สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
สาระแห่งธรรม
thassana wong
อ่าน: 77
กาม ก่อให้เกิดโทษแก่สังคม
...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล แม้พระราชาทั้งหลาย ก็วิวาทกันกับพระราชา แม้พวกกษัตริย์ ก็วิวาทกันกับพวกกษัตริย์ แม้พวกพราหมณ์ ก็วิวาทกันกับพวกพราหมณ์ แม้คฤหบดี ก็วิวาทกันกับพวกคฤหบดี...


บทบาทของตัณหา

กาม ก่อให้เกิดโทษแก่สังคม

ความที่คนทั้งหลาย มีความใคร่ มีความปรารถนา ในกาม  กามจึงให้ผลแก่คนทั้งหลาย ด้วยทุกข์โทษนานาประการ  ต้องเดือดร้อนเพราะกาม  เหน็ดเหนื่อยเพราะกาม  เกิดการทะเลาะวิวาทแก่งแย่งกัน ฆ่ากัน เพราะกามเป็นเหตุมากมาย  ต้องถูกจับเข้าไปอยู่ในตะราง ก็เพราะ กาม  หรือ แม้แต่ป่วยเป็นโรคเอดส์ก็เพราะกาม  ผิดศีลข้อกาเมและข้ออื่น ๆ ก็เพราะกาม  คนโกหกหลอกลวง ก็เพราะกาม  กาม จึงมีทุกข์โทษมากมาย  ดังพระพุทธดำรัส ที่มีมาในมหาทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยโทษของกาม เกี่ยวกับการปฏิบัติการ  โดยมีความสัมพันธ์กับโลกและสังคม  ว่า

