วันที่  24 สิงหาคม 2552

             ...วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยคงจะตื่นเต้นที่จะได้พบเด็กๆ ล่ะมั้ง ตอนนี้คงเวลาประมาณ 05.00 น. อากาศสดชื่นมากเลยที่นี่ซึ่งแตกต่างจากที่กรุงเทพฯ หลายร้อยเท่ามีทั้งมลภาวะ ปัญหาขยะและอีกมากมายหลายปัญหา บรรยากาศที่โรงเรียนบ้านไทยสามัคคีน่าอยู่กว่ามากไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศและขอบอกว่าโรงเรียนนี้หาขยะได้ยากมากแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ไม่มี ในอากาศตอนเช้าแบบนี้ก็ต้องเดินออกมาสูดอากาศดีๆ เข้าปอดบ้าง  ^0^ เดินเล่นไปมา และแต่ละคนก็ต้องมีหน้าที่เป็นของตัวเอง  ก็พากันไปช่วยคุณครูที่โรงเรียนล้างจานก็มีคุณลุงเคอิจิ  คุณลุงอิจิโนะ มายุ ยูกะ ฝ้ายและนกช่วยกันล้างจาน  ส่วนที่เหลืออย่าเข้าใจผิดคิด ว่าโดดงานนะ จริงๆ แล้ว คุณครู โทโมโกะ พี่มุ และคุณลุงยาซึ ไปตลาดเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น
 

ล้างจานเสร็จแล้วอาจารย์ก็เตรียมอาหารมาให้ที่หน้าห้องพักแต่ก็ต้องรอคนที่ไปตลาดก่อนค่อยทานพร้อมกัน  แต่คิดว่ามีเพื่อนบางคนคงหิวแล้วแต่ไม่ยอมเอ่ยขึ้นมาคงเกรงใจ เด็กนักเรียนก็เลยเอาลำไยมาให้ทานรอไปก่อน  เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  คนที่ไปตลาดกลับมาแล้ว  แต่ก็ยังไม่ทานอาหารนะเพราะต้องไปแนะนำตัวกับเด็กๆก่อนคุณลุงที่มาจากญี่ปุ่นก็มีทั้งลูกฟุตบอลมาฝากเด็กๆ ด้วยและกระดาษวาดรูป ที่ให้กระดาษวาดรูปก็เพราะว่าเด็กโรงเรียนบ้านไทยสามัคคีวาดรูปเก่งมากๆๆ  เมื่อทำความรู้จักกับเด็กๆ กันไปแล้ว ก็มาทานอาหารกัน...

 
   ....ตอนนี้คงจะเป็นช่วงเวลาของการทำงานคือจุดประสงค์หลักที่มาโรงเรียนบ้านไทยสามัคคีก็คือ สร้างอาคารอเนกประสงค์ คือทางโรงเรียนได้จัดทำโครงสร้างไว้เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือแต่บริเวณลานที่เป็นพื้นที่เหลือไว้เพื่อให้ทางมูลนิธิมีส่วนร่วมในการสร้างลานเอนกประสงค์  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชาวบ้านที่มาช่วยกันสร้างลานเอนกประสงค์นั้นจะเยอะมากมายขนาดนี้ ประมาณ 25-35 คนได้ เยอะจริงๆชาวบ้านที่มาคงคิดว่ามาเพื่อสร้างให้ลูกหลานของท่านได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้จึงมาช่วยกันโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากจะให้ลูกหลานที่เรียนที่นี่มีความสุข มีความสะดวกสบายนั่นคงเป็นสิ่งที่พวกท่านต้องการให้กันลูกหลานของท่านเท่านั้น 

 ในการทำงานทุกคนก็คงคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องเหนื่อยแต่ท่านคิดผิดแล้วเพราะที่นี่เค้าทำงานกันอย่างสนุกสนาน เฮฮาในตอนทำงานนึกว่ากำลังเล่นเกมด้วยซ้ำทั้งชาวบ้านและชาวมูลนิธิช่วยกันทำงานโดยไม่มีใครบ่นในตอนนั้นว่าเหนื่อยเลย  น่าภูมิใจแทนเด็กๆ จริงที่มีคนที่ดีมาให้การช่วยเหลือแบบนี้ (แต่รู้หรือเปล่าว่างานที่ทำนั้นคืออะไร คำตอบก็คืออออออ ส่งปูนต่อๆๆ กันไปเทพื้นนั้นเอง  เป็นไงน่าสนุกไหมล่ะ)

ทำงานกันมานานก็ได้เวลาทานอาหาร รสชาติอร่อยโดยฝีมือแม่ครัวจากคนในหมู่บ้านนั่นเอง  แต่อาหารของเค้าอร่อยถูกปากจริงๆ นะ  งานวันนี้ก็ถือว่าทำได้เยอะเลยทีเดียวเหลืออีกครึ่งไว้ทำอีกวันนึงจะได้มีงานทำต่อก็ให้ทุกคนได้พักผ่อนบ้างนิดหน่อย ส่วนทางมูลนิธิก็พักผ่อนบ้างเป็นบางคนส่วนบ้างคนก็ไปสอนเด็กๆ พับกระดาษ มีทั้ง ตะกร้อ จรวด นก ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กประถมแต่การพับกระดาษของน้องๆ ไม่เด็กตามอายุนะพับได้สวยงามมาก

 

...ได้เวลาเลิกเรียนแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน!!  ก่อนที่จะกลับบ้านต้องมาประชุมกันก่อนเรื่อง homestay ที่จะให้ทางมูลนิธิไปอยู่ด้วยเป็นเวลา 1 คืน ก็ทางโรงเรียนจัดไว้ทั้งหมด 5 กลุ่ม บ้านก็ 5 หลัง เป็น home stay  ที่เป็นของผู้ชาย 2 หลัง  ของผู้หญิง 3  หลัง เมื่อได้บ้านของแต่ละกลุ่มแล้วก็ต้องปล่อยเด็กๆ กลับบ้านเพราะกลัวว่าจะมืดก่อน ตอนเย็นครูน้อยก็พาไปที่ตลาดโคคลาน มีของกินไม่มากนักหรืออาจจะมีมากกว่านี้แต่ฝนใกล้จะตกคนก็เลยไม่ได้มาขายของ  ถึงแม้จะมีของกินไม่มากแต่ว่าของที่ขายดูเหมือนว่าจะสดและปลอดจากสารพิษมากผักก็คงเป็นผักตามท้องทุ่งเขียวขจีมาก เมื่อซื้อของกินได้แล้วก็กลับเพราะฝนใกล้จะตกเต็มทีแล้ว

    ได้เวลาทานข้าวเย็นแล้ววันนี้มีข้าวผัดและหมูทอดส่วนผลไม้เป็นแก้วมังกร  อร่อยจัง อิ่มด้วย “”(0)””  .งั้นเราก็มาย่อยอาหารด้วยการสนทนากับผู้ที่มานั่งคุยที่ลานเอนกประสงค์ที่กำลังสร้าง (ก็คือชาวบ้านที่มาช่วยกันสร้างลานเอนกประสงค์นั่นเองก็มีประมาณ 3-4  คนและก็มีพี่มุ ลุงยาซึ  ฝ้าย และนก  ร่วมแจมในการเมาส์ด้วย) นั่งเมาส์กันฮากระจาย สนุกจริงๆ หัวเราะกันจนท้องแข็งไปหมด  ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าคนหมู่บ้านนี้นอกจากจะรักกันแล้วยังมีอารมณ์ขันอีกไม่ใช่ขันธรรมดานะแต่ขันมากกกกก  ทำเอานกกับฝ้ายหัวเราะกันไม่หยุดเลยแต่ก็เมาส์กันมานานพอสมควรแล้วก็ต่างคนต่างพักผ่อนเถอะเพราะว่าภรรยาของลุงคนนึงโทรมาตามแล้วเดี๋ยวจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันนะ

               แต่ว่าพอถึงห้องแล้ว นก ฝ้าย ยูกะยังไม่นอนนะคะเรามีการแลกเปลี่ยนกันสอนภาษาด้วย ก็มีหลายคำเลยทีเดียว  งั้นจะลองยกตัวอย่างให้ดูก็แล้วกัน    ชะชิง โต๊ดเตะคุดะไซ  หมายความว่า  ถ่ายรูปให้หน่อย  นะนิโงะ ชิเตะอิรุ  หมายความว่า  ทำอะไรเหรอ ฯลฯ  ก็ยังมีอีกหลายคำ  แต่ก็ยัง งงๆๆ  กันบ้างนิดหน่อย  แต่อีกไม่นานก็มีเสียงดังมาจากข้างห้องว่า “ มุซัง” ผอ. มาหา(ก็คือครูประหยัด) นั่นไม่ใช่เสียงใครที่ไหนเป็นเสียงของลุงอิจิโนะแต่พี่มุตอบไปว่า  “ นอนแล้ว”  จนครูโทโมโกะขำว่านอนแล้ว แล้วทำไมตอบได้  แต่ก็ไม่ได้ผล ก็ต้องอพยพไปห้องข้างๆ  แต่ก็ไม่ผิดหวังเพราะว่า ผอ. ซื้อตั๊กแตนทอดมาให้ ( อร่อยมากกก) และก็มีข้าวหลามอร่อยมากเหมือนกันญี่ปุ่นชอบมากเลยข้าวหลาม แต่ว่ากินไปคุยไปก็มีเรื่องให้ต้องแกล้งคือมีอยู่ว่า ยูกะเป็นคนกลัวแมลงเอามากๆๆ  พอเห็นตั๊กแตนทอดก็ไม่กล้ากิน  ทุกคนพยายามที่จะลุ้นให้ยูกะกินตั๊กแตนทอดให้ได้แต่ทำยังไงยูกะก็ไม่กล้ากิน แต่ครั้งนี้ ผอ. ขอให้กินแค่ตัวเดียว ยูกะคงกลัวว่าจะเสียมารยาทก็เลยต้องทำใจกิน  แต่ก็ต้องเอามือปิดตาไว้  เพราะว่ากลัวมากกกกก  แต่ก็ยังไม่พอ เมื่อยูกะกินไปแล้ว ลุงเคอิจิก็แกล้งให้ยูกะกินอีกบอกว่าต้องกินให้ครบสามตัว สรุปแล้วยูกะก็ต้องกินทั้งหมดสามตัวอย่างน่าสงสาร แต่มายุนี่ซิขอให้เป็นของที่กินได้เถอะมายุจะลองกินทุกอย่างเลย เอาล่ะอิ่มก่อนนอนแล้วก็ต้องขอขอบคุณ ผอ. ด้วยนะคะสำหรับอาหาร