ขอบคุณ "ความรัก" อันเป็นต้นทุนชีวิตที่ครอบครัวได้มอบให้ ที่ไม่เพียงสอนให้เราเข้าใจความรักแต่ในส่วนของเรา แต่ยังสอนให้เข้าใจในความรักของผู้อื่น เพื่อที่จะ "รักเป็น" "มอบความรัก ด้วยความเข้าใจเป็น"

 

  

       

 

                 ิ่งเร้าอันเป็นเหตุไม่พึงประสงค์  ที่พุ่งเข้ามากระทบชีวิตเราเพื่อทดสอบสมรรถนะของสติ   มักไม่เข้าแถวเป็นระเบียบ   ช่วงใดโชคเข้าข้าง ก็อาจจะทิ้งช่วงห่าง  ให้พอมีเวลาจัดการกับของเดิมบ้าง   แต่ช่วงใดที่เขาเข้ามาแบบแถวหน้ากระดานเรียงตับ   ครานั้นจะได้เห็นประสิทธิภาพของตัวตนของเราอย่างชัดเจน 

                    บางคนเก่งกาจ  อาจวูบแค่จิตตก  หลายคนแก้ไม่ตก  แก้ไม่ทัน  พาลฝังใจย้ำคิดย้ำทำ  เสียเพื่อนฝูง  เสียญาติมิตร สหาย  เสียทรัพย์ เสียอาชีพ หน้าที่การงาน   เสียบุคลิกภาพไปอย่างชัดเจน

  

                ม้จะยังไม่สูงวัยนัก แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ครูปูเจอมาหมดแล้วค่ะ

               ต่บันทึกนี้  มิได้กำลังจะชี้แจงแถลงกระบวนวิธีดับทุกข์ทั้งมวลนะคะ เพียงแต่  ได้พบข้อสังเกตจากการพิจารณาตนเอง  ในยามทุกข์ ว่า ทุกครั้งที่ตกอยู่ใน  ความไม่รู้  ความไม่เข้าใจ  หรือความทุกข์  สถานีแรกที่จิตจะไปสถิตย์อยู่   คือ  ครอบครัวหรือคนที่รักเรา    แค่นึกถึง ก็ระลึกขึ้นมาได้ทันทีว่า 

                  รานี้คือคนสำคัญ  ชีวิตเรามีความหมายมากมายต่ออีกหลายชีวิต  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้  เทียบไม่ได้กับแม้กระผีก  ของช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับครอบครัวหรือคนที่รักเรา   หากคู่กรณีได้รับรู้  คุณค่าที่เรามีข้อนี้แล้ว  เขาจะต้องเสียใจ ที่ปฎิบัติต่อเราเช่นนั้น

            

                    อาการระเริงเช่นนี้ จะเป็นอยู่เพียงครู่หนึ่ง

 

                   เมื่ออิ่มเอมกับความรับรู้ดังกล่าวจนสาแก่ใจแล้ว  วิจิกิจฉาถึงพฤติกรรมของคู่กรณี ก็เกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป  นั่งคิดพิจารณา ถึงความเป็นตัวตนของเขา  หน้าที่การงาน  สภาพแวดล้อม  เหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่คาดว่าเป็นเหตุ ที่ทำให้เขาต้องเลือกทำเยี่ยงนั้น

 

 

                    ณะกำลังมโนภาพครอบครัวของคู่กรณี  ภาพครอบครัวของตัวเองก็ผุดขึ้นมาในสมอง  พร้อมกับคำถามที่ว่า  แล้วหากเขาก็เป็นที่รักของครอบครัวเขา  เป็นคนสำคัญ  เป็นชีวิตที่มีความหมายมากมายต่อครอบครัวและคนที่รักเขาด้วยเช่นกันหล่ะ   ทั้งตัวเขาและครอบครัว จะกำลังจับจ้องเพ่งพิศตัวเราในฐานะคู่กรณีเหมือนกับที่เรากำลังทำอยู่หรือไม่

 

                    ตัวตนอันใหญ่โตเกินความเป็นจริงของเราเมื่อครู่  พลันลดขนาดลงเท่ากันทันที

                ขาก็ชีวิตหนึ่ง  เราก็ชีวิตหนึ่ง  ผิดพลาดเผลอพลั้งกัน ระหว่างทางแห่งการใช้ชีวิตนี้  นับครั้งไม่ถ้วน  เพียงแต่ครั้งนี้  เราเป็นผู้ที่ไม่พึงใจ  กับผลที่เกิดขึ้น   จึงมุ่งเน้น  เพ่งพิศ  จับผิด จ้องพลาดไปต่าง ๆ นานา   หากคราต่อไปเป็นเรา ที่เผลอกระทำให้เกิดผลเช่นนี้กับเขาบ้าง  เราเองยินดีจะให้เขาจับจ้องเราเช่นนี้บ้างหรือไม  

                ิดได้ดังนั้น  ความเข้าใจก็เกิดขึ้น  ยิ้มได้ทันควัน   มองหน้ากันได้อย่างไม่ขวยเขิน   แถมเบิกบานจนออกนอกหน้า   ด้วยความละอาย ต่ออวิชชาในตอนแรก   ทั้ง ๆ ที่คู่กรณียังมีอาการเกร็ง ๆ  เหมือนกับว่า  นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่เขาคาดว่าจะได้เห็น  หลังวิวาทะที่เพิ่งผ่านไป 

 

               อบคุณ   "ความรัก"   อันเป็นต้นทุนชีวิต ที่ครอบครัวได้มอบให้   ที่ไม่เพียงสอนให้เราเข้าใจความรักแต่ในส่วนของเรา    แต่ยังสอนให้เข้าใจในความรักของผู้อื่น   เพื่อที่จะ  

 

                                     "รักเป็น  มอบความรัก ด้วยความเข้าใจเป็น"