เชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม : แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน "หนังสือ" แทนความรักแด่ครอบครัว GotoKnow

อ่าน: 101
ความเห็น: 2

การพัฒนาในกรณ๊ของสังคมไทย

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เราพยายามที่จะปรับปรุงประเทศ ในทุกด้าน เพื่อจะให้พ้นจากการที่เขาจะมาเอาเป็นอาณานิคม

วัฒนธรรม กับ การพัฒนา 

 

พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

การพัฒนาในกรณ๊ของสังคมไทย

 

สภาพปัญหาอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น เมื่อหันมามองใกล้ตัวแคบเข้ามา ก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนในสังคมไทยของเรานี้ เราประสบปัญหาอย่างที่โลกทั่วไปเขาประสบ แต่เราจะอยู่ในข้างที่แย่ หรือ ข้างที่ด้อยกว่าทั่วไป หรือต่ำกว่าระดับเฉลี่ย เพราะ ปัญหาที่เขามี เราก็มีร่วมกับเขา แล้วเรายังมีปัญหา โดยเฉพาะของเราเองต่างหาก ที่ล้าหลังอยู่อีกด้วย ปัญหานั้น เกิดจากการที่เราอยู่ร่วมในโลก ที่มีวิธีพัฒนาที่ผิดพลาดอย่างนั้นส่วนหนึ่ง และเกิดจากการปฏิบัติผิดต่อตนเอง ต่อปัจจัย และองค์ประกอบของสังคมตนเอง อีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมทั้งสิ้น ถ้านับเอาความตื่นตัว ที่เป็นอยู่ในโลกปัจจุบัน อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ว่าเป็นการตื่นตัวครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง แล้วย้อนกลับมาดูประเทศไทย ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ความเจริญยุคใหม่ เราก็เคยมีการตื่นตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ จึงนับว่า เรามีการตื่นตัวครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง

 

การตื่นตัวครั้งแรกนั้น ก็คือ เมื่อหนึ่งทศวรรษมาแล้ว ในยุคของลัทธิอาณานิคม ประเทศตะวันตก ได้เข้ามาแสวงหาเมืองขึ้น ทำให้เราตื่นตัว ต้องรีบเร่งปรับปรุงประเทศ ให้เจริญทันสมัย อย่างที่เรียกว่า ให้เจริญเทียมบ่าเทียมไหล่อารยประเทศ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เราพยายามที่จะปรับปรุงประเทศ ในทุกด้าน เพื่อจะให้พ้นจากการที่เขาจะมาเอาเป็นอาณานิคม การปรับตัวครั้งนั้น ในตอนแรกก็ปรากฏว่า ได้มุ่งให้มีการประสานสืบต่อทางวัฒนธรรมด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เมื่อภัยจากการล่าอาณานิคม ผ่านไปแล้ว เราได้ละทิ้งการประสานกลมกลืนทางวัฒนธรรม ที่จะต่อเนื่องวัฒนธรรมเก่า เข้ากับความเจริญไปแล้ว เราได้ละทิ้งการประสานกลมกลืน ทางวัฒนธรรมที่จะต่อเนื่องวัฒนธรรมเก่า เข้ากับความเจริญใหม่นั้นเสีย แล้วก็หันไปตามวัฒนธรรมตะวันตกเรื่อยมา จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งการเตลิดสู่การตามวัฒนธรรมตะวันตกนั้น ได้ทำให้เกิดภาวะขาดตอนทางวัฒนธรรม ขาดความสืบทอดต่อเนื่อง ภูมิธรรม ภูมิปัญญาไทยเสื่อมหายไปมาก เราสูญเสียความสามารถในการเลือกรับปรับปรุง และดัดแปลง และขาดหลักในการตั้งรับความเจริญใหม่ที่เข้ามา ก็เลยกลายเป็นการเตลิดตามเขาไป อย่างไม่ลืมหูลืมตา

 

ผลเสียยิ่งใหญ่ จากการพัฒนาแบบรีบเร่ง แล้วลืมที่จะเอาใจใส่ต่อ ความสืบเนื่องทางวัฒนธรรม ซึ่งได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ในปัจจุบัน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา อย่างเป็นแก่นสาร ก็คือ การที่องค์ประกอบต่าง ๆ ของสังคมไทย ได้เจริญเติบโตอย่างลักลั่น และเกิดช่องว่างระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น อย่างกว้างขวาง ทำให้องค์ประกอบของสังคม ไม่อาจประสานกลมกลืนและเกื้อกูลกัน ทำให้สังคมที่เป็นองค์รวมขาดดุลยภาพ ไม่สามารถดำรงอยู่ และ ดำเนินไปอย่างพรักพร้อมราบรื่น สภาพการพัฒนาของสังคมไทย ถ้าพูดให้เห็นง่าย ๆ คือ เราได้ออกมาเดินร่วมทางเดียวกับ ประเทศพัฒนาทั้งหลาย แต่เราไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ในการเดินร่วมทางนั้น เราได้พยายามแล้วอย่างเขา แต่เราก็ไม่มีเหตุปัจจัยสั่งสมมา ที่จะเป็นอย่างเดียวเหมือนกับเขา เราจึงประสบปัญหาในการเดินทาง โดยมีความอ่อนเปลี้ยและแกว่งเกมาก

 

