สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
Information Management and Technology Management
ดร. ปรัชญนันท์ นิลสุข
P ดร. ปรัชญนันท์ นิลสุข
ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 1223
กรณีศึกษา : แฮ็กเกอร์มือหนึ่งเมืองไทยถูกจับได้ ???
ข่าวแฮ็กเกอร์มือหนึ่งของเมืองไทยถูกจับได้ ถือเป็นเรื่องฮือฮาในวงการนัก IT เพราะการจับแฮ็กเกอร์ได้ซักคนเป็นเรื่องยาก แถบจับมือหนึ่งของประเทศไทย ตามการยกย่องของฝรั่งด้วยแล้ว ยิ่งยากสุด ๆ แต่ก็ไม่พ้นมือตำรวจของไทย เขาตามร่องรอยได้อย่างไร ไม่ปรากฏในรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลลับของบริษัท AIS แสดงว่าคนของบริษัท AIS เก่งกว่า เนื่องจากสามารถเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและสามารถติดตามร่องรอยของแฮ็กเกอร์คนนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ข่าวแฮ็กเกอร์มือหนึ่งของเมืองไทยถูกจับได้  ถือเป็นเรื่องฮือฮาในวงการนัก IT เพราะการจับแฮ็กเกอร์ได้ซักคนเป็นเรื่องยาก   แถบจับมือหนึ่งของประเทศไทย  ตามการยกย่องของฝรั่งด้วยแล้ว  ยิ่งยากสุด ๆ แต่ก็ไม่พ้นมือตำรวจของไทย   เขาตามร่องรอยได้อย่างไร ไม่ปรากฏในรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลลับของบริษัท AIS  แสดงว่าคนของบริษัท AIS เก่งกว่า   เนื่องจากสามารถเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและสามารถติดตามร่องรอยของแฮ็กเกอร์คนนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน   ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแฮ็กก็มีมูลค่านับล้าน   ถือได้ว่าฝีมือดี   และที่น่าสนใจคือ แฮ็กเกอร์คนนี้ไม่ได้จบในสาขาคอมพิวเตอร์     เป็นประเด็นที่ทำให้วิพากย์วิจารณ์กันได้ว่าความชำนาญไม่พอ   หรือรู้ทางนี้ทีไล่ไม่หมดทำให้ถูกจับได้   หรือเจาะอย่างเดียวโดยไม่ศึกษาหาความรู้องค์ประกอบอื่น ๆ     แต่ก็ถือว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญในแง่ของ

1. ความเสียหายที่เกิดจากแฮ็กเกอร์

2. ความพยายามในการแกะรอยจับกุมแฮ็กเกอร์

3. สาขาวิชาที่แฮ็กเกอร์เรียน

4. การจัดอันดับแฮกเกอร์ในต่างประเทศ

5. การเลือกบริษัทที่เจาะข้อมูลของแฮ็กเกอร์

6. ระบบป้องกันความปลอดภัยในเครือข่าย

ติดตามรายละเอียดของข่าว

 

ข่าวสด   วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6012

เจาะข้อมูล"เอไอเอส" แฮ็กเกอร์!ฉกรหัสเติมเงิน8ล้าน

"ทรู"ก็โดนแฮ็ก-จนมุม"ป."แฉระดับโลกเคยเจาะนาซ่า

แฮ็กเกอร์- ตำรวจกองปราบฯเข้าจับกุมนายทวีทรัพย์ หรือภูมิพัฒน์ ลลิตศศิวิมล แฮ็กเกอร์มือ1 ของเมืองไทย ได้ในห้องพัก ย่านบึงกุ่ม กทม. หลังถูกออกหมายจับคดีเจาะข้อมูลคอมพิวเตอร์บริษัท เอไอเอส เข้าไปปลอมหมายเลขบัตรเติมเงินมาขายหลายล้านบาท

