หากเราสามารถใช้ใจละเอียดเช่นนี้ บังคับบัญชากายหยาบ วาจาหยาบนี้ได้ตลอดเวลาแล้ว ไฉนเลยความรู้สึกด้านลบต่อสิ่งนู่นนี่ คนนู๊นคนนี้จะเกิดขึ้นกับใจของเราให้เศร้าหมองได้

 

 

 

                  เหตุผลประการเดียวที่ทำให้คนขี้เซาอย่างครูปู นอนไม่หลับก็คือ  "ความสุข"   จากกิจกรรมเล็ก ๆ ในห้องเรียน  ทำไป.. ขำไป..  แค่ตั้งใจมองเข้าไปในตาของเพื่อน...  P  สัมผัสมือกัน...  ตั้งใจใส่ความรู้สึกดี ๆ แก่กัน   แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้กัน .... รับรู้ความรู้สึกจากแววตาแห่งความจริงใจของคู่สนทนา  แค่นี้เอง!

              แต่... ทำให้เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาได้ (ทั้ง ๆ ที่ยังเล่นรูดแหวน รูดนาฬิกา หัวร่อต่อกระซิกกันอยู่เลย)  สรุปบทเรียนที่ยิ่งใหญ่บทหนึ่งในชีวิตได้ทันทีว่า 

             "หากเราสามารถใช้ใจละเอียดเช่นนี้ บังคับบัญชากายหยาบ วาจาหยาบนี้ได้ ตลอดเวลาแล้ว  ไฉนเลย ความรู้สึกด้านลบต่อสิ่งนู่นนี่ ต่อคนนู๊น คนนี้ จะเกิดขึ้นกับใจของเรา ให้เศร้าหมองได้"

             สิ่งที่จะเกิดขึ้นควรจะมีเพียง ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ตั้งใจมองหาแต่แง่มุมที่น่าพิศมัย  จิตไม่ตก พอที่จะไปจ้องจับผิด ริษยา พยาบาท   

            เริ่มแบบทดสอบนั้นทันที!  กับน้องสาวที่กำลังไม่เข้าใจกัน  ตั้งใจมองเขาใหม่  มองหาปัจจัยบีบคั้นรอบตัวน้อง  พูดด้วยภาษาของน้อง  ภายใต้แรงบีบคั้นที่น้องมี  บอกน้องว่าเราไม่สนเรื่องใด ๆ ทั้งนั้น  เราสนใจแต่ตัวเค้า  เพราะเรารักเค้า และพร้อมจะเดินฝ่าปัญหานี้ หรือปัญหาไหน ๆ ต่อจากนี้  ไปด้วยกันกับเขา  (ฉากต่อจากนี้ เป็นฉากเศร้าเคล้าน้ำตาค่ะ  แต่... เปื้อนเปรอะไปด้วยรอยยิ้มนะคะ...)

             อย่ามัวลุ้น กับเรื่องของครูปูเพลินหล่ะคะ  เริ่มแบบทดสอบของตัวเองเลยดีกว่าค่ะ  เราจะได้ไม่เผลอ หลงลืมความรู้สึกของใครต่อใครไว้ข้างหลังค่ะ

 

           (ขอกราบขอบพระคุณท่าน ผศ.ดร.คำเพชร ภูริปัญญา อีกครั้งนะคะ ที่ไม่ยอม LEFT US BEHIND )