การเดินทางนับว่าเป็นความหมายต่อชีวิตของคนบางคนในการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง หรือเพื่อเป็นการค้นหาความจริงของชีวิต แต่การเดินทางโดยทั่วไปย่อมหมายถึงการไปสู่ที่หมายโดยราบรื่นและปลอดภัยเป็นสำคัญ
เช้าตรู่ของวันที่ ๒๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓ คุณมนัสนันท์ คุณเจษ คุณเกม มารับฉันที่บ้านตามเวลานัดหมาย มีน้องออโต้เด็กรุ่นจิ๋วอายุ ๘ ขวบพ่วงเข้าไปอีก ๑ คน ฉันนั่งคู่กับคุณมนัสนันท์เจ้าของรถ คุณเกม คุณเจษและน้องออโต้นั่งเบาะด้านหลัง
รถวิ่งตัดผ่านทางเลี่ยงเมืองจากพิษณุโลกเข้าสู่สุโขทัยและถึงศูนย์ขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตาก ท่ามกลางสายฝนปรอย ๆ อากาศค่อนข้างเย็น คุณหนานเกียรติมารับน้องหิ่งห้อยและรอพวกเราอยู่ที่นั่น คุณหนานเกียรติในฐานะเป็นเจ้าถิ่นได้พาไปทานข้าวต้มเลือดหมูเจ้าเก่า ทำให้รถคันที่ตามหลังเกิดอาการงงกับการที่ผ่านร้านอาหารไปหลายร้าน ซึ่งเป็นธรรมดาของเจ้าบ้านย่อมต้องการให้ผู้มาใหม่ได้รับประทานอาหารที่อร่อยและถูกใจ
พวกเราสั่งต้มเลือดหมูและข้าวสวยคนละ ๑ ชาม “ขอโทษค่ะ ข้าวสวยมีเพียง ๓ ถ้วย จะรอหม้อใหม่ไหมคะ อีก ๒๐ นาทีสุกค่ะ” เสียงเจ้าของร้านร้องบอก แต่พวกเราก็อิ่มด้วยข้าว ๓ ถ้วยถูกแบ่งออกให้ทานถึง ๗ คน
สถานที่ต่อไปคือร้านขายของชำใกล้ตลาดสด โดยแวะซื้อสมุด ปากกา ขนมและรางวัลสำหรับแจกเด็ก ๆ รวมทั้งอาหารแห้งสำหรับพวกเราแต่ละมื้อ และหลีกเลี่ยงไม่พ้นอาหารต้องห้ามของสำเร็จรูปทั้งหลายแหล่
ฝนตกตลอดเส้นทางคดเคี้ยว คอยหลบ คอยหลีก และขับแซงรถบรรทุกทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ เสียงเอี๊ยด ๆ ๆ ของยางรถแต่ละคันแสบแก้วหู เมื่อถูกเหยียบเบรกกะทันหัน แวะพักรถที่ De’Musoi ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังบ้านห้วยปลาหลดอีก ๑๒ กิโลเมตร
De’Musoi เปลี่ยนไปจากคราวก่อนที่มาพักมาก ห้องอาหารเสร็จสมบูรณ์ มีเรือนพักเพิ่มขึ้นอีก ๑ หลังจำนวน ๔ ห้องนอน ต้นไม้ใบไม้เขียวชอุ่ม เสียงนก เสียงแมลงและจักจั่นยังเป็นธรรมชาติ ลมพัดเย็นเหมือนเดิม แต่คราวนี้ชุ่มฉ่ำเพราะฝนตก
ระยะทาง ๑๒ กม.ในการเดินทางเข้าสู่บ้านห้วยปลาหลดนั้นไม่ไกลเลยหากเป็นถนนธรรมดา หรือแม้ว่าถนนจราจรติดขัด หากแต่ฝั่งขวาเป็นหน้าเขา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นเหว หรือเป็นฝั่งขวาก็เหว ฝั่งซ้ายก็เหว สลับกันไป ฉันนั่งข้างซ้ายเมื่อผ่านเหวสายตาของฉันก็จ้องมองดูว่า..”จะจับจองต้นไม้หรือกอไผ่ต้นไหนหนอสำหรับเป็นที่พักพิง หรือจะเลือกกลิ้งลงไปก้นหุบเหว” ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ
ฝั่งขวาก็เหว ฝั่งซ้ายก็เหว...ขึ้นเขาลงเขา โค้งลัด เลาะ เลียบ บางโค้งหักงอเหมือนศอกพับ รถกระบะของคุณหนานเกียรติขับนำหน้าแถมกำชับว่า “พี่แมวต้องขับให้ล้อรถตรงกับล้อของผมนะครับ” ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ และที่สุด ๆ คือคันหน้าก็ปิ๊บ ๆ ๆ ๆ มาถึงทางโค้ง พวกเราก็ปิ๊บ ๆ ๆ ๆ ไปประจันหน้ากัน เพราะไม่มีไฟเขียวไฟแดง ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ อีกรอบ
การเสี่ยงให้ล้อรถลงไปสำรวจแอ่งน้ำกลางถนนทีละล้อ อย่างค่อย ๆ เหยีบคันเร่ง ค่ย ๆ แตะเบรค หากรู้สึกว่าแน่นก็ตัดสินใจเหยียบให้พ้นผ่านเลยไป แต่ก็น้อยครั้งที่จะผ่านพ้นได้ง่าย ๆ หากไม่ผ่านการลุ้นอย่าง “โหดมันฮา ๆ ๆ ๆ ”
