ขอความร่วมมือและแจ้งแนวทาง สำหรับเขียนบันทึกและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองอย่างสันติและสมานฉันท์
อ่าน: 340
ความเห็น: 6

295 อัศจรรย์เสียงธรรมจากเดลี (ต่อ)

ธรรมชาติคือพลังงาน

26 มิย.2550 เวลา 01.39-01.41 น จากกล้องคุณอารีย์

01.42-01.43 น กล้องคุณอารีย์ และ ในภาพสุดท้าย

กล้องตัวเดียวกัน ถ่ายโดยคุณสุรพลในมุมเดียวกันในเวลา 01.45 น

1.

หลังจากที่ผมเขียนบันทึก เสียงธรรมจากเดลี ไปแล้ว ผมได้รับอีเมล์จากคุณเอื้องอุมา ศิษย์เอกท่านหนึ่งของพระอาจารย์อารยวังโส นำส่งภาพที่อัศจรรย์มาให้ โดยบอกว่าเพื่อนำลงประกอบเรื่องในบันทึก อีกทั้งคุณรจนา ก็ส่งภาพของน้องนมัสเต้หรือเด็กชายเดชพล วรฉัตรที่ได้ถ่ายกับพระอาจารย์มาให้ซึ่งทำให้ผมปลื้มหนอไปหลายวัน เพราะน้องเต้ช่างเป็นเด็กที่มีบุญเหลือเกินที่นอกจากจะเกิดที่อินเดียซึ่งเป็นแดนพุทธภูมิแล้ว ยังได้มีโอกาสได้กราบพระอาจารย์อย่างใกล้ชิด(และถูกอุ้มนานทีเดียว) จึงขอนำภาพอัศจรรย์ที่ได้รับจากคุณเอื้องอุมา มาเสนอเป็นปฐมฤกษ์ ดังนี้

ภาพชุดแรกเป็นภาพอัศจรรย์เกี่ยวกับก้อนหิน(รอยพระบาทมงคลธรรม)ที่เคยตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง(โรงแรมเอเชีย) โดยไม่มีใครทราบเรื่องราวและความเป็นมา มีเฉพาะที่เคยปรากฏในหนังสือธรรมะของวัดท่าซุง อุทัยธานีที่ระบุว่ามีรอยพุทธบาทพระพุทธเจ้าปรากฏอยู่สองแห่งคือ ที่สนามกีฬาแห่งชาติ(ปทุมวัน) และสอง ณ บริเวณด้านหน้าโรงแรมเอเชีย (พญาไท) ตรงบริเวณสวนหย่อมของโรงแรม ซึ่งในกรณีโรงแรมเอเชีย ปรากฏด้วยว่าก้อนหินดังกล่าวตั้งอยู่ในสวนหย่อมมา 20-30 ปี ก็ไม่มีใครบอกให้ข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร

เรื่องมาเกิดความอัศจรรย์ก็เมื่อ ท่านผู้พิพากษาอารีย์ เตชะหรูวิจิตร ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฏีกา (ในขณะนั้น)ได้ยกเรื่องให้พระอาจารย์อารยะวังโสทราบ จึงเกิดการพิสูจน์โดยความเมตตาของพระอาจารย์ ให้ไปถ่ายภาพในคืนวันที่ 26 มิถุนายน 2550 โดยพระอาจารย์บอกด้วยว่า ถ้าก้อนหินดังกล่าวเป็นแท่นหินรอยพระพุทธบาทจริงต้องมีพลังงานที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์อยู่ เพราะพลังงานย่อมไม่สูญหายไปไหน……….ภาพที่คุณเอื้องอุมาส่งไฟล์ไปให้ผมก็คือภาพที่ถ่ายจากกล้องของคุณอารีย์ ซึ่งมีหลายคนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ก็เห็นปรากฏการณ์นี้เช่นเดียวกัน ซึ่งในเรื่องนี้พระอาจารย์ได้บอกสั้นๆ ว่า เป็นเรื่องของพลังบริสุทธิ์ที่พุ่งพวยขึ้นมา ซึ่งรู้ได้โดยการสัมผัส ไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ใดๆ และต้องการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์จึงไม่พูดในเรื่องปาฏิหารย์......

 

รายละเอียดทั้งหมดของเรื่องดังกล่าวอยู่ในหนังสือที่ชื่อ รอยพระบาทมงคลธรรมที่ปรากฏ รวมบทความ ธรรมส่องโลก จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ โดยพระอาจารย์อารยะวังโส ซึ่งขออนุญาตนำมาบอกกล่าวกัน ณ ที่นี้ ซึ่งผู้สนใจหาอ่านได้ไม่ยาก ใครที่อยู่ที่เดลี อินเดีย ผมมีหนังสือเล่มนี้อยู่จำนวนหนึ่งที่ได้รับจากพระอาจารย์  แจกฟรีครับ

สิ่งที่พระอาจารย์พูดไว้ในกรณีนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะที่ว่าพลังงานย่อมไม่สูญหาย ( ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด....) ถ้าสามารถสื่อได้ ก็จะสามารถสัมผัสได้ .....ถ้าเราพูดในแง่วิทยาศาสตร์ก็ยิ่งมีเหตุผล ดังนั้นอยู่ที่ว่าเรามีเครื่องมือที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ไหม เครื่องมือที่ว่านี้ เป็นได้ทั้งเครื่องมีอวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาหรือเครื่องมือธรรมชาติที่มนุษย์มีอยู่แล้วคือจิตและพลังจิต