กองปราบโชว์จับ"แฮ็กเกอร์"คนไทยเจาะข้อมูลเอไอเอส ฉกรหัสบัตรเติมเงินไปขาย เผยเอไอเอสตรวจสอบพบมีแฮ็กเกอร์เข้าไปเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เปลี่ยนข้อมูลบัตรเติมเงินจากใบละ 100 บาทเป็นโทร.ได้ 1 พันบาท ถ้าใบละ 1 พันก็โทร.ได้เป็นหมื่นเป็นแสนบาททีเดียว ก่อนเอารหัสไปขายในเน็ตจนทำให้เอไอเอสสูญเสียเงินหลายล้าน ตร.เช็กย้อนกลับไปทางคอมพ์ก็โดนหลอกจนหัวหมุน สุดท้ายเช็กประวัตินักแฮ็กคนไทยก็พบผู้ต้องหารายนี้เคยเข้าไปแฮ็กทรู ขโมยรหัสเติมเงินเช่นกัน มั่นใจเป็นผู้ต้องหารายเดียวกันเลยออกหมายจับ แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ แฉประวัติจบรัฐศาสตร์แต่สนใจคอมพ์ เรียนรู้เองจนชำนาญ เคยแฮ็กเข้าระบบคอมพ์ของนาซ่า มีชื่อปรากฏในนิตยสารปล้นเหยียบเมฆที่ระบุเป็นแฮ็กเกอร์ระดับโลกทีเดียว ส่วนเอไอเอสแถลง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 15 พ.ค. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ รักษาการผบก.ป. พ.ต.อ.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบก.ป. พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายทวีทรัพย์ หรือภูมิพัฒน์ หรือโอ๋ ลลิตศศิวิมล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/132 หมู่ 6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ถูกตำรวจกองปราบปรามนำโดยพ.ต.ท.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผกก.1 บก.ป.พร้อมกำลังเข้าจับกุมตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2550 ลงวันที่ 2 พ.ค.2550 ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม พร้อมของกลางอีก 17 รายการ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม บัตรวีซ่า แอร์การ์ด สมุดเงินฝากธนาคาร ซิมการ์ดต่างๆ หนังสือเรื่องปล้นเหยียบเมฆ จับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 2918 ชั้น 9 อาคารวงศ์เจริญแมนชั่น หรือ แกรนด์แมนดาริน ซ.ลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อเข้าไปแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆในบัตรเติมเงินแล้ว ก่อนนำไปขายให้กับคนทั่วไปผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ ก่อนการจับกุมเมื่อประมาณกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนของบริษัทเอไอเอสได้เข้ามาร้องเรียนกับตำรวจกองปราบปราม เนื่องจากสงสัยว่าทางบริษัทจะถูกนักเจาะระบบ หรือเป็นที่รู้จักกันดีว่า"แฮ็กเกอร์"โจรกรรมรหัสผ่านเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เพื่อไปสร้างข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเติมเงินมูลค่าต่างๆขึ้นมาใหม่

จากการตรวจสอบพบว่ามีรหัสสินค้าประเภทบัตรเติมเงินเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกลงทะเบียนไว้ แต่กลับมีมูลค่าการใช้ในวงเงินที่สูงขึ้น เช่น ข้อมูลเดิมทางบริษัทได้บันทึกไว้ในระบบว่ามีบัตรเติมเงินราคา 100 บาทจำนวน 100 ใบ ก็จะถูกแก้ไขเพิ่มอีก 20 ใบ นอกจากนี้ยังได้แก้ไขเพิ่มวงเงินการใช้จากเดิม 100 บาท เป็น 1,000 บาทอีกด้วย

จากการตรวจสอบย้อนหลังไปถึง 3 เดือนพบว่ามูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ต่อมาทางกองปราบปรามได้เข้าไปสอบสวนตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทจนพบเบาะแสการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตของคนร้าย จึงได้ตรวจสอบย้อนกลับไปที่ต้นตอเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คนร้ายใช้ ปรากฏว่า คนร้ายกลับได้ใช้ชั้นเชิงหลอกล่อจนทำให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่ามีการใช้คอมพิวเตอร์จากร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หลายแห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายรายนี้ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก

ทีมสืบสวนจึงเปลี่ยนวิธีตามแกะรอยคนร้ายรายนี้ใหม่ โดยเริ่มสืบค้นประวัติอาชญากรคอมพิวเตอร์หลายๆรายที่เคยถูกจับกุมจนได้ข้อมูลที่เชื่อมโยงจนสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของนายทวีทรัพย์ อดีตผู้ต้องหาที่ทำการเจาะระบบบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือออเร้นจ์ ด้วยวิธีการเดียวกันคือเข้าไปแก้ไขวงเงินในบัตรเติมเงินของบริษัท จึงรวบรวมหลักฐานประสานให้พนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ เพื่อขออนุมัติหมายจับและหมายค้นห้องพักจากศาลจนเข้าจับกุมดังกล่าว

พ.ต.อ.โกวิทย์เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายทวีทรัพย์ ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ จึงเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะทำได้ แต่จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้พบว่าแม้จะไม่ได้จบการศึกษาทางด้านคอมพิวเตอร์มา แต่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก แต่ละครั้งใช้เวลาในการเจาะระบบไม่เกิน 10 นาทีสามารถเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทั้งนี้ หากบริษัทเอกชนรายใดสงสัยว่าจะถูกผู้ต้องหารายนี้สร้างความเสียหาย สามารถเข้าให้ข้อมูลทางลับกับทางเจ้าหน้าที่ได้