ฝั่งที่เป็นเหวจะมีลักษณะเหมือนกับเคยเป็นร่องน้ำมาก่อน เป็นลานกว้าง ชาวบ้านจะใช้เป็นที่ปลูกพืชผักคือมะระหวาน หรือฟักแม้ว ฟักทอง ผักกาด กะหล่ำปลี มะเขือเทศ พริก มะเขือ ต้นหอม ผักชี ฯลฯ และมีผักกูด ผักหนามขึ้นตามธรรมชาติ
นับว่าทรหดมากสำหรับการเดินทางโดยพาหนะรถเก๋งขนาดเล็ก ซึ่งมีคนโดยสารถึง ๕ คน แต่พวกเราก็มีกำลังแรงใจที่จอดถ่ายภาพกันเป็นระยะ ๆ และระหว่างทางได้พบกับมิตรภาพอันบริสุทธิ์งดงาม คือเด็กชายชาวลาหู่วัยประมาณ ๑๐ ขวบหยุดยิ้มอย่างสดใสและให้พวกเราถ่ายภาพ
พวกเราเดินทางถึงบ้านห้วยปลาหลด ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในเวลา ๑๒.๐๐ น. โดยตรงไปที่โรงเรียนแต่ไม่พบใครเลย หนานเกียรติจึงนำจักรยานที่เตรียมมาจากท้ายรถขี่ไปติดตามประสานงานกันคนที่นัดหมายไว้ ทราบว่านักเรียนรออยู่ที่โฮมสเตย์ของจำปา พวกเราทะยอยลงจากรถโต้ลมหนาวที่เย็นยะเยือก ..."ดูรถฉันซีไม่ต้องไปเสียค่าเพ้นท์ตัวถัง" มนัสนันท์บอกแกมบ่น ฮา ๆ ๆ ๆ สุดโหดไหมนี่
หิ่งห้อย สาวผู้น่ารักนักอนุรักษ์และนักกิจกรรม เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ทึ่งกับความแปลกใหม่ของบรรยากาศบ้านห้วยปลาหลด จึงหนีหายจากคณะไปเก็บภาพจนเพลิน ต้องออกตามหาตัว และพวกเราจึงไปรวมตัวกันที่อาคารอเนกประสงค์ของศูนย์พัฒนาชาวเขา (เดิม)
การเดินทางของพวกเราได้ไปถึงจุดหมายปลายทาง ได้รับการต้อนรับจากจำปา สหายรุ่นน้องของหนานเกียรติ ผู้ใหญ่บ้าน (ทางการ) ประธานกลุ่มเยาวชนบ้านห้วยปลาหลด และได้ทำกิจกรรมร่วมกันด้วยความรัก ความเข้าใจอันดีต่อกัน....คาวิโหย่ อาตูกูวเป๊อะ





สวัสดีครับ
โหด มัน ฮา สมชื่อเลยนะครับ
แวะมาเยี่ยมครับ...
สวัสดีค่ะ คุณครู
แวะมาทักทายค่ะ
ลุยได้สมกับคุณครูจริงๆเลยค่ะ
คงตื่นเต้นน่าดูนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
เป็นอีกหนึ่งรสชาติของชีวิตนะครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม ...ลุ้นระทึกตลอดเส้นทางเลยค่ะ ...เสียงเบรค เอี๊ยด เอี๊ยด มาถึงชัยภูมิเชียว อิอิ ...โหด มัน ฮา สมชื่อบันทึกจริงๆ ...จะรอติดตาม ตอนต่อไปค่ะ ...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ด้วยความเป็นห่วงค่ะ
เมื่อโหดแล้ว แต่มีความมันและความฮาตามมาแสดงว่า....ไม่โหดจริง ถ้าโหดจริงต้องมีเสียงบ่นตามมาใช่ไหมคะพี่คิม??
ขอปรบมือให้กับทุกคนที่ร่วมขบวนการครั้งนี้ด้วยจิตคารวะ....เยี่ยม
-สวัสดีครับครูคิม
-โหด มัน ฮา.....
-น่าสนุกนะครับ
-"คาวิโหย่ อาตูกูวเป๊อะ"แปลว่าอะไรครับ????
-ขอบคุณครับ
สวัสดีครับเกลอ โหดมัน ฮา ถ้าได้ไปด้วยคงปวดหลังกำเริบแน่
มีภาระกิจเรื่องรถหายจึงไม่ได้ร่วมขบวน
ได้ต้นผักเหลียงลงมาหรือเปล่าครับ
นี่แค่เริ่มภาระกิจนะคะพี่คิม ตื่นเต้น .... ดีจริงๆ
มิตรภาพก่อเกิดจากกิจกรรมแบบนี่ล่ะคะ เพื่อนแท้แบบโหด มัน ฮา ค่ะ :)
สวัสดีค่ะน้องPhornphon
สวัสดีค่ะน้องBonnie
สวัสดีค่ะน้องครูแป๋ม
สวัสดีค่ะคุณกล้าณรงค์
สวัสดีค่ะน้องปิ่นธิดา
สวัสดีค่ะน้องkrugui Chutima
สวัสดีค่ะคุณเพชรน้ำหนึ่ง
สวัสดีค่ะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะน้องมะปรางเปรี้ยว
สวัสดีค่ะ..พี่ครูคิม
โหด มัน ฮา จริงอย่างที่ว่า
ครูเล็กอ่านไป ลุ้นไป จนเหนื่อยเลยค่ะกว่าจะจบ
สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ได้บรรยากาศซะจริงๆ
ของส่งแรงใจให้พี่ครูคิมและทีมงาน มีความสุขกับงานจิตอาสาที่ทำตลอดไปนะคะ