ส่วนใหญ่จะเข้าใจผิด ทำแค่บทบาท Energizer คือชวนผู้เข้ารับการอบรมเล่นเกมเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือกระตุ้นให้สดชื่น แล้วก็นำเข้าสู่บทเรียน อิอิ ก็การบรรยายอีกนั่นแหละ


           คงทราบกันดีแล้วนะครับว่าจะมีการอบรมกระบวนกรสไตล์เฮฮาศาสตร์ขึ้นที่สวนป่า  มหาชีวาลัย  ในวันที่ 17-19  พฤษภาคม นี้  โดยมีทีมงานเฮฮาศาสตร์สองแควเป็นแกนหลัก ( มีคนชอบวิ่ง  นักการอิ่ม  นักการเมี่ยง )  มี อ. แป๋ว  มาช่วยแน่นอนแล้ว  แถมจะทำแกงกระหรี่ญี่ปุ่นให้กินด้วย  ลุงเอกจากสถาบันพระปกเกล้าอีกคนนึง

 
          ลุ้นทวีสินหรือคนดอยกับทีมงานอยู่ว่าจะมาช่วยได้ไหม ?  อ. วรภัทร  ภู่เจริญ  ( คนไร้กรอบก็กำลังเคลียร์คิว  มีหวังมากๆ )  อาจมีอาจารย์ของคนชอบวิ่งมาอีกคนนึง  ตอนนี้ขออุบไว้ก่อน  ท่านรับปากว่าถ้าเคลียร์คิวได้  มาให้แน่ๆ  อิอิ

  
           การอบรมครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนชอบวิ่งเห็นว่าชาวเฮฮาศาสตร์ส่วนมากเป็นครูบาอาจารย์  หรืออาชีพอื่นก็ต้องรับบทเป็นวิทยากรอยู่แล้ว  จากการพูดคุยกับครูบา  ท่านให้ข้อสังเกตว่าการศึกษาของไทย  ทำไปทำมาสอนให้คนคิดไม่เป็น  ระบบการศึกษาของไทยทำให้เกิดความเชื่อว่า  การเรียนรู้ต้องมีปรมาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายหรือสอน  ครูบาอาจารย์หรือวิทยากรส่วนใหญ่ก็เชื่อแบบนี้  การอบรมสัมมนาต่างๆจึงมีแต่การบรรยายเป็นส่วนใหญ่  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือการจัดการความรู้จึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จ


           จริงอยู่การถ่ายทอดความรู้บางอย่างต้องอาศัยการบรรยาย  แต่ก็มีบางอย่างที่เราสามารถใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การอบรมสัมนาแบบมีส่วนร่วม  ให้ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งมีประสบการณ์พอสมควร  มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้  ซึ่งการจัดการอบรมแบบนี้ต้องอาศัยกระบวนกร ( วิทยากรกระบวนการ )


           การจัดการอบรมหรือจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ต้องอาศัยทีมงาน  ซึ่งประกอบด้วย


           ฝ่ายที่ทำหน้าที่ Logistic  หรือฝ่ายที่ทำหน้าที่ธุรการ  ดูแลเรื่องการเชิญวิทยากร  การเดินทาง  ที่พัก    ของวิทยากรและผู้เข้ารับการอบรม  การจัดสถานที่อบรม  อุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรมสัมนา  อาหารการกิน  ของที่ระลึก  งานเอกสารต่างๆ   ฯลฯ


           กระบวนกร  ส่วนมากจะใช้ทีมกระบวนกร  เพราะต้องช่วยกันทำมาหากิน  อาจสลับบทบาทหน้าที่กันได้  แต่หลักๆแล้วก็คือการสร้างบรรยากาศให้เหมาะสม  จัดกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เข้ารับการอบรม  เพราะความเชื่อที่ว่าทุกคนมีความรู้และประสบการณ์  ถ้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเกิดวงจรหรือเกลียวความรู้ที่มหาศาล  มากกว่าที่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญจะบรรยายได้ 

 
          นอกจากนี้ก็มีหน้าที่ตั้งโจทย์ให้คิด ( ทางเชียงรายเรียกตัวกวน )  หรือการหากิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มให้ทำร่วมกัน  ส่วนใหญ่จะเข้าใจผิด  ทำแค่บทบาท Energizer  คือชวนผู้เข้ารับการอบรมเล่นเกมเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือกระตุ้นให้สดชื่น  แล้วก็นำเข้าสู่บทเรียน  อิอิ  ก็การบรรยายอีกนั่นแหละ


