สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
สันติ สังคมไทยสร้างได้ด้วยเราประชาชน(สมานฉันท์เพื่อสันติสุข)
สมานฉันท์
P สมานฉันท์
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 185
จงปฏิบัติดีต่อบิดามารดาของท่าน
ในสังคมยุคนี้ ยุคที่ครอบครัวเดี่ยวมีมากขึ้น ยุคที่นิยมการอยู่กินแบบครอบครัวเล็กๆ (เห็นแก่ตัวมากขึ้น) ยุคที่ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้อาสุโส คแก่ คนเฒ่า คนชราถูกดส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ ถูกทิ้งให้อยู่ตามมีตามเกิด(ทีวีช่อง7ออกข่าวให้ดูบ่อย)อยู่อย่างอนาถา น่าสงสารในสังคมที่เรียกตัวเองว่าสังคมที่มีแต่ความเมตตา กรุณาปราณี?

         จงปฏิบัติดีต่อบิดา มารดา เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นเสมือนกับการได้รับความโปรดปราณจากทั้งโลกนี้และโลกหน้า อิสลามถือว่าถัดจากพระผู้เป็นเจ้า เอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)และท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล)แล้ว มนูษย์มีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบิดามารดาของตน ความยิ่งใหญ่และคุณค่าของภาระหน้าที่ที่จะต้องมีต่อบิดา มารดานั้นเราจะพบว่า พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ได้กล่าวถึงสิทธิของบิดา มารดา และสิทธิของอัลลอฮ(ซ.บ)ไว้พร้อมๆกันในหลายๆตำแหน่ง ยิ่งไปกว่านั้นคัมภีร์อัลกุรอานยังได้กำหนดหน้าที่การปฏิบัติต่อบิดามารดาไว้ควบคู่กับการขอบคุณต่อพระองค์ "พระผู้อภิบาลของสูเจ้าได้กำหนดว่าเจ้าจะต้องไม่เคารพภักดีสิ่งอื่นใด นอกจากพระองค์และจงปฏิบัติดี ต่อบิดามารดา (อัลกุรอาน พระพจนาถที่ 17 พระบัญญัติที่ 23) และเมื่อท่านอับดุลลอฮ อิบนุ มัสอูด ได้ถามท่านศาสดามูฮัมมัด(ซล) ว่า การทำความดีอะไรจได้รับความโปรดปราณจากพระองค์อัลลอฮ(ซบ)มากที่สุด ท่านศาสดา ตอบว่า"การนมาซ(ละหมาด)ตามเวลาที่กำหนดไว้  ท่านจึงถามต่อไปอีกว่า "นอกจากนี้แล้วมีความดีอะไรที่ฉันจะได้รับความโปรดปราณจากพระองค์มากที่สุด " ท่านศาสดา ตอบว่า " การปฏิบัติดี ต่อบิดา มารดา "  ขณะที่ท่านอบู อุมามะฮ เล่าว่า ชายคนหนึ่งได้ถามท่านศาสดาฯว่า "บิดามารดามีสิทธิอะไรเหนือลูกๆของเขา ท่านนบี ได้ตอบว่า "ท่านจะเข้านรกหรือสวนสวรรค์ก็ขึ้นอยู่กับการทำดี หรือทำชั่วต่อบิดามารดาของท่าน" และอีกครั้งหนึ่ง ท่านศาสดา มูฮัมมัด(ซล)ได้กล่าวว่า "สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา" ดังนั้น จงรำลึกถึงพระคุณของบิดา มารดาเสมอ ในฐานะที่ท่านทั้งสองเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรามา จนกระทั่งเติบใหญ่ ตลอดจนช่วงเวลาที่ท่านต้องให้ความรัก ความเสียสละ และเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮ (ซบ)พระผู้เป็นเจ้าดำรัสว่า "จงขอบคุณฉันและจงรำลึกถึงพระคุณของบิดามารดาของเจ้า" จงทำให้บิดามารดาของท่านมีความสุขอยู่เสมอ อย่าพูดอะไรที่ทำให้ท่านต้องไม่สบายใจ โดยเฉพาะเมื่อตอนที่ท่านทั้งสองอยู่ในวัยชราอันเป็นวัยที่อ่อนแอและทำให้ท่านเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้จนเราอาจรำคาญ ขอให้เราอดทนและนึกถึงเมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็ก เราก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างจากท่าน ดังนั้นเมื่อบิดามารดาเรียกร้องอะไรก็จงอย่าใช้คำพูดที่ทำให้ท่านมีความรู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจ พระผู้เป็นเจ้า พระองคอัลลอฮ(ซบ)ตรัสไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า ถ้าหากว่าคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองลุถึงวัยชรา ก็จงอย่ากล่าวตะคอกท่านทั้งสอง หรือขับไล่คนทั้งสอง(พระพจนาถที่ 17 พระบัญญัติที่ 23) ท่านศาสดามูฮัมมัด(ซล)มีวจนะว่า"ความยินดีของอัลลอฮ(ซบ)พระผู้เป็นเจ้านั้นอยู่ที่ความยินดีของพ่อแม่ เช่นเดียวกับความไม่พอใจของอัลลอฮ(ซบ)นั้นก็อยู่กับความไม่พอใจของพ่อแม่เช่นกัน จงรับใช้บิดามารดาของท่านด้วยหัวใจและวิญญาณ ถ้าหากพระผู้เป็นเจ้า(พระองค์อัลลอฮ(ซบ) ให้โอกาสท่านรับใช้บิดามารดา (หมายถึงท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่) ท่านก็ควรจะยินดีที่พระองค์ทรงโปรดประทานโอกาสให้แก่ท่าน