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  ก็อะไรเล่า เป็นโทษของกามทั้งหลาย  กุลบุตรในโลกนี้  เลี้ยงชีวิตด้วยความขยัน  ประกอบศิลปะใด คือ ด้วยการนับคะแนนก็ดี ด้วยการคำนวณก็ดี ด้วยการนับจำนวนก็ดี ด้วยการไถก็ดี ด้วยการค้าขายก็ดี ด้วยการเลี้ยงโคก็ดี ด้วยการยิงธนูก็ดี ด้วยการเป็นราชบุรุษก็ดี  ด้วยศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี  ต้องตรากตรำต่อความหนาว  ต้องตรากตรำต่อความร้อน งุ่นง่าน อยู่ด้วยสัมผัสแต่เหลือบ ยุง ลม แดด และ สัตว์เลื้อยคลาน  ต้องตายด้วยความหิวกระหาย ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่ มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  ถ้าเมื่อกุลบุตรนั้นขยัน  สืบต่อพยายามอยู่อย่างนี้  โภคะเหล่านั้น ก็ไม่สำเร็จผล  เขาย่อมเศร้าโศก ลำบาก รำพัน ตีอก คร่ำครวญ ถึงความหลงเลือนว่า  ความขยันของเราเป็นโมฆะหนอ  ความพยายามของเราไม่มีผลหนอ  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  ถ้าเมื่อกุลบุตรนั้นขยัน  สืบต่อ พยายามอยู่อย่างนี้  โภคะเหล่านั้นสำเร็จผล  เขากลับเสวยทุกข์โทมนัส  ที่มีการคอยรักษาโภคะเหล่านั้น  เป็นตัวบังคับว่า ทำอย่างไร  พระราชาทั้งหลาย ไม่พึงริบโภคะเหล่านั้นไปได้  พวกโจรพึงปล้นไม่ได้  ไฟไม่พึงไหม้  น้ำไม่พึงพัดพาไป  ทายาทอันไม่เป็นที่รัก พึงนำไปไม่ได้  เมื่อกุลบุตร คอยรักษา คุ้มครองอยู่อย่างนี้  พระราชาทั้งหลาย ริบโภคะเหล่านั้น ไปเสียได้ก็ดี  พวกโจรปล้นเอาไปเสียก็ดี  ไฟไหม้เสียก็ดี  น้ำพัดไปเสียก็ดี  ทายาทอัปรีย์นำไปเสียก็ดี  เขาย่อมเศร้าโศก ลำบาก รำพัน ตีอก คร่ำครวญ ถึงความหลงเลือนว่า สิ่งใดเล่า เคยเป็นของเรา  แม้สิ่งนั้นก็ไม่เป็นของเรา  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่ง   มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล  แม้พระราชาทั้งหลาย ก็วิวาทกันกับพระราชา  แม้พวกกษัตริย์ ก็วิวาทกันกับพวกกษัตริย์  แม้พวกพราหมณ์ ก็วิวาทกันกับพวกพราหมณ์  แม้คฤหบดี ก็วิวาทกันกับพวกคฤหบดี  แม้มารดาก็วิวาทกับบุตร  แม้บุตรก็วิวาทกับมารดา  แม้บิดาก็วิวาทกับบุตร  แม้บุตรก็วิวาทกับบิดา  แม้พี่ชาย น้องชาย ก็วิวาทกันกับพี่ชายน้องชาย  แม้พี่ชายก็วิวาทกันกับน้องสาว  แม้น้องสาวก็วิวาทกับพี่ชาย  แม้สหายก็วิวาทกับสหาย  ชนเหล่านั้น ต่างถึงการทะเลาะ  แก่งแย่ง  วิวาทกันในที่นั้น ๆ ทำร้ายซึ่งกันและกัน  ด้วยฝ่ามือบ้าง  ด้วยก้อนดินบ้าง  ด้วยท่อนไม้บ้าง  ด้วยศาสตราบ้าง  ถึงความตายไปตรงนั้นบ้าง  ถึงทุกข์ปางตายบ้าง  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่ง   มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล  ฝูงชนต่างถือดาบ และ โล่สอดแล่งธนู  วิ่งเข้าสู่สงคราม  ปะทะกันทั้งสองฝ่าย  เมื่อลูกศรทั้งหลายถูกยิงไปบ้าง  เมื่อหอกทั้งหลายถูกพุ่งไปบ้าง  เมื่อดาบทั้งหลายถูกกวัดแกว่งอยู่บ้าง  ฝูงชนเหล่านั้น  ต่างก็ถูกลูกศรเสียบเอาบ้าง  ถูกหอกแทงเอาบ้าง  ดาบตัดศรีษะเสียบ้าง ในที่นั้น  พากันถึงตายไปตรงนั้นบ้าง  ถึงทุกข์ปางตายบ้าง   ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่ง   มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล  ฝูงชนต่างถือดาบ และ โล่สอดแล่งธนู ตรูกันเข้าไปสู่เชิงกำแพงที่ฉาบด้วยเปลือกตมร้อน  เมื่อลูกศรถูกยิงไปบ้าง  เมื่อถูกหอกพุ่งไปบ้าง   เมื่อดาบทั้งหลายถูกกวัดแกว่งอยู่บ้าง  ฝูงชนเหล่านั้น  ต่างก็ถูกลูกศรเสียบเอาบ้าง  ถูกหอกแทงเอาบ้าง ถูกรดด้วยโคมัยร้อนบ้าง  ถูกสับด้วยคราดบ้าง  ถูกตัดศรีษะด้วยดาบบ้าง  ในที่นั้น  พากันถึงตายไปตรงนั้นบ้าง  ถึงทุกข์ปางตายบ้าง   ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่ง   มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล ฝูงชนตัดที่ต่อบ้าง  ปล้นอย่างกวาดล้างบ้าง  กระทำให้เป็นเรือนหลังเดียวบ้าง  ดักทางบ้าง  สมสู่ภรรยาคนอื่นบ้าง  พระราชาจับคนนั้น ๆ ได้แล้ว  ให้กระทำกรรมกรณ์ต่าง ๆ  เฆี่ยนด้วยแส้บ้าง  เฆี่ยนด้วยหวายบ้าง  ดีด้วยไม้ค้อนบ้าง  ตัดมือเสียบ้าง  ตัดจมูกเสียบ้าง  ตัดทั้งหูและจมูกเสียบ้าง  และ กระทำกรรมกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย  เช่น  รดด้วยน้ำมันที่ร้อนบ้าง  ให้สุนัขกินบ้าง  เสียบที่หลาวทั้งเป็นบ้าง  ใช้ดาบตัดศรีษะเสียบ้าง  คนเหล่านั้นถึงตายไปตรงนั้นบ้าง  ถึงทุกข์ปางตายบ้าง  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...

...ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  อีกประการหนึ่ง   มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั้นแล ฝูงชนต่างประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต  ชนเหล่านั้น ครั้นประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตแล้ว  เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะ กายแตก ย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย  แม้นี้เล่าก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นกันอยู่  มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ  เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายทั้งนั้น...(ม.ม. ๑๒/๑๙๘.)