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้จะลงประกาศขายบัตรเติมเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านหน้าเว็บไซต์ต่างๆในลักษณะป๊อปอัพ โดยประกาศขายบัตรเติมเงินในราคา 100 บาท สามารถโทร.ได้ 1,000 บาท หากเป็นบัตรราคา 1,000 บาทจะสามารถโทร.ได้ในมูลค่า 10,000-100,000 บาท ผู้ที่สนใจโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาใช้เอกสารปลอมไปเปิดไว้ เมื่อได้เงินแล้วจะส่งข้อมูลหมายเลขที่จะใช้เป็นรหัสผ่านในการขอใช้บริการบัตรเติมเงิน

ข่าวแจ้งว่า ส่วนการเข้าไป"แฮ็ก"ข้อมูลของบริษัทนั้น ผู้ต้องหาจะเจาะเข้าไปยังฐานข้อมูลของบริษัท แล้วเข้าไปแก้ไขตัวเลขจำนวนเงินของบัตรเติมเงินแต่ละใบให้มีวงเงินที่เพิ่มมากขึ้นตามที่ต้องการ เช่น บัตรเติมเงินราคา 100 บาทเข้าไปแก้ตัวเลขให้เป็น 1,000 บาท ทำให้ผู้ใช้ที่มาซื้อรหัสจากผู้ต้องหาสามารถใช้บริการโทรศัพท์มือถือได้นานขึ้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมีด้วยกันสองกลุ่ม คือ ลูกค้าทั่วไป และกลุ่มผู้แทนจำหน่ายบัตรเติมเงินที่ไปตั้งโต๊ะขายตามที่ต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายทวีทรัพย์จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง และได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง โดยอ่านจากหนังสือที่มีวางขายทั่วไป เคยเจาะระบบบริษัทผู้ให้บริการทางโทรศัพท์มือถือมาแล้วหลายแห่ง นอกจากนี้ยังเคยทดลองเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคาร เจาะระบบองค์การบริหารการบินของสหรัฐอเมริกา(นาซ่า)จนมีชื่อในนิตยสารเรื่องแปล "ปล้นเหยียบเมฆ" โดยนำเรื่องราวการแฮ็กเกอร์ของนายทวีทรัพย์เข้าไปเป็นกรณีศึกษา โดยระบุว่านายทวีทรัพย์เป็นนักแฮ็กเกอร์ระดับโลก และอันดับหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย

รายงานข่าวจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส แจ้งว่า กรณีการเข้าจับกุมแฮ็กเกอร์เจาะรหัสบัตรเติมเงินเอไอเอสนั้น ผลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทในครั้งนี้รวมมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาการเข้าเจาะฐานข้อมูลบัตรเติมเงินครั้งนี้ บริษัทได้รับทราบปัญหาและความผิดปกติที่เกิดขึ้น และในทันทีที่ทราบบริษัทได้ขอความร่วมมือไปยังกองปราบฯเพื่อสืบค้นจนสามารถรู้ตัวผู้กระทำความผิด และเข้าจับกุมดังกล่าว และจากการดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วครั้งนี้ จึงมิได้ส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อบริษัทในวงกว้างแต่อย่างไร

ทั้งนี้ เป็นผลจากการกำหนดมาตรการการจัดการ การควบคุมดูแล การรักษาความปลอดภัยในทุกระบบ ซึ่งมีทั้งจากตัวอุปกรณ์เทคโนโลยี และตัวบุคคล ทั้งนี้บริษัท คงไม่สามารถชี้แจงในรายละเอียดได้ว่า มาตรการดังกล่าวมีรูปแบบและขั้นตอนการตรวจสอบอย่างไร ดังนั้น บริษัท จึงขอย้ำและยืนยันในความปลอดภัยถึงการดูแลข้อมูลการใช้บริการของลูกค้าทุกท่าน เพราะจากมาตรการดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้สามารถตรวจสอบความผิดปกติ จนดำเนินการแก้ไขและป้องกันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และที่สำคัญ บริษัท เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริการที่มีให้กับลูกค้าแต่อย่างไร

หน้า 1

 

สร้าง: พ. 16 พฤษภาคม 2550 @ 09:06   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:55   ขนาด: 21972 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. sasinanda
เมื่อ พ. 16 พฤษภาคม 2550 @ 09:43
261780 [ลบ]

