สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
สันติ สังคมไทยสร้างได้ด้วยเราประชาชน(สมานฉันท์เพื่อสันติสุข)
สมานฉันท์
P สมานฉันท์
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 76
แก่นแท้ของ" แสงดาวแห่งศรัทธา "
ทุกเวทีการเมืองไทย ทุกการเคลื่อนไหว มักมีการนำกวีนิพนธ์ ของนักฏิวัติประชาชน ในนามจิตร ภูมิศักดิ์ออกมาขับร้อง กันเสมอๆ บทเพลงที่มาจากกวีนิพนธ์นี้จิตร ภูมิศักดิ์แต่งขึ้นมาในเขตงานปฏิวัติเขตงานหนึ่ง มีเนื้อหาและความหมายที่ลึกซึ้งกินใจ เป็นความหมายที่จิตร แต่งให้สหายในทุกเขตงานว่า อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง ในการปฏิวัติประชาชาตประชาธิปไตย ผมขอนำกวีนิพนธ์นี้มาถ่ายทอดความหมายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

กวีนิพนธ์นี้ใช้ชื่อว่า " แสงดาวแห่งศรัทธา "  ว่า พร่างพราวแสง ดวงดาวน้อยสกาว ส่องฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล   ดั่งโคมทองผ่องเรืองรุ้งในหฤทัย เหมือนธงชัยส่องนำจากผู้ทุกข์ทน  พายุฟ้าขื่นข่มคุกคาม เดือนลับยามแผ่นดินมืดหม่น ดาวศรัทธายังสองแสงเบื้องบน ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยาก ขวากหนามลำเค็ญ คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย แม้ฝืนฟ้ามืดดับเดือนลับมลาย ดาวยังพรายศรัทธาเย้ยฟ้าดิน ดาวยังพราวอยู่จนฟ้ารุ่งลาง  ในกวีนิพนธ์นี้ดาวน้อยดาวใหญ่เหล่านี้ จิตรให้ความหมายถึง พรรคฯ และดวงใจของนักปฏิวัติทุกเขตงาน ปลุกใจไม่ให้ท้อถอย ต่อภาระกิจปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตย และจิตรยังท้าทายความยากลำบาก โดยเสริมจิตใจของสหายนักรบปฏิวัติไม่ให้ท้อแท้ สิ้นหวัง โดยเปรียบพรรคฯคือดวงดาวใหญ่น้อยอญุ่ในใจผู้คนนั่นเอง กวีนิพนธ์นี้โด่งดังไปทั่วโลก มีการนำท่วงทำนองเพลงนี้แปลเป็นภาษาต่างๆไปยังประเทศสังคมนิยมทั่วโลก

สร้าง: จ. 23 มิ.ย. 2551 @ 13:06   แก้ไข: จ. 23 มิ.ย. 2551 @ 13:06   ขนาด: 2327 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
การตายของลูกจ้างบริษัทสหวิริยา ฝ่ายสนับสนุนโครงการโรงถลุงเหล็ก กับกลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์แม่รำพึง บริเวณพื้นที่ ก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็กของเครือสหวิริยา สืบเนื่องมาจากผู้รับเหมาถมดินยังคงยืนยันจะขุดร่องน้ำเพื่อระบายน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แต่ชาวบ้านคัดต้านมาตลอด โดยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ขัดขวางเนื่องจากต้องการให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบทางสังคม(เอสไอเอ)ให้แล้วเสร็จก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้วและที่สุดก็มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต สังคมไทยยังห่างไกลการสร้างสันติ สมานฉันท์เช่นเคย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ ผูว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต กรรมการหมู่บ้าน คณะเหล่านี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งๆที่เป็นผู้ปกครองระดับท้องถิ่น หากเราย้อนกลับมาดูรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเราก็จะพบว่า มาตรา 78 "จะพบว่า รธน บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจ ในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น" นี่จะเห็นได้ว่าขนาด รธน บัญญัติไว้ดีเช่นนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกระดับยังจัดการปัญหาไม่ได้ ประชาชนต้องลุกมาจัดการ และบริษัทก็ใช้วิธีการแบบเดิมๆคือจ้างอัธพาล นักเลง มาจัดการชาวบ้าน ขนาด EIAและ SIA ยังไม่ผ่านทำไม่บริษัทกล้าดำเนินการและรัฐท้องถิ่นทำไมไม่กล้าจัดการหรือเงิน สามารถซื้อได้หมด อดเป็นห่วงชาวบ้านไม่ได้ ทั้งนี้เพราะรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมานสิ่งแวดล้อม และนายทุนมีอำนาจเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจท้องที่ อย่าให้ปัญหานี้ลุกลามรุนแรงเหมือนภาคใต้ ขอเถอะ