จากเนื้อความในพระพุทธดำรัสนี้  จะพบว่า กามนั้นได้ก่อโทษทุกข์  ก่อปัญหาให้กับสังคมมากมาย  เริ่มตั้งแต่การทำมาหาเลี้ยงชีพ  และ แสวงหาสั่งสมกามวัตถุไว้เสพเสวย   ต้องตรากตรำอดทนต่อความลำบาก นานาประการ  เมื่อหามาได้แล้ว ก็เกิดความวิตกกังวลใจในสิ่งเหล่านั้น  กลัวจะสูญหายไปบ้าง กลัวคนจะปล้น กลัวภัยต่าง ๆ มีอัคคีภัย เป็นต้น  นอกจากนั้น เพราะ กามอีกนั้นแหละ  ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท  ไม่ว่าแม่กับลูก พี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน เศรษฐีกับเศรษฐี เป็นต้น  ก็ทะเลาะกัน เพราะ กามเป็นเหตุทั้งสิ้น  สังคมวุ่นวาย เกิดการใช้อาวุธ มีปืน หอก ดาบ หรือระเบิดถล่มกัน จนเกิดเป็นสงคราม  ถึงระดับกลายเป็นสงครามใหญ่  สงครามโลก  ก็เพราะ แย่งวัตถุกาม กันมาเพื่อเสพเสวย ของกลุ่มของตน หรือ เพื่อยึดเอาบ้านเมือง ของคนอื่นมาเป็นของตน  เรื่องเหล่านี้ ล้วนเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต  และ จะเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ปัจจุบัน ก็รบกัน แก่งแย่งกัน ฆ่ากัน เพื่อหวังเอาทรัพย์  แม้เป็นญาติพี่น้องก็ฆ่ากันได้  เพราะ อิทธิพลของกามเป็นเหตุ  จึงเกิดความวุ่นวายมากมายในสังคม  นี้ก็เพราะโทษของกาม  นอกจากนั้น ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก  ที่เกิดจากอิทธิพลของกาม  เช่น  การค้าประเวณีเด็ก  ที่เป็นปัญหาของบ้านเมือง แก้กันไม่รู้จักหมด  เรื่องค้าประเวณี เพื่อจะได้เงิน มาจับจ่ายใช้สอยจุนเจือครอบครัวนี้  ไม่ใช่พึงจะเกิดขึ้น  หากแต่เรื่องอย่างนี้ เคยมีมาแล้วตั้งแต่ครั้งสมัยพุทธกาล  ซึ่งมีการกล่าวเรียกกันว่า  หญิงงามเมือง  ในปัจจุบันหมายถึง หญิงโสเภณี นั่นเอง  ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้  เรื่องนี้นับเป็นปัญหาที่แก้ยากอยู่  ตราบใดที่คนยังเอาความอยากประเภทตัณหาออกหน้าอยู่  เพราะ ตัณหานั้น เริ่มต้นด้วยอวิชชา คือ ความไม่รู้  เขาทำไปเพราะไม่รู้ว่า  ควรหรือไม่ ขาดการพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบว่า  การที่ตนทำเช่นนั้นดีหรือไม่  สังคมจะอยู่อย่างสงบสุขได้ก็ต่อเมื่อ  ใช้ความอยากประเภทฉันทะนำหน้า กล่าวคือ ฉันทะ เอาปัญญาเป็นตัวหนุน  ก่อนจะทำสิ่งใด ก็จะคิดให้ดีเสียก่อนว่า งานสิ่งนี้ จะเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนเอง หรือ ประเทศชาติหรือไม่  เมื่อเห็นว่า ดีมีประโยชน์  ก็จะทำการงานนั้น ๆ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ปัญหาความวุ่นวายทั้งหลาย ก็จะค่อย ๆ หมดไป

พระมหาอุทย อุทโย (ศน. ม.)

*******

หมวดหมู่: ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา
คำสำคัญ: dhamma
สร้าง: พฤ. 25 ก.ย. 2551 @ 08:23   แก้ไข: พฤ. 25 ก.ย. 2551 @ 08:25   ขนาด: 23454 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. ครูอ้อย แซ่เฮ
เมื่อ พฤ. 25 ก.ย. 2551 @ 09:22
841988 [ลบ]

สวัสดีค่ะ

  • อ่านบันทึกของท่านแล้ว  ได้ข้อคิด  สะกิดใจมากมาย
  • ครูอ้อย จะสอน พูดคุย และบอกต่อกันให้เข้าใจ และปฏิบัติ ให้ถูกต้องในเรื่องนี้..กับ คนรอบข้าง

ขอบพระคุณมากค่ะ

ไม่มีรูป
2. rainalone
เมื่อ ส. 27 ก.ย. 2551 @ 19:29
845787 [ลบ]

ขอบคุณครับ

ดีใจครับ ที่จะนำไปสอนผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อ ๆ กันไป

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
ชีวิตของมนุษย์ หากปราศจาก ธรรม เสียแล้ว โลกนี้จะวุ่นวาย สักเพียงไหน ธรรม เป็นสิ่งที่ค้ำจุน ให้โลกนี้ร่มเย็นเป็นสุข