แต่ตัว 1/2 นั้นเล็กมาก....เรื่องทำนองนี้เคยเจอมาแล้วที่ กทม. หลายปีมาแล้ว จนลืมไปแล้ว ไม่นึกว่าปัจจุบัน ระบาดมาต่างจังหวัดแล้ว....นี่คือการกระจายความทันสมัย(ในการใช้เล่ท์กล)ในการขายหรือเปล่าหนอ ?