ผมชอบที่พระอาจารย์บอกว่าท่านคิดอย่างวิทยาศาสตร์ เพราะจริงๆ แล้ว ผมเข้าใจเสมอมาว่าธรรมชาตินั้นสามารถเข้าถึงและพิสูจน์ได้ จะพิสูจน์ได้มากเพียงใด ลึกเพียงใดก็อยู่ที่เครื่องมือที่ใช้  พุทธศาสนาจึงถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ในขั้นสูงสุดเพราะสามารถให้คำตอบได้ครบทุกเรื่องทุกแง่ทุกมมุมซึ่งก็ต้องใช้วีธีและเครื่องมือที่พระพุทธองค์ทรงใช้และแนะนำไว้ด้วย

ลองดูภาพกันนะครับ แล้วก็ใช้ความคิดและเหตุผลประกอบนะครับ ผลจะเป็นเช่นใดในแต่ละท่านก็สุดแต่ว่าท่านจะใช้เหตุผล เครื่องมือใดมาวิเคราะห์

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมครับ

ตอนหน้ามาชมภาพอัศจรรย์อีกภาพ ที่ถ้าบำเพ็ญเพียรทุกรกิริยา(ดงคสิริ) อุรุเวลาเสนานิคม รัฐพิหาร อินเดีย น่าชมมากครับ

................................

 

หมวดหมู่: ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: จ. 20 เม.ย. 2552 @ 22:27 แก้ไข: อ. 21 เม.ย. 2552 @ 14:53

ความเห็น

1.
P
ตันติราพันธ์
เมื่อ อ. 21 เม.ย. 2552 @ 10:18
#1251434 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ

ช่วงที่ไปปฏิบัติงานที่อินเดีย

ถ่ายพบมีดวงสีสว่างมากมายในแต่ละภาพ

บางครั้งก็ปิดหน้าคนในภาพเลย

เมื่อขยายใหญ่มากๆ ก็แปลก

ที่เป็นรูปเหมือนจตุคาม

พบเกือบทุกภาพทั้งกลางวันกลางคืน

จนเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าจะคำนวนเพราะมีภาพละหลายๆดวง

ก็คงเป็นพันๆละค่ะ

ก็ไม่ทราบว่าเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร

2.
P
พลเดช วรฉัตร
เมื่อ อ. 21 เม.ย. 2552 @ 10:21
#1251437 [ ลบ ]

โยคีน้อย ตันติราพันธ์

ตามที่บอกเอาไว้

ใช้...เครื่องมือ...ทำการพิสูจน์

ปฏิบัติจ๊ะ

 

3.
P
คนไม่มีราก
เมื่อ อ. 21 เม.ย. 2552 @ 10:23
#1251441 [ ลบ ]

กราบท่านอ.พลเดชค่ะ

พลังงาน ในโลกย่อมไม่สูญหาย แต่อาจเปลี่ยนสภาพ ... นั่นเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ค่ะ

แต่...พลังบริสุทธิ์ย่อมมีพลังมากกว่านั้น...

อาจารย์สบายดีนะคะ

ระลึกถึงอาจารย์ด้วยความเคารพค่ะ

(^___^)

4.
P
พลเดช วรฉัตร
เมื่อ อ. 21 เม.ย. 2552 @ 10:51
#1251481 [ ลบ ]

คุณ คนไม่มีราก ครับ

สบายดีและเจริญสุขนะครับ

อยู่ที่ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรเข้าไปพิสูจน์เรื่องพลังงานครับ

ความจริงเราก็ใช้เครื่องมือนี้อยู่ทุกเวลานาที

และก็เรียนรู้ผลอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สบายก็รู้ว่าสบายหนอ

ไม่สบายก็รู้ว่าไม่สบายหนอ

สุขก็รู้ว่าสุขหนอ

ทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์หนอ

วิทยาศาสตร์เองบอกว่าการยิ้มทำให้ไม่แก่....

พิสูจน์โดยการยิ้ม รับรองว่าพลังแห่งความสุขมาเยือนทันทีครับ ไม่เคยแปรเปลี่ยน

แต่ในชีวิต ก็ยังต้องอยู่ด้วยความไม่ประมาทครับ

เจริญในธรรมนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

5.
P
แพรภัทร
เมื่อ จ. 04 พฤษภาคม 2552 @ 10:35
#1272991 [ ลบ ]

สวัสดีค่ะ ท่านพลเดช

ขอบคุณนะคะท่าน ที่แลกเปลี่ยนความรู้กับแพรที่บล็อก

http://gotoknow.org/blog/arayawangso/258591

ตามมาอ่านบันทึกของท่านค่ะ ท่านบันทึกเรื่องราวได้ละเอียดชัดเจนมากกว่า

ขออนุญาตลิงค์ข้อมูลมาที่ท่านนะคะ

เพื่อให้กัลยาณมิตรที่สนใจได้รับรู้ข้อมูลและธรรมของหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโสมากขึ้น

ในเรื่อง บูชารอยพระบาทมงคลธรรม ปาฏิหารย์กลางกรุงhttp://gotoknow.org/blog/arayawangso/258592

อนุโมทนาบุญกับท่านด้วยค่ะ

บุญรักษา ธรรมคุ้มครองนะคะ

6.
P
พลเดช วรฉัตร
เมื่อ จ. 04 พฤษภาคม 2552 @ 17:43
#1273506 [ ลบ ]

คุณ แพรภัทร ครับ

เป็นประสบการณ์ตรงของผมน่ะครับ

ช่วยกันนะครับ ช่วยเผยแพร่สิ่งที่ดีงาม เพื่อคนจะได้รับทราบและใช้ในการดำรงชีวิต

ยิ่งทำยิ่งได้นะครับ

มีแต่ได้บุญ ที่ใจครับ ซึ่งมีค่ามากกว่าเงินทองและของนอกกาย

สติสำคัญที่สุดครับ เพราะสติคือวินัย

เจริญสุขครับ

 

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.110
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