สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
เก็บเอามาฝาก
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
P ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 105
โลกใบเล็กของเด็กเก้าขวบ : หนังสือขายดีในเกาหลี (LIF#23)



ผู้เขียน : วิกีซอล
ผู้แปล : กาญจนา ประสพเนตร
สำนักพิมพ์ : ส.ส.ท. เยาวชน
จำนวนหน้า : ๒๕๒ หน้า
ราคา : ๑๓๕ บาท
ระดับความชอบ : ๙/๑๐
เจ้าของหนังสือ : คุณ PingGz

ยืมหนังสือเล่มนี้มานานแล้วเหมือนกัน จนกระทั่งมีคนยืมต่อ เลยต้องรีบอ่านเสียหน่อย

เป็นหนังสือที่ดีมากทีเดียว สมกับที่หลายๆ คนเยินยอไว้ มีดีกรีเป็นหนังสือขายดีในเกาหลีที่หน้าปกบอกไว้

เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องของเด็กชายวัยเก้าขวบที่ยากจน อยู่อาศัยในสลัมของเกาหลี โดยเป็นพื้นที่บนเขาที่มาจากการจับจอง มีป่าล้อมลวดหนามเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีกิจกรรมต้องไปโรงเรียนร่วมกับเด็กฐานะปานกลางทั่วไป โรงเรียนก็เหมือนทั่วไป มีการทำโทษตามประสา

เนื่องจากความจนตัวเอกเลยมีโลกในตอนเที่ยงที่แยกจากเพื่อนๆ เพราะอาหารเที่ยงเขาไม่ค่อยดี จนพบความรักแบบเด็กๆ

ลีลาการเล่าเรื่องน่าติดตามดี อ่านเรื่องนี้ทำไมนึกว่า เราน่าเขียนเรื่องลูกเราได้บ้างนะ แปดขวบกว่าแล้วเหมือนกัน
บันทึกเรื่องราวผ่านมุมมองของเด็ก ท่าจะดี

บรรยากาศในเรื่องจะเหมือนกับในหนังสือซีไรต์ ช่างสำราญ หรือหนังเรื่อง Always : Sunset on the third street
จะเห็นได้ว่าในสังคมที่แร้นแค้นในเรื่องวัตถุ แต่จะร่ำรวยเรื่องน้ำใจ โลกของเด็กก็ช่างมีเรื่องให้เรียนรู้ ผจญภัยมากมาย
จะต่างจากสังคมปัจจุบันที่แร้นแค้นน้ำใจ อยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่แทบจะไม่รู้จักกัน ฟังดูเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เกิดมาจนเป็นเรื่องธรรมดา แต่สังคมแบบดีๆ ยังมีนะครับ และสังคมแบบนั้นแหละที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวละครที่น่าเอาอย่างคือพ่อแม่ของตัวเอก ทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีมากทีเดียว มีน้ำใจ มีเหตุผล ฟังลูกอย่างเข้าใจ มีสติดี ควรเอาอย่างครับพ่อแม่ทุกคน

สุดท้ายต้องขอบคุณเจ้าของหนังสือ ที่ให้ยืมมา ยังเหลือ นายเม่น อีกเล่มนะครับ จะอ่านเป็นเล่มต่อไป เห็นว่ามีคนรอเหมือนกัน

มีคำคมแถมท้าย "คิดให้เหมือนเด็ก แต่ทำแบบผู้ใหญ่"

สุขสันต์วันแม่ครับ

สร้าง: จ. 11 ส.ค. 2551 @ 10:55   แก้ไข: จ. 11 ส.ค. 2551 @ 10:55   ขนาด: 5223 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
เป็น Blog มือใหม่สำหรับที่นี่ แต่เขียนที่ Bloggang ใน PanTip มาระยะหนึ่งแล้ว เลยลองขยายสาขา ลองดูสิ่งที่ผมสนใจนะครับ หนังสือ อ่านมาก็หลายเล่ม จำความได้สมัยมอต้นชอบอ่านนิยายของโบตั๋นมาก นอนอ่านได้เป็นวันๆ พลิกไปมาจนสายตาสั้น ยังจำเรื่อง "ก่อนสายหมอกเลือน" ได้รางๆ แต่จำได้คำหนึ่งคือ "เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก แต่เกิดเป็นหญิงลูกคนจีน ลำบากเป็นสองเท่า" ตลอดเวลายังควานหาหนังสือมาอ่านอยู่เสมอ แหล่งแนะนำชั้นดีคือ นิตยสารสีสัน ของน้าทิวา อ่านมาตั้งแต่เล่มที่สามจนปัจจุบัน หนัง ก็ดูมาตลอด ส่วนใหญ่ชอบหนังแจกผ้าเช็ดหน้า และไม่ชอบหนัง Action มีแนวคิดตอนเด็กว่า ดูแล้วออกจากโรงมา โง่เท่าเดิม นอนอยู่บ้านดีกว่า แต่ก็มีหนัง Action หลายเรื่องที่ประทับใจ ก่อนจะไปดูมักอ่านวิจารณ์ไปก่อน ดูแล้วก็จะได้อะไรแตกต่างจากที่เขาวิจารณ์นะครับ หลังๆ เริ่ม ดูหนังด้วย Pocket PC เพราะดูไม่ทันซื้อ และเดินทางบ่อย ตอนนี้ร่วม ๒๐ เรื่องแล้วครับ รวมถึงหนังจีนชุดสามก๊กด้วยครับ เพลง ก็ฟังมาตลอด Music is my life ครับ หกปีหลังมีเรื่อง ลูกๆ มาเกี่ยว ลูกสาวผมมีสองคน ตอนนี้ต้องแยกกันอยู่เนื่องจากทำงานไกลกัน แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะกลับไปเป็นพ่อที่ดีเสมอ ธรรมะ เข้ามาในช่วงสี่ปีหลัง เนื่องจากบริษัทจะเน้น LO เลยได้เข้าวัด จริงๆ ตักบาตรมาตลอดตามที่โอกาสอำนวย แต่ตอนนี้ได้พบครูบาอาจารย์มากขึ้น ก็ได้ปฏิบัติมากขึ้น หลังจากปริยัติมานาน ผมว่านี่คือทางสายเอก สายตรงครับ ตอนนี้กำลังพยายามซึมให้เข้าลูกมากที่สุดเพื่อเขาจะได้อยู่ในโลกนี้ได้ด้วยตนเอง รถ เป็นเรื่องที่สนใจมาหลายปี เข้า Pantip ก็เพราะซ่อมรถนี่แหละ หลังจากนั้นก็ขยายห้องไปเรื่อยๆ หลังๆ จะอยู่ที่สีลมมากที่สุด ท่องเที่ยว เป็นอีกเรื่องที่ให้ความรู้ แต่ผมชอบไปเที่ยวเป็นครอบครัว เคยแยกไปแล้วรู้สึกคิดถึง เป็นห่วงครอบครัวของเรา ดังนั้นหลังๆ ไปเป็นครอบครัวเสียส่วนใหญ่ ตัวตนของผมประมาณนี้ครับ หากเรามีอะไรคล้ายกันในบางหัวข้อ เราก็มาเป็นกัลยาณมิตรกันได้ หรือแม้แต่ไม่เหมือนกันเลย ก็ถือเสียว่าเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ที่เราไม่เคยอ่าน เราจะได้ความรู้ใหม่เสมอครับ วันนี้ผมเรียนรู้เรื่องการเปิด Blog ที่นี่แล้วครับ ไม่รู้จะงงหรือเปล่า เปิด Blog สองที่เนี่ย