บัดนี้ เมื่อโลกตื่นตัว รู้ตระหนักถึงความผิดพลาด และผลร้ายของการพัฒนาที่ผ่านมา และตกลงที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีพัฒนา โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านวัฒนธรรม ถึงกับจะให้วัฒนธรรมเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เราก็พลอยตื่นตัวไปกับเขาด้วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นการตื่นตัวครั้งที่สอง แต่สภาพที่ปรากฏอยู่ก็คือ แม้แต่ในขณะนี้ เราก็พยายามเดินอย่างเขา โดยไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง และก็ยังไม่สามารถเดินให้เหมือนเขา ได้อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันนั้น วัฒนธรรมของเราเอง เราก็ได้ละเลยทอดทิ้งไปมาก ทำให้ขาดความสืบเนื่อง วัฒนธรรมไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา ให้สมดุลกับการพัฒนาด้านวัตถุ และวัฒนธรรมหลายส่วนของเดิม ก็ได้เลือนรางหายไป ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ยิ่งกว่านั้น ความตระหนักรู้ ถึงภัยโทษของการัพฒนานั้น เราก็ไม่ได้รู้ เข้าใจ และมองเห็นชัดเจนอย่างจริงจัง เพราะที่ว่าตื่นตัวนั้น เราก็เพียงตื่นตามเขาไปเท่านั้น คือ ได้เห็นประเทศพัฒนาแล้ว เขาตื่นตัว เราก็พลอยจะตื่นตัวว่าไปตามเขา ไม่ได้แจ้งประจักษ์ ตระหนักซึ้งกับใจของตนอย่างแท้จริง ทั้งที่ปัญหาการพัฒนาแต่ด้านวัตถุ เน้นหนักด้านเศรษฐกิจ โดยที่วัฒนธรรมไม่ได้รับการพัฒนา ให้สมดุลกันนั้น เป็นปัญหาของเรา หนักยิ่งกว่าของเขา แต่เราก็ตามหลังเขาอีกตามเคย แม้ในเรื่องนี้ และน่ากลัวว่า จะเป็นการตาม โดยไม่ได้คิดจะทำการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเสียด้วย

 

สรุปว่า เมื่อมองในแง่ของประเทศไทย การที่เราได้มีความเป็นมาเช่นนี้ ทำให้เราจำเป็นจะต้องใส่ใจ คำนึงถึงวัฒนธรรมในฐานะที่เป็น ปัจจัยของการพัฒนา ให้มากเป็นพิเศษ พูดในแง่หนึ่ง ถ้าว่าฝรั่งเสียหลัก แต่เรานั้นแทบล้ม ถ้าว่าเขาเซ เราก็ถึงกับทรุด จะเอาของเขา เราก็ยังเอาไม่ได้ แต่ของเราเอง เราก็ทิ้งไปเสียเกือบหมดแล้ว เพราะฉะนั้น สถานการณ์ของเรานี้ ก็เป็นที่น่าวิตกมากอยู่ อย่างไรก็ตาม ที่ว่านี้เป็นการมองในแง่ร้าย เพื่อให้มีความไม่ประมาท แต่ถ้ามองในแง่ดี สถานการณ์ก็คงยังไม่เลวร้ายจนเกินไป การพัฒนาแบบที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่จะเสียทั้งหมด และมรดกวัฒนธรรมของเราเอง ก็มิใช่จะสูญไปทั้งหมด ส่วนดีที่มีอยู่ในวัฒนธรรมของเราที่เหลืออยู่นี้แหละ ถ้าหากว่า เราค้นให้ดีและรู้จักใช้ ก็อาจจะนำมาเป็นฐานที่จะทำให้เรา สามารถพัฒนาตัวให้ดีขึ้นต่อไปได้ โดยสามารถปรับตัวเข้ากับ ความเจริญสมัยใหม่ ทั้งด้วยการพัฒนาตัวเอง คือ ปรับวัฒนธรรมของเรา ให้มีชีวิตชีวา มีคุณค่าสมสมัย และด้วยการปรับการพัฒนา ให้เข้ากับวัฒนธรรมของเราได้อย่างสมดุล ก็จะทำให้การพัฒนานั้นเป็นไปด้วยดี ผ่านพ้นยุคพัฒนาที่เต็มไปด้วยปัญหานี้ไปได้

หมวดหมู่: ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์
คำสำคัญ: dhamma
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ส. 28 พ.ย. 2552 @ 17:07 แก้ไข: ส. 28 พ.ย. 2552 @ 17:07

ความเห็น

1.
30
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) [IP: 118.172.150.203]
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 18:06
#1702705 [ ลบ ]

เคยอ่านงานหลวงพ่อวัดป่าดาราภิรมย์ เชียงใหม่

ถ้าจำไม่ผิดท่านเขียนเป็นบทกลอนมีวรรคหนึ่งว่า

ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม

2.
P
บีเวอร์
เมื่อ ศ. 04 ธ.ค. 2552 @ 22:59
#1715309 [ ลบ ]

จริงๆ การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พวกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ก็ประเด็นหนึ่งครับ การขายวัฒนธรรมก็อีกเรื่องหนึ่ง หากมีการจัดการดีดี เราก็จะมีตัวเลือกให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าของวัฒนธรรมที่ไม่ต้องเสียอะไร

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.113
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