สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
สันติ สังคมไทยสร้างได้ด้วยเราประชาชน(สมานฉันท์เพื่อสันติสุข)
สมานฉันท์
P สมานฉันท์
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 108
เราจะปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่นี้อย่างไร?
ความขัดแย้งและวิกฤติสังคมไทยในขณะนี้มีผู้พยายามหาทางออกที่จะเกิดขึ้นมากมาย ในฐานะนักวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เห็นว่าการปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นอันใกล้นี้ ต้องไม่คิดอยู่ในกรอบเดิม ต้องเริ่มจาการจินตนาการการเมืองใหม่ที่ไม่ย่ำรอยเดิม ที่ลงเอยไปที่การยบสภา ลาออกและเลือกตั้งใหม่ การซื้อสิทธิขายเสียง และการเข้ามาของนักการเมืองผลประโยชน์หน้าเดิมๆซ้ำซากและคนพวกนี้ก็จะนำพาสังคมไปในอีรอบเดิมๆอีก เราจะต้องสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ที่เป็นการเมืองของคนส่วนใหญ่ การเมืองที่องค์กรชุมชน และภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง โฉมหน้า ประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหม่นี้ เพื่อไม่ให้ซ้ารอยแบบเดิม เหมือนดังการเปลี่ยนแปลงทุกๆครั้งที่ผ่านมา

เราจะพบว่าการเมืองไทยในปัจจุบัน เป็นการเมืองประชาธิปไตยตัวแทนผูกขาด น้ำเน่า นัการเมืองแสวงหาประโยชน์กอบโกยโกงกิน เศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์ผูกขาด กำไรสูงสุด หาประโยชน์สูงสุด ไร้คุณธรรม จริยธรรม เป็นสังคมบริโภคนิยมแก่งแย่งแข่งขัน วัฒนธรรมโลกาภิวัฒน์ที่ขาดการเลือกรับปรับใช้ สังคมการเมืองเช่นนี้ ปิดกั้นการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นตามสิทธิชุมชนที่เคยมีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่เน้นกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  ชุมชนพึ่งตนเองไม่ได้ เป็นทาสรับบริการแบบปัจเจก รับการสงเคราะห์จากรัฐอย่างไร้ศักดิ์ศรี เน้นเงินเป็นตัวตั้ง วิเคราะห์ยอมรับให้เกียรติคนมีเงิน นายทุน ที่เลว เป็นสังคมแห่งการกู้ยืมเงินและเป็นทาสบัตรเครดิต มีวิธีคิดแบบธุรกิจ กำไร แปรธรรมชาติเป็นเงิน แปรวัฒนธรรมภูมปัญญาเป็นสินค้า อำนาจรัฐเข้มแข็ง นักการเมืองฉ้อฉล สามานย์ องค์กรชุมชนอ่อนแอ กลุ่มทุนธุรกิจเติบโต แต่ชุมชนเป็นหนี้ เน้นเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี ส่งเสริม FTA ไม่สนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง ทำลายธรรมชาติ  ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำลายธรรมชาติ ทำลายวัฒนธรรม ภูมิปํญญา มีการคอร์รัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อน สังคมแตกแยก ข้าราชการและกลุ่มทุนเข้าไปสร้างความชั่วร้ายให้ชาวบ้าน ในสภาพการเมืองแบบเลือกตัวแทนจึงไม่ใช่ความหวัง เพราะได้เกิดการแข่งขัน เอาชนะกันทุกรูปแบบ แตกแยก ชุมชนอ่อนแอ ชุมชนจัดการตัวเองไม่ได้ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม เป็นแค่ฐานเสียงผู้รับบริการ การบริหารบ้านเมืองไม่โปร่งใส ตรวจสอบยาก  ผู้แทนเป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์พิทักษ์ผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง ตัวแทนอยู่ภายใต้การอุปถัมย์ รับใช้ของพรรคการเมือง เราจะทำให้การเมืองในข้างหน้าเป็นการเมืองที่สมดุลเป็นธรรมและยั่งยืนได้อย่างไร เราขอนำเสนอดังนี้ 1. ภาคประชาชน สิ่งที่สำคัญคือเราต้องเพิ่มเติมความเป็นผู้รู้ให้ประชาชน ในการใช้ชีวิตที่หลากหลายมิติหรือเต็มบริบูรณ์มากขึ้น โดยขยายศักยภาพเป็นทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ทุนทางปัญญา ความรู้และสุขภาวะ การแบ่งปปันการเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้/รับรู้ให้มากขึ้น ในส่วนขององค์กรชุมชน ทำอย่างไรจะให้ชุมชนเข้าใจหลักคิด วิธีคิด ประชาธิปไตย การปฏิรูปสังคมและการเมือง ให้องค์กรชุมชน องค์กรชาวบ้าน องค์กรภาคประชาชนมีส่วนร่วมและมีตัวแทนในการจัดการตนเองในทุกระดับ ชุมชนร่วมสร้างนโยบาย ทิศทางการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน (ชุมชนร่วมวางแผนพัฒนาจังหวัด แผนแม่บท ชุมชน อบต เทศบาล อบจ องค์กรภาคประชาชนสามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (เกษตรยั่งยืน) ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้ ชุมชนร่วมสร้างตลาดและสหกรณ์ที่เป็นธรรม สามารถจัดการศึกษาเพื่อท้องถิ่นได้(มีต่อ)

สร้าง: อ. 24 มิ.ย. 2551 @ 16:46   แก้ไข: พ. 25 มิ.ย. 2551 @ 11:43   ขนาด: 6555 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
การตายของลูกจ้างบริษัทสหวิริยา ฝ่ายสนับสนุนโครงการโรงถลุงเหล็ก กับกลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์แม่รำพึง บริเวณพื้นที่ ก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็กของเครือสหวิริยา สืบเนื่องมาจากผู้รับเหมาถมดินยังคงยืนยันจะขุดร่องน้ำเพื่อระบายน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แต่ชาวบ้านคัดต้านมาตลอด โดยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ขัดขวางเนื่องจากต้องการให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบทางสังคม(เอสไอเอ)ให้แล้วเสร็จก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้วและที่สุดก็มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต สังคมไทยยังห่างไกลการสร้างสันติ สมานฉันท์เช่นเคย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ ผูว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต กรรมการหมู่บ้าน คณะเหล่านี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งๆที่เป็นผู้ปกครองระดับท้องถิ่น หากเราย้อนกลับมาดูรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเราก็จะพบว่า มาตรา 78 "จะพบว่า รธน บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจ ในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น" นี่จะเห็นได้ว่าขนาด รธน บัญญัติไว้ดีเช่นนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกระดับยังจัดการปัญหาไม่ได้ ประชาชนต้องลุกมาจัดการ และบริษัทก็ใช้วิธีการแบบเดิมๆคือจ้างอัธพาล นักเลง มาจัดการชาวบ้าน ขนาด EIAและ SIA ยังไม่ผ่านทำไม่บริษัทกล้าดำเนินการและรัฐท้องถิ่นทำไมไม่กล้าจัดการหรือเงิน สามารถซื้อได้หมด อดเป็นห่วงชาวบ้านไม่ได้ ทั้งนี้เพราะรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมานสิ่งแวดล้อม และนายทุนมีอำนาจเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจท้องที่ อย่าให้ปัญหานี้ลุกลามรุนแรงเหมือนภาคใต้ ขอเถอะ