6
อินเดียกับโลกอนาคต
ผมเคยบอกเพื่อนร่วมงานว่า ในอนาคตอินเดียจะเป็นมหาอำนาจ เพื่อนคนนั้นบอกว่า เป็นแล้ว หมายความว่าอินเดียเป็นมหาอำนาจแล้ว ไม่ต้องรออนาคต
โลกเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นการเปลี่ยนไปที่ สำหรับอินเดียมีความได้เปรียบอยู่หลายประการ หรือจะเป็นเพราะช้างยักษ์เชื่อกนี้ที่เก็บตัวอยู่ในป่าของตนจนแข็งแรงกล้ามเป็นมัดๆนั้น พอออกมาเผชิญกับโลกภายนอกป่าจึงดูพร้อมที่จะรับกับสิ่งต่างๆ ที่มากระทบ
โลกในอนาคตคงมิได้มีเพียงพญาอิทรีย์ มังกรคำรามเท่านั้นที่มีบทบาท ต้องมีช้างสารตัวนี้ด้วย
ผมรู้สึกทึ่งมากกับข่าวที่อ่านในวันหนึ่งว่าแชมป์โลกหมากรุกสองสมัยเป็นชาวอินเดียที่ชื่ออนันท์ Viswanathan Anand เป็นสิ่งที่อินเดียได้จากการคบกับรัสเซียหรือ ในสมัยก่อนเราได้ยินแต่ชื่อของชาวรัสเซียที่ดูเหมือนจะยึกตำแหน่งนี้อย่างถาวร แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว อินเดียก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกได้ เช่นเดียวกับข่าวของนักอวกาศหญิงที่สร้างสถิติโลกในอวกาศมากมายก็เป็นคนอินเดียที่ชื่อ Sunita William เป็นความภูมิใจของคนในหมุ่บ้านแห่งหนึ่งในอินเดียอย่างมากที่วันหนึ่งนักบินอวกาศหญิงคนนี้ก็กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่เธอเคยใช้ชีวิตอยู่
คนอินเดียมีสิ่งที่ทำให้น่าภูมิใจอยู่หลายประการที่เกี่ยวกับคนที่ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะในยุคปัจจุบันแต่ตั้งแต่อดีตโบราณกาลมาแล้ว
ระพินนาถ ธากอร์ เป็นคนอินเดียที่ได้รับรางวัลโนเบิลสาขาวรรณกรรมคนแรกของอินเดีย (ปี คศ. 1913)ทำให้คนอินเดียภูมิใจมากและจนถึงปัจจุบันนี้ มีสถาบันการศึกษาที่ตั้งเป็นเกียรติแก่นักปราชญ์ผู้นี้หลายแห่ง
มหาตม คานที มหาบุรุษของโลกด้วยแนวทางอหิสาทำให้คนอินเดียมีคุณค่าอย่างมากในสายตาคนทั้งโลก
นอกจากนั้นก็ยังมีคนอินเดียได้รางวัลโนเบิลในสาขาต่างๆ อีก เช่นฟิสิกซ์และเศรษฐศาสตร์
อินเดียดูจะขยายตัวในทุกด้านไม่ใช่เฉพาะไอทีอย่างเดียว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของอินเดียในโลกอนาคตคือ “คน”
คนที่สมัยหนึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาเพราะรัฐต้องรับภาระเลี้ยงดูแลและเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ แต่บัดนี้คนได้กลายเป็นทรัพยากรทุนที่สำคัญของประเทศอินเดียและถ่วงดุลในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้ดี
ถ้าคนรุ่นใหม่ของอินเดียที่ผ่านช่วงวิถีสังคมดั่งเดิมที่อยู่กับวัฒนธรรมและประเพณีเก่าแก่มาแล้วและไม่ได้ยึดติดกับสิ่งเหล่านั้น เช่นการอยู่กับธรรมชาติและการกินเจ การให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนเหล่านี้จะกลายมาเป็นคนในยุคใหม่ที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย และเต็มใจบริโภคสิ่งที่ทันสมัยและไฮเทค อะไรจะเกิดขึ้น เศรษฐกิจจะขยายตัวและสะพัดมากเพียงใด คนกว่าพันหกร้อยล้านเหล่านี้เท่านั้นที่จะบอกได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า
ผมอ่านข่าวธุรกิจจักรยานในอินเดียแล้วก็พอจะนึกภาพอนาคตของอินเดียได้ลางๆ บริษัทจักรยานชั้นนำของอินเดียบอกว่าในแต่ละปี ยอดการขายจักรยานในอินเดียสูงถึง 13 ล้านคัน เท่ากับ เดือนละ 1 ล้านกว่าคัน ในอีก 20 ปี ที่ประชากรจะเพิ่มขึ้นอีก 600 ล้านคนเป็น 1600 ล้านคน จะเป็นอย่างไร ลองคิดดูกันเอาเอง