          Resorce Person  หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่จัดอบรมสัมนา  ในการอบรมแบบมีส่วนร่วม   Resorce Person  จะอยู่ตลอดการอบรม ( ไม่ใช่แบบหิ้วกระเป๋า Notebook มาบรรยายแล้วก็เผ่นไปขึ้นเครื่องกลับ )  เพราะอาจต้องแทรก  เพิ่มเติมความรู้หรือตอบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  และต้องคอยหาจังหวะที่จะทิ่มจะแทงให้เกิดการคลิก  ปิ๊ง  หรือแว๊บในโอกาส  เวลาที่เหมาะสม


          กระบวนกรบางคนมีความสามารถมากก็อาจเป็นทั้ง Energizer  คนตั้งโจทย์ ( โยนตัวกวน ) หรือมอบหมายให้ทำกิจกรรม  รวมทั้งเป็น Resorce Person  ทั้งหมดเลยก็ได้  แต่ค่อนข้างจะหายาก  อิอิ  จึงอาศัยมวยหมู่คือทำเป็นทีม  ใครชั่วโมงบินมากขึ้นก็จะถูกหัวหน้าทีมถีบ  หรือโยนไมค์ให้ดื้อๆ  แบบที่ท่านครูบาทำอยู่บ่อยๆ  อิอิ


          การอบรมแต่ละครั้งต้องออกแบบหลักสูตรใหม่   เหมือนวัดตัวตัดเสื้อใหม่  ไม่ใช่ตัดเสื้อโหลไว้แจก  เพราะการอบรมแต่ละครั้งจะมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน  หรือถึงจะมีวัตถุประสงค์เดียวกัน  แต่ผู้เข้ารับการอบรมมีแตกต่างกันทั้งเพศ วัย  ความรู้และประสบการณ์  จึงต้องปรับกิจกรรมหรือตั้งโจทย์ให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการอบรมแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันด้วย


          ทีมงานนอกจากจะทำ BAR  AAR  หรืออะไรต่อมิอะไรตามกระบวนการแล้ว  ต้องทำงานเชิงรุก  คือศึกษาผู้เข้ารับการอบรมไว้ล่วงหน้า  พยายามหาข้อมูลว่ามีความรู้  ประสบการณ์มากน้อยอย่างไร  ทีมงานต้องพร้อม  มาคอยดูตั้งแต่เดินทางมาลงทะเบียน  สังเกตพฤติกรรมบางครั้งก็อาจมีการปรับหลักสูตรอย่างกระทันหันเพื่อความเหมาะสม


          โอ๊ย  ยังมีอีกมาก  นักการอิ่ม  นักการเมี่ยงก็เพิ่งไปศึกษาเรื่องจิตวิญญาณ  สุนทรียสนทนา  อ่านเขียนแปล  กระบวนกร  การออกแบบหลักสูตรการอบรม ฯ กับ อ. วิศิษฐ์  วังวิญญู  แห่งวงน้ำชาที่เชียงรายมาสองครั้งแล้ว  คงนำความรู้ที่ได้มาใช้ในครั้งนี้ด้วย  ( แต่ถ้าทวีสินหรือ อ. วรภัทร์มาได้ก็หายห่วง  เพราะเชี่ยวชาญเรื่องนี้มาก  โดยเฉพาะคนหลังนี่สุดยอดๆๆๆ  )


          ที่เล่ามานี่ก็แค่ 2 %  ของที่จะอบรมกัน  เชิญบล็อกเกอร์ G2K ทุกท่านนะครับ ( ไม่ใช่เฉพาะเฮฮาศาสตร์ )  จะมาเดียวหรือมากลุ่มเชิญนะครับ  ย้ำรับแค่ 25 คนเพื่อให้มีคุณภาพ  สมัครก่อนรับก่อน  ครบ 25 คนขอปิดรับสมัครนะครับ  อย่าโกรธกันนะครับ  ตชด. ขอร้อง  เพราะรุ่นหน้าต้องรออีก 5 ปี  อิอิอิอิ


          ว่าจะเอากำหนดการ  รายละเอียดของการอบรมขึ้นนะครับ  ไหงเป็นยังงี้ไปได้  คงเป็นแบบตั้งใจตัดเสื้อ  แต่ดันได้กางเกงแบบที่ อุ๊ยจั๋นตาว่าไว้  ขอผลัดเป็นบันทึกหน้านะครับ  อิอิ