ในการที่จะเข้าสรวงสวรรค์และรับความโปรดปราณจากพระองค์ การได้รับใช้บิดามารดาจะทำให้ท่านได้รับความจำเริญทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และท่านศาสดามูฮัมมัด (ซล)ขอความสันติความโปรดปราณความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้า พระองค์อัลลอฮ(ซบ)จงมีแด่ท่าร ครอบครัวของท่าน เชื้อสายวงค์วารของท่านตลอดจนบรรดาซอฮาบะห์(สาวกของท่าน)และผู้ที่เจริยรอยตามแบบอย่างทางนำของท่าน ท่านมีวจนะว่า"ใครที่ต้องการให้ชีวิตของตนมีอสยุยืนยาวแด้รับปัจจัยยังชีพของตนจากพระผู้เป็นเจ้าเพิ่มพูน เขาผู้นั้นจะต้องทำดีต่อบิดามารดาและแสดงความกรุณาแก่ท่านทั้งสอง"  เมื่อมีชายผู้หนึ่งได้มาหาท่านศาสดาฯโดยตั้งใจจะออกไปต่อสู้ปกป้องอัล อิสลามจากผู้ที่จะมาทำลายล้าง ท่านศาสดาฯจึงได้ถามช่ายผู้นั้นว่า " บิดามารดาของท่านยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า" ชายผู้นั้นตอบว่า "ท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่" ท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ,ล) จึงกล่าวว่า "จงกลับไปดูแลท่านทั้งสอง นี่เป็นการญิฮาด(การต่อสู้)อย่างหนึ่ง" จงให่ความเคารพและเทิดทูนบิดามารดาของท่านและจงอย่าแสดงกิริยาวาจาใดๆที่แสดงออกถึงการไม่ให้ความเคารพและไม่ให้เกียรติท่านทั้งสอง พระองค์ตรัสว่า" และจงพูดกัยท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่ให้เกียรติ" (อัลกุรอาน พระพจนาถที่ 17 พระบัญญัติที่ 23) แลพ"จงโอบปีกแห่งความเมตตาแก่ท่านทั้งสอง"(อัลกุรอาน พระพจนาถที่ 17 พระบัญญัติที่ 23)  พี่น้องชาวแลทุกท่านครับ ผมไม่สามารถสาธยายไดหมด หากท่านยังไม่ได้ปฏิบัติต่อบิดามารดาของท่านด้วยดี หรือทำหน้าที่ความเป็นลูกได้ไม่ดีในขณะที่บิดา มารดาของท่านยังมีชีวิตอยู่ จงอย่าสิ้นหวังในความเมตตาของพระองค์อัลลลอฮ(ซบ) หมั่นละหมาดเป็นประจำและปฏิบัติดีต่อท่านนับแต่วินาทีนี้ หากท่านเป็นมุสลิมก็วิงวอนต่อพระองค์ให้ทรงประทานความจำเริญแก่บิดามารดาของท่านและที่ล่วงลับไปแล้ว บางทีพระองค์จะทรงอภัยในความผิดบาปที่ท่านได้เพิกเฉยต่อบิดามารดาของท่าน

สร้าง: อา. 02 มี.ค. 2551 @ 16:30   แก้ไข: อา. 02 มี.ค. 2551 @ 16:30   ขนาด: 11853 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
การตายของลูกจ้างบริษัทสหวิริยา ฝ่ายสนับสนุนโครงการโรงถลุงเหล็ก กับกลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์แม่รำพึง บริเวณพื้นที่ ก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็กของเครือสหวิริยา สืบเนื่องมาจากผู้รับเหมาถมดินยังคงยืนยันจะขุดร่องน้ำเพื่อระบายน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แต่ชาวบ้านคัดต้านมาตลอด โดยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ขัดขวางเนื่องจากต้องการให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบทางสังคม(เอสไอเอ)ให้แล้วเสร็จก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้วและที่สุดก็มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต สังคมไทยยังห่างไกลการสร้างสันติ สมานฉันท์เช่นเคย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ ผูว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต กรรมการหมู่บ้าน คณะเหล่านี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งๆที่เป็นผู้ปกครองระดับท้องถิ่น หากเราย้อนกลับมาดูรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเราก็จะพบว่า มาตรา 78 "จะพบว่า รธน บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจ ในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น" นี่จะเห็นได้ว่าขนาด รธน บัญญัติไว้ดีเช่นนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกระดับยังจัดการปัญหาไม่ได้ ประชาชนต้องลุกมาจัดการ และบริษัทก็ใช้วิธีการแบบเดิมๆคือจ้างอัธพาล นักเลง มาจัดการชาวบ้าน ขนาด EIAและ SIA ยังไม่ผ่านทำไม่บริษัทกล้าดำเนินการและรัฐท้องถิ่นทำไมไม่กล้าจัดการหรือเงิน สามารถซื้อได้หมด อดเป็นห่วงชาวบ้านไม่ได้ ทั้งนี้เพราะรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมานสิ่งแวดล้อม และนายทุนมีอำนาจเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจท้องที่ อย่าให้ปัญหานี้ลุกลามรุนแรงเหมือนภาคใต้ ขอเถอะ