นั่นเป็นเรื่องของจักรยานเพียงสินค้าเดียวช้างสารตัวนี้ยิ่งมีความสุขกับการอยู่ในเมืองมากเท่าใด ก็จะยิ่งเติบโตขึ้นไปอีก
ในปี 2550 ที่ครบรอบ 60 ปีของประเทศเกิดใหม่นี้ มีการสรุปว่าความสำเร็จของอินเดียนั้นมีอยู่ 8 ด้านที่เห็นได้ชัดเจนคือ
1. นโยบายปฏิวัติเขียว Green Revolution
2.การผลิตนมสำหรับบริโภค
3.การปฏิรูปเศรษฐกิจ
4.สื่อที่อิสระ
5.ปฏิวัติโทรคมนาคม
6.เทคโนโลยีด้านอวกาศ
7.พลังงานนิวเคลียร์และ
8.อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์
ตัวอย่างในกรณีปฏิวัติเขียวทำให้จากประเทศเกษตรกรรมที่ยากจนกลายมาเป็นประเทศส่งออกธัญพืชสู่ตลาดโลก ส่วนการผลิตนมสำหรับบริโภคในปัจจุบันอินเดียกลายเป็นประเทศที่ผลิตนมเพื่อบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจนั้น ตั้งแต่ ปี 1991 ที่อินเดียเปิดประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เงินสำรองของประเทศจาก 1.5 พันล้านเป็น 220 พันล้านในวันนี้ ในด้านอวกาศก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า อินเดียกำลังจะเป็นประเทศผู้นำในเรื่องอวกาศอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและรัสเซีย ในด้านอื่นๆ ที่เหลือก็พอจะมองออกว่าอินเดียกำลังเป็นผู้นำที่โดดเด่นประเทศหนึ่ง
สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ในระยะใกล้ ก็คือในอีก 2 ปี คือปี 2010 อินเดียจะเป็นสถานที่จัดกีฬาสหราชอาณาจักรที่นครเดลี ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่รองจากโอลิมปิคทีเดียวเพราะมีสมาชิกถึง 53 ประเทศ ประชากรกว่า 1.7 พันล้านคนซึ่งเท่ากับ 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกทีดียว ผลประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจจึงจะตกอยู่กับอินเดียอย่างไม่ต้องสงสัย
อนาคตอันใกล้ของอินเดียจึงดูแน่นอนและสดใส เอาเพียงกีฬาสหราชอาณาจักรนี้เรื่องเดียวก็ทำให้นครเดลีจะกลายเป็นนครหลวงชั้นยอดของโลกได้ไม่ยากนัก ในช่วงต้นปี 2551 ใครไปสนามบินอินทิรา คานทีก็จะพบคำว่า World Class Airportซึ่งจะพบสนามบินที่กำลังปรับปรุงและขยายอย่างเร่งด่วน ผมมองการเปลี่ยนแปลงนี้ในแง่บวก อย่างน้อยเงื่อนเวลา 2010 ก็คงเป็นกำหนดเวลาที่พอจะรอได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าในส่วนที่สนามบินได้ปรับปรุงไปแล้ว ถือว่าทันสมัยใช้ได้ทีเดียว
ในอนาคตอันใกล้ อินเดียจะยังคงเป็นตัวเล่นในเวทีโลกได้อย่างไม่อายใคร ด้วยธุรกิจOutsource ที่ไม่มีใครเทียมและทาน จะทำให้อินเดียเพิ่มโอกาสของตนในเรื่องการแข่งขันให้สูงขึ้นไปอีก
คนอินเดียในอนาคตจะเป็นเจ้าของกิจการสำคัญในต่างประเทศทั่วโลกมากขึ้นไปอีก ถ้าดูจากประโยคที่ว่าอินเดียมีเงินเยอะ ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อะไร ก็น่าคิดว่าช้างยักษ์เชื่อกนี้จะบุกไปทั่วโลกที่มีอาหารให้ทาน
เราคนไทยซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่มีช้างมากและคนรู้เรื่องคชศาสตร์ดีเหมือนกันควรจะใช้โอกาสนี้เข้ามาเรียนรู้สัมผัสกับช้างสารเชื่อกนี้ให้มากขึ้นเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในอนาคตนี้
ผมคิดว่าเราสามารถเข้าใจ...อินเดียได้ ถ้ามีความตั้งใจจริง
...................................
