ใบไม้กลิ่นมีเสน่ห์ กลิ่นหอมคล้ายใบเตยหอม แต่มีกลิ่นแรงกว่าใบเตยหอมเล็กน้อย ใบสดๆจะไม่มีกลิ่น ต้องรอให้ใบเหี่ยวจะส่งกลิ่นหอม ชื่นใจ ใส่ในกระเป๋าสตางค์ เวลาเดินผ่านผู้คนต้องหันหลังกลับมาถามว่าเอ๊ะ.... กลิ่นอะไร?? ....ใครหุงข้าวใหม่??

ใบอ้ม

เป็นความทรงจำในวัยเด็ก กับตำนานใบอ้ม ใบไม้กลิ่นมีเสน่ห์  กลิ่นหอมคล้ายใบเตยหอม แต่มีกลิ่นแรงกว่าใบเตยหอมเล็กน้อย ใบสดๆจะไม่มีกลิ่น ต้องรอให้ใบเหี่ยวจะส่งกลิ่นหอม ชื่นใจ ใส่ในกระเป๋าสตางค์ เวลาเดินผ่านผู้คนต้องหันหลังกลับมาถามว่าเอ๊ะ.... กลิ่นอะไร?? ....ใครหุงข้าวใหม่?? 


ต้นอ้มที่บ้านอุ้มบุญ ซึ่งให้ใครต่อใครไปเยอะแยะ

ขอเล่าถึงตำนานต้นอ้ม เมื่อสมัย อุ้มบุญ ยังเด็กๆอายุราว 8 ขวบได้  ลักษณะนิสัยมักชอบไปพูดคุยกับคนแก่ในหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอุ้มบุญ เป็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ในอำเภอเลิงนกทา  สมัยนั้น คุณพ่อเป็นครูใหญ่บ้านนอก  ในฐานะลูกสาวครูใหญ่ก็จะถือโอกาสไปเล่นที่บ้านคนอื่นได้อย่างสบายใจเพราะผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเสมอ....  จำได้ว่าเคยเห็นใบอ้ม ที่บ้านยายอ้ม  ยายอ้มใจดีมากๆ กินหมาก และยายก็เอ็นดูอุ้มบุญเป็นพิเศษ มักจะชอบเล่านิทานให้ อุ้มบุญฟังบ่อยๆ อุ้มบุญ จึงชอบไปบ้านยายอยู่ เป็นประจำ ชอบค้นตะกร้าหมากยายด้วย แล้วไปพบใบไม้ชนิดนี้ใบตลับนวดสีปากยายอ้ม เวลายายอ้มเปิดตลับนวดจะส่งกลิ่นหอมเหมือนใบเตย ในความเป็นเด็กขี้สงสัยถามว่าใบอะไร  ทำไมหอมจัง ยายอ้ม บอกว่า"ใบอ้ม" (เออ..ชื่อเดียวกันกับยายด้วยนะนี่สงสัยเหมือนกันแต่ไม่ได้ถาม)  นั่นงัยพลางชี้ไป ยังหวดนึ่งข้าวเก่าๆ  มีต้นไม้เป็นพุ่มเล็กๆ ใบสีเขียวเข้ม  ยายปลูกไว้ ตรงนอกชานงัย ว่าแล้วยายก็ ดึงออกมาจากใบหูอีกใบหนึ่งส่งให้ อุ้มบุญ  และเก็บไว้ในย่ามหนังสือ  เวลาผ่านไปตั้งนานกลิ่นใบอ้มยังส่งกลิ่นหอมอยู่ร่ำไป  ซึ่งเป็นความทรงจำแห่งความสุขในวัยเด็ก  ต่อมาคุณพ่อกลัวลูกไม่ได้เรียนหนังสือ จึงย้ายออกจากหมู่บ้านนั้นมาอยู่อำเภอเมืองเพื่อย้ายลูกเข้ามาเรียนในโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัด  จากนั้นก็ไม่เคยเห็นต้นอ้มอีกเลย......จะขอเล่าต่อในบันทึกหน้าในตำนานการตามหาใบอ้ม...................