อำเภอสามเงา อยู่เหนือสุดของจังหวัดตาก
ตัวอำเภอเป็นชุมชนที่อพยพหนีน้ำจากเหนือเขื่อนภูมิพล มีคำขวัญคือ
“พระธาตุลอยศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ผาสามเงา
ขุนเขาเสียดฟ้า ตระการตาเขื่อนภูมิพล
ยลพระธาตุแก่งสร้อย ดอยพระบาทเขาหนาม ลือนามลำไย
กล้วยไข่รสดี”
ผาสามเงา อยู่ในตำบลย่านรี มองเห็นขุนเขาใหญ่ลูกหนึ่ง
ชาวบ้านเรียกว่า ผาสามเงา
เพราะที่เชิงเขาริมหน้าผานั้นเจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน
3 ช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์
มีบันไดไม้ต่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้
ตามตำนานเล่าว่า
พระนางจามเทวีราชธิดาแห่งกรุงละโว้เป็นผู้สร้างเมื่อครั้งเดินทางตามลำน้ำปิง
เพื่อขึ้นไปครองเมืองหริภุญไชย
เขื่อนภูมิพล (เขื่อนยันฮี)
เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่
และสูงที่สุดในประเทศไทย และเอเชียอาคเนย์ และเป็นอันดับ 8
ของโลกมีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร กั้นแม่น้ำปิง
สามารถอำนวยประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง 207 กิโลเมตร
สนามกอล์ฟเขื่อนภูมิพล
เป็นสนามภูเขาที่มีความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม
ระยะ 6,065 หลา พาร์ 71 จำนวน 18 หลุม
เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติเขื่อนภูมิพล
เป็นเส้นทางเดินทางศึกษาธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำปิง
เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง
เส้นทางเดินเท้าศึกษาสภาพความหลากหลายของพื้นที่
ป่าเขาดิบและการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่า
ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าเต็งรังความหลากหลายของภูเขาหินและน้ำตกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง
เขื่อนแม่ปิงตอนล่าง
เป็นเขื่อนเล็กกั้นแม่น้ำปิงห่างจากเขื่อนภูมิพลมาทางด้านท้ายน้ำ 5
กิโลเมตร ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนล่าง
ตัวเขื่อนประกอบด้วยโครงสร้างใหญ่ 2 ส่วนติดกัน
คือส่วนที่เป็นคอนกรีตซึ่งประกอบด้วยอาคารระบายน้ำกับส่วนที่เป็นเขื่อนดินแกนดินเหนียวปิดทับด้วยหินทิ้ง
ยาว 200 เมตร ความกว้างสันเขื่อน 10 เมตร
สวนเฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ฝั่งขวาของเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง
จัดสร้างเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ใน พ.ศ.2539พื้นที่ 16 ไร่
ภายในสวนประกอบด้วยต้นราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์
นอกจากนั้นยังมีพันธุ์ไม้อีกหลายชนิดที่จะเน้นหนักไปในโทนสีเหลือง
และมีจุดเด่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวนนี้ คือ
แปลงไม้ประดับซึ่งปลูกเป็นรูปพระนามาภิไธยย่อ ภ.ป.ร.
สวนน้ำพระทัย
สร้างเนื่องในมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 บนเนื้อที่
16 ไร่ สร้างติดตำหนักเขื่อนภูมิพล ภายในสวนจัดทำเป็นลำธารน้ำผุด
ไหลลดหลั่นผ่านฝายน้ำล้น 5 ฝาย ฝายสุดท้ายมีน้ำพุรูปดอกเห็ด จำนวน 9
ดอก มีแท่นจารึกพระราชปณิธาน อดทน อดกลั้น อดออม รอบสระ น้ำพุ
เป็นลานปูกระเบื้องดินเผา ประดิษฐานประติมากรรมแทนพระองค์
มีลักษณะเป็นเสาแกนกลางเป็นแท่งกลม มัดรวม 9 ท่อน
แกนกลางคล้องด้วยห่วง 5 ห่วงแต่ละห่วงประกอบด้วยโลหะเส้นกลม ห่วงละ 12
เส้น นับรวมแล้ว 60 เส้น ด้านบนสุดเป็นทรงกลมผิวเรียบ
จำหลักพระปรมาภิไธยย่อเป็นจุดสูงสุด ภายในสวนจัดทำซุ้มน้ำต้น
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ชาวเหนือที่มีน้ำใจจัดดื่มให้ผู้เดินทาง
พันธุ์ไม้ที่ปลูกจะเน้นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์
ล่องแก่งเรือยางลำน้ำแม่ตื่น
เริ่มต้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น
ไปตามลำน้ำชมธรรมชาติของป่าเขาสองฝั่งน้ำที่สวยงามมีทั้งกล้วยไม้ป่า
และนกนานาชนิด สนุกตื่นเต้นกับการล่องแก่ง ชมวิถีชีวิตชาวเขา
ศึกษาประวัติศาสตร์โบราณสถานวัดห้วยพระเจ้า
พักแคมป์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น
การล่องแพและเรือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
เป็นลักษณะการท่องเที่ยวทางน้ำ
ด้วยการล่องแพโดยใช้เรือลากจูงหรือเดินทางด้วยเรือสำราญ
จะได้สัมผัสกับธรรมชาติและภูมิประเทศ แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น
พระพุทธบาทเขาหนาม เกาะวาเลนไทน์ ดอยเจ้าพอหลวง เขาพระบาท ท่าฮ้าว
ถ้ำอาบนาง โบราณสถาน จนถึงดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 204
กม.
วัดชลประทานรังสรรค์
เป็นวัดที่เก็บรวบรวมสิ่งสำคัญจากวัดที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพล
8 วัดคือวัดบ้านห้วย วัดศรีแท่น วัดดอนแก้ว วัดหลวง วัดท่าเดื่อ
วัดท่าโป่ง วัดอุมวาบและวัดพระธาตุลอย
โดยในวัดนี้จะมีพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระธาตุลอยศักดิ์สิทธิ์
ยอดฉัตรเจดีย์ หลวงพ่อทันใจพระพุทธรูปทองคำศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์
ศาสนวัตถุต่างๆ หีบลวดลายทองที่บรรจุพระธรรม ตู้ไม้
วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นศิลปะล้านนา
กล่าวว่าในพระเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุและพระเกศาของพระพุทธเจ้า
พระพุทธบาทดอยเขาหนาม
เป็นเกาะกลางน้ำมีวัดพระพุทธบาทอยู่บนยอดดอย
ภายในวัดมีรอยพระพุทธบาทและศาลาประดิษฐานองค์พระประธาน
มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม
ดอยพ่อหลวง
เป็นภูเขาสูงชันมีถ้ำขนาดใหญ่บริเวณหน้าผา 3 ถ้ำ ด้านเหนือเรียก
“ประตูเชียงใหม่” ด้านใต้เรียกว่า “ประตูสยาม”
และด้านตะวันตกเรียกว่า “ประตูอังวะ”