ด้วยความปรารถนาดี
เรียน ท่านพลเดชที่เคารพ
ดิฉันอ่านงานเรื่องนี้ของท่านแล้วรู้สึกฮึกเหิมในใจเป็นอย่างมากแม้จะไม่ได้เป็นนักธุรกิจแต่เห็นโอกาสมาก ขอเพียงแต่คนไทยทั้งหลายต้องลบล้างความคิด ความเชื่อเก่าๆ ที่เกี่ยวกับ "แขก" พันธุ์ที่หลอกหลอนคนไทยนั่นเสีย เพราะไม่มีเหลือแล้วแม้แต่ในสังคมไทย อินเดียในปี 2008 นี่เป็นพันธุ์ใหม่ ที่ไร้เทียมทาน ชาวไทยเชื้อสายอินเดียในประเทศไทยก็แสนจะเป็นไทย มีจิตใจเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อินเดียที่อินเดียก็เหมือนกัน เราต้องรู้ว่าเขาเป็นอย่างไร มีรสนิยมอย่างไร มีวัฒนธรรมอย่างไร เราจึงจะนำสินค้าไปบริการได้ถูกต้อง ตรงตามความต้องการ โดยเฉพาะเครื่องเทศ ที่ท่านว่านั่นจริงแท้ทีเดียวค่ะ
สิ่งที่ท่านกรุณาสรุปมาเพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ ให้เข้าใจ "อินเดีย" นั้น ช่วยให้หลายๆ คนพบเส้นทางลัดที่จะไปสู่ชาวอินเดียแล้วมิใช่หรือ ขอบพระคุณท่านมากค่ะ
เรียนอาจารย์โสภนาครับ
ผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่มกากว่าเป็นหน้าที่ครับ
ผมและอาจารย์ คนที่พอจะเห็น มองและเข้าใจอินเดีย ช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีๆ ให้คนไทยได้รับทราบ
ผมคิดว่าด้วยรากเหง้าที่มาจากอินเดีย เรามีพื้นที่อยู่แล้ว
ทุกย่างก้าวของช้างยักษ์เชื่อกนี้ เราสามารถใช้พื้นที่นี้และเข้าไปสร้างโอกาสได้ทุเมื่อครับ
ผมอยากเห็นเหลือเกินในศตวรรษนี้และศตวรรษหน้า คนไทยพากันไปเรียนรู้และฟื้นจิตวิญญานในดินแดนพุทธภูมิซึ่งเป็นรากเหง้าของเรา
ก็บิดาของเราอยุ่ที่อินเดียมิใช่หรือครับ
ไปกราบท่านและขอพรท่านดีกว่านะครับ
เราจะได้เลิกเป็นไก่จิกตีกันและเป็นช้างน้อย"ก้านกล้วย"กันซะที
พูดถึงตรงนี้ ทำให้ผมนึกถึงธงช้างที่เราใช้กันมาในสมัยก่อน นั้นแหละครับ
เราก็พันธ์ช้างเหมือนกัน
ช้างเชือกนี้ น่าสนใจจริงๆครับ
คุณ suksom
ช้างสยามก็น่าสนใจครับ
ขอเพียงอย่าสู้กันเอง
สวัสดีครับ
ตามเข้ามาอ่านและขอบคุณคำแนะนำในการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่เบลเยียมครับ ผมเองก็มีความสนใจในอินเดียเหมือนกัน มีเพื่อนในรุ่นอยู่สามคนมาจากอินเดียและวางแผนว่าจะไปเที่ยวอินเดียกันอยู่
ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทหารมาสองครั้งแล้ว แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีชุดทหารไทยอยู่ด้วย ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูล จะหาโอกาสไปชมอีกครับ
อินเดียเป็นประเทศที่ชาวพุทธไทยควรหาโอกาสไปให้ได้ครับ
เพราะมีคุณค่าต่อจิตใจและจิตวิญญานมาก
เดี๋ยวนี้การไปอินเดียสะดวกมาก
อยู่ที่การตัดสินใจจริงๆ ครับ
โชคดีครับ
ค่อยมาทยอยอ่านชุด365วันในอินเดีย อ่านด้วยความทึ่งในความมหัศจรรย์ของประเทศและผู้คนอินเดียค่ะ มีเพื่อนชวนไปงานแต่งงานของญาติเขาซึ่งเป็นคนอินเดีย ในเดือนตุลาคมนี้ คิดว่าเป็นโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสบางแง่มุมก็คงได้เรียนรู้มากมายแม้ในเวลาที่จำกัด
ขอบคุณที่นำมาเรียบเรียงเขียนให้อ่านกันค่ะ
คุณนายดอกเตอร์
งานแต่งงานก็เป็นวิถีอินเดียอีกประการหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นการรื่นเริง ร้องรำทำเพลงและการทานอาหาร
ถือเป็นงานที่คนที่ไปร่วมจะรู้สึกเหมือนงานของเหล่าราชาในสมัยโบราณเลยเชียวครับ
อย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะครับ