เมื่อครั้งที่คณะทีมงานจากมวล. ได้เข้าร่วมเสวนา UKM ครั้งที่ 12 ในหัวข้อ "การบริหารงานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research) เมื่อเดือน เมษายน 2551 นั้น
ผอ.ศูนย์บริการการศึกษาร่วมกับหัวหน้าส่วนพัสดุและหัวหน้าหน่วยพัฒนาองค์กรซึ่งเป็นทีมหลัก เห็นว่าเพื่อเป็นขยายผลอันเนื่องมาจากการไปเสวนา และเป็นการสนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนางานและตนเองจึงได้ร่วมกันจัดโครงการอบรมให้กับพนักงานในหน่วยงาน หัวข้อ "ระเบียบวิจัยอย่างง่ายกับงานบริการ" ในอังคารที่ 24 มิถุนายน 2551 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย โดยมีอาจารย์สุดธิดา สังข์พุ่ม เป็นวิทยากร
ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ แรกๆ ที่ทราบข่าวก็รู้สึกวิตกว่า เราจะนำ "วิจัย" มาใช้กับงานของเราได้เหรอ เนื่องจากงานที่รับผิดชอบไม่ใช่งานวิชาการ แต่จากที่ได้เข้าอบรมก็คลายความกังวล และรู้สึกว่า สิ่งเล็กๆ/สิ่งที่เราทำซ้ำๆในงาน/ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน มันสามารถนำไปสู่งานวิจัยได้ทั้งนั้น ดิฉันก็เลยจะเก็บบรรยากาศที่เข้าอบรมและความรู้ที่ได้ ดังนี้
เวลา 9.00 น.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพิศ ฤทธิ์แก้ว ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษา กล่าวเปิดการอบรมและเล่าที่มาของโครงการให้ฟัง ^ ^
เวลา 9.30 น.
พี่ติ๋ม-จินตนา ศิริวัฒนาโชค หัวหน้าส่วนพัสดุ บรรยายในหัวข้อ "วิถีวิจัย - วิถีชีวิต" พี่ติ๋มบอกว่า การที่เราจะดำเนินชีวิตอย่างเป็นวิถีนั้น เราต้องดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและไม่เป็นภาระ เช่น เราเลี้ยงลูก ดูแลลูก ซึ่งไม่เป็นภาระ การทำงานก็เช่นเดียวกันที่ไม่ถือว่าเป็นภาระ (แต่เป็นหน้าที่ ฮ่า ฮ่า) พี่ติ๋มสรุปวิถีชีวิตในการทำงานไว้ว่า เราต้องมี
- เป้าหมายในการทำงาน
- งานมีคุณภาพ
- มีประสิทธิภาพการทำงาน
- ต้องสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้ง 4 ข้อ ต้องประกอบด้วย
- มีการปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
- มีการเก็บเป็นฐานข้อมูล
- มีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา การให้บริการ
- มีเครื่องมือระบบงานคุณภาพ เช่น 5 ส. TQM Six sigma KM QC และ R2R
* ผลการปฏิบัติงานที่ออกมาในรูปแบบต่างๆ เป็นที่ยอมรับ (เชิงประจักษ์) ?
** ผลงานของเราสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพ คุณภาพตามเป้าหมาย?
*** จะไปสู่ วิถีวิจัย?
10.00 น.
อาจารย์สุพิศ ก็สรุปและให้พวกเราดู คลิปวีดีโอ จากที่ท่านเคยดูเมื่อครั้งไป UKM ซึ่งทำให้ดิฉันมองเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานประจำที่แม้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ หากเราได้เปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำให้งานที่ทำอยู่รวดเร็วและเกิดความสะดวกขึ้นได้ เราจะน่าที่จะ คิด และทำ เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น
ดิฉันขอนำตัวอย่างที่อาจารย์นำมาให้ดู เป็นตัวอย่างของ มอ. ค่ะ
ในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลจะมีถังเหล็กใส่น้ำสำหรับไว้ใช้ล้างเลือดผู้ป่วย ซึ่งจะแขวนไว้ที่เสาเหมือนกับถุงน้ำเกลือน่ะค่ะ แต่ถังเหล็กนี้เราจะมองไม่เห็นปริมาณน้ำที่อยู่ข้างใน การที่จะเติมน้ำครั้งหนึ่งๆ ต้องเอาบรรไดซัก 2 ขั้นมารอง และใช้กระจกเล็กๆ ส่องดูปริมาณน้ำ เหตุการณ์เช่นนี้พยาบาลก็ปฏิบัติมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็มีการคิดที่จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสะดวก จึงได้มีการนำถังเหล็กไปดัดแปลง โดยการต่อท่อใสๆ (ไม่แน่ใจว่าเป็นซิลิโคนหรือไม่) ด้านนอกถัง ทำให้เห็นปริมาณน้ำที่อยู่ในถังได้โดยไม่ต้องปีนขึ้นไปดูอยู่เรื่อยๆ (ได้รับรางวัลด้วยค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าเป็นรางวัลอะไร เก่งจริงๆ)
10.15 น.
อาจารย์สุดธิดา สังข์พุ่ม บรรยายวิธีทำวิจัย(อย่างง่าย)
- การกำหนดประเด็นปัญหา การตั้งวัตถุประสงค์การวิจัย
- การเลือกและสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เทคนิคการสุ่มตัวอย่าง
- มีการฝึกปฏิบัติ การเขียนโครงร่างงานวิจัย และมีการนำเสนองานด้วย
อาจารย์ชื่นชมว่าพวกเราเก่ง ที่สามารถคิดปัญหาและเขียนงานวิจัยได้อย่างรวดเร็ว ดิฉันเองได้ประโยชน์จากการเข้าอบรม อย่างน้อยๆ ก็ไม่รู้สึกวิตกว่า เราจะทำงานประจำเราให้เป็นงานวิจัยได้อย่างไร


เมนูของ waleerat1





เมื่อ ส. 28 มิ.ย. 2551 @ 21:02
720478 [ลบ]
โอ้ โฮ ...เยี่ยมเลยคะ พี่วลี
เก็บประเด็นและบรรยากาศได้ครบถ้วนจริงๆ เห็นนั่งฟังเงียบๆ เห็นฟังไปดมยาไป
ที่น่าตื่นเต้นและดีใจ Surprise มากก็คือ โจทย์วิจัยจากงานประจำที่พี่ๆ กำหนดมาเป็นโจทย์วิจัยที่ดี และเกิดประโยชน์กับมหาวิทยาลัยมาก...รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเลย
ขอบคุณคะ
น้องเม
เมื่อ จ. 30 มิ.ย. 2551 @ 14:17
722481 [ลบ]