P

สวัสดีค่ะ

ฉลาดในทางที่ผิดค่ะ

เรื่องคอมพิวเตอร์นี่ เห็นมาหลายรายแล้ว เรียนรู้เองได้นะคะ

ไม่มีรูป
2. นายบอน!-กาฬสินธุ์
เมื่อ พ. 16 พฤษภาคม 2550 @ 11:32
261866 [ลบ]

  1. เหนือฟ้ายังมีฟ้าครับ
  2. ไม่มีใครเป็นหนึ่งได้ตลอดกาล
  3. วันวาน เขาคือ มือหนึ่ง แต่วันนี้ ไม่ใช่เสียแล้ว เพราะคอมพิวเตอร์ เรียนรู้ตามกันทัน
ไม่มีรูป
3. สรรชัย กิติยานันท์
เมื่อ พ. 16 พฤษภาคม 2550 @ 13:06
261970 [ลบ]

เขาเป็นคนเก่งมาก  ระดับอัจฉริยะในด้านคอมพิวเตอร์  เพราะไม่ต้องเรียนรู้ในด้านทฤษฎี  ไม่จบด้านที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แต่สามารถ ใช้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ดูแล้วอายุก็ยังไม่มาก แสดงว่าเป็นคนมีความอดทนในการเรียนรู้อย่างดีมาก  สนใจใฝ่รู้ตลอดเวลา  แต่ขาดอยู่จุดเดียวคือ  จริยธรรม  ขาดคนที่คอยบอกถึงคุณและโทษ  และเขาก็จะได้รับประสบการณ์บทต่อไปว่า เขาใช้ความรู้ในด้านนี้ในทางที่เคยทำแล้วจะมีผลอย่างไร    

ไม่มีรูป
4. วัชรพล คงมนต์
เมื่อ ส. 19 พฤษภาคม 2550 @ 13:21
265064 [ลบ]

น่าจะเป็นตัวอย่างของความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลที่ฝากไว้กับเทคโนโลยีนะ เพราะถ้าเราจะใช้เทคโนโลยี ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ไม่ใช่แต่จะเอาสบายอย่างเดียวนะครับ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แฮ็กเอกชนยังไม่น่ากลัวเท่ากับแฮ็ค?

ไม่มีรูป
5. ฉัตรพล มณีกูล
เมื่อ ส. 19 พฤษภาคม 2550 @ 13:22
265065 [ลบ]

คงอย่างว่า แหละครับ เรียนรู้ด้วยตนเอง อาจจะเรียนได้ไม่หมด นะครับ อาจจะผูกเป็นแก้ไม่เป็น หรือเข้าได้แต่ออกไม่เนียน ก็เลยโดนจับเป็นธรรมดา

คนอะไรไม่รู้จักพอ เอาได้ 1 ล้าน จะเอาอีก 10 ล้าน เป็นธรรมดาคนโลภมาก เอาเปรียบสังคม ผู้อื่น อย่าไปยกย่องว่าเก่งเลย ไม่เก่งหรอก ทำผิดก็ต้องโดนบ้างแหละ

ไม่มีรูป
6. ทวี นริสศิริกุล
เมื่อ ส. 19 พฤษภาคม 2550 @ 21:20
265473 [ลบ]

เป็นเรื่องที่ดี ที่ถูกจับกุมได้ เพราะว่าเป็นผู้ทำลายระบบข้อมูลในภาพรวม ทำให้ไม่เกิดความมั่นคง ในเรื่องฐานข้อมูล และระบบอื่น ๆ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากมาย แทนที่จะใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น ได้มากกว่านี้

ไม่มีรูป
7. สมศักดิ์ จังตระกุล
เมื่อ อา. 20 พฤษภาคม 2550 @ 23:33
266405 [ลบ]

ผมว่ายังมีอีกหลายคนที่กำลัง หรือ แฮกสำเร็จ แล้วยังติดตามจับกุมไม่ได้ คิดว่าเป็นการลองวิชา แต่ใช้ไปในทางที่ผิดคิดว่าคนอื่นตามตัวเองไม่ทัน ทำให้โลภะเข้าครอบงำและถูกจับกุมได้  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความรู้เป็นดาบสองคมแล้วแต่จะใช้ด้านดีหรือเลว  เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีคุณธรรม และหลักธรรมประจำตนเป็นหลักชัยของชีวิต
ไม่มีรูป
8. ปิยะทิพย์ เอี๋ยวพานิช
เมื่อ ส. 26 พฤษภาคม 2550 @ 13:13
272122 [ลบ]

ช่างมีหลายกรณีเหลือเกินที่เด็กไทย มีความสามารถเฉพาะตัวสูง น่าได้รับการส่งเสริมให้เกิดการนำมาใช้ในทางที่ถูกต้อง

จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้ ข้าพเจ้าคิดว่า ผู้ใหญ่ในวันนี้น่าจะเปิดเวทีให้เด็กได้แสดงความรู้ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น

เราควรต้องเร่งหาแรงจูงใจให้เด็กๆ ได้ค้นหา แสดงออกอย่างต่อเนื่อง

คงต้องรีบทำได้แล้ว

 

ไม่มีรูป
9. รุ่งทิวา พิมพ์สักกะ
เมื่อ อ. 05 มิ.ย. 2550 @ 22:00
283488 [ลบ]

 อ่านแล้วคิดถึงประเทศชาติ เสียดายเกิดมาแล้วน่าจะนำความเก่งที่มีไปใช้ในทางที่ถูกต้อง เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า"ความรู้คู่คุณธรรม" และ "จิตสำนึกในความเป็นคน(ไทย)" ทุกวันนี้เด็กไทยเก่งๆหลายคน ก็ภาวนาขอให้เขาเป็นคนเก่งและดีด้วยนะคะ  และปรารถนาให้มีการสร้าง(กระแส)ความรักชาติ อย่างต่อเนื่องตลอดไปค่ะ

ไม่มีรูป
10. suthiporn krungkarnchana 493001
เมื่อ อา. 17 มิ.ย. 2550 @ 21:33
295805 [ลบ]

ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวกรณีย์แฮ็กเกอร์มือหนึ่งเมืองไทยถูกจับได้คือ :

1  ความเสียหายที่เกิดจากแฮ็กเกอร์ในด้านการเงินซึ่ง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสเป็นผู้เสียหาย แต่ในด้านความเชื่อมั่นในการป้องกันความปลอดภัยของ ICT แล้วประชาชนและประเทศไทยเป็นผู้เสียหาย

2  แฮ็กเกอร์เชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของตนเองมากเกินไป จึงทำให้พลาดตรงที่นำไปขายให้กับคนทั่วไปผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ติดตามหาเบาะแสได้ แม้ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอ้างว่าจับกุมได้ในช่องทางอื่นก็ตาม

3  ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาในสาขาคอมพิวเตอร์ก็สามารถมีความเชี่ยวชาญได้ ถ้าพยายามฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ และสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ    

4  การจัดอันดับแฮกเกอร์ในต่างประเทศไม่น่าเชื่อถือ แหล่งข่าวไม่ชัดเจน

5  บริษัทที่เจาะข้อมูลของแฮ็กเกอร์ จะเป็นบริษัททำธุรกิจที่มีช่องทางหาเงินได้ง่าย

6  ระบบการรักษาและป้องกันความปลอดภัยของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ในครั้งนี้ อาจทำให้บริษัทขาดความเชื่อมั่นจากลูกค้าในการส่งผลกระทบต่อการบริการที่มีให้กับลูกค้า

7  ควรนำระบบการจัดการความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนรุ่นต่อไปโดยนำความรู้ และความชำนาญของแฮ็กเกอร์มาพัฒนาใช้ในรูปแบบอื่น หรือเราทำได้แต่เพียงแค่ตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่ดี

 

  

 

ไม่มีรูป
11. สุภาณี แก้วธำรงค์ 495013
เมื่อ อ. 19 มิ.ย. 2550 @ 01:28
297053 [ลบ]

ได้ฟังข่าวนี้จากทีวี รู้สึกน่าทึ่งที่คนไทยเก่งในเรื่องแฮ็กเกอร์ติดอันดับโลกด้วย และมีพรสวรรค์และความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์

และเสียดายที่ไม่นำความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์และผลดีกับตัวเอง ผลิตงานที่สร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ ......เช่นระบบการป้องกันการแฮ็ก

ถึงจะฉลาด แต่สุดท้ายก็ต้องติดคุก  น่าแปลกที่เรื่องราวของชายคนนี้จะถูกนำมาเขียนเป็นเรื่องราว และอนาคตอาจจะสร้างเป็นภาพยนตร์ ......ไม่เข้าใจว่า .....ทำไม? ถึงชอบส่งเสริมคนร้ายให้โด่งดัง....

                                                            สุภาณี

ไม่มีรูป
12. แลกเกอร์
เมื่อ อ. 31 ก.ค. 2550 @ 06:52
335027 [ลบ]

ผมเป็น แฮกเกอร์ ครับ เก่งสุดๆๆ เลยหละ
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
การจัดการสารสนเทศและการจัดการเทคโนโลยี โดย ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข prachyanun@hotmail.com http://www.prachyanun.com