จากที่ได้รับเกียรติจากพี่อักษร...ในการ tag ทีแรกอ่านของท่านอื่นๆ ก็คิดในใจว่า..อย่ามีใครมาเลือกให้ฉันเขียนเลยนะ ..โปรดสังเกตว่า..หายไปนั่งคิด..นอนคิด..จะเขียนอะไรดีนะ..เอาเป็นว่า ไม่ใช่the secret เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวบางเรื่องที่รู้เฉพาะผู้ใกล้ชิด บางเรื่องสามารถเป็นบทเรียนได้ดีกับตัวเอง แต่ก็อยากบอกไว้ในบันทึกเล็กๆนี้ละกัน..
เรื่องแรก ตาดีจาก LASIK จริงๆที่เห็นนั่งยิ้ม ไม่ใส่แว่นตา เคยสายตาสั้นเป็นพันกว่า ประมาณว่ายืนอยู่แค่ฟุต เห็นหน้าเบลอ เหมือนคนตาพล่ามัว ใส่แว่นตาหน้าเตอะมาตั้งแต่เด็กๆ ป.4 พอมีคอนแทคเลนส์ ก็ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ใช้คอนแทคฯ มาหลายปีจนคล่องชำนาญขนาดไม่ต้องดูกระจก เวลาใส่... หลุดที่ไหน เคืองตาที่ไหน ถอดออกมา ใส่ใหม่ได้ทุกที่..มีข้อดี คือทำให้ตา 2 ชั้นสวยงาม..คิดเอาเอง..ก็มีข้อเสียเยอะ คือใส่เลนส์แล้ว.... ตาก็จะแห้ง... แพ้แสงง่าย... เจอแสงจ้าต้องทำตาหยี... แพ้ฝุ่นควันมากๆ...โดยเฉพาะกรุงเทพฯ... ออกไปบนถนนทีไร...น้ำ้ำตาไหลทุกที...แพ้ควันบุหรี่...เจอทีไรก็น้ำตาไหลพรากทุกครั้ง
จนเมื่อ 7-8 ปีก่อน ที่เพิ่งจะเริ่มมี Lasik ไม่นาน ก็เลยตัดสินใจไปทำ ต้องผ่าตัด 2 ครั้ง เพราะหมอไม่กะไม่ถูก..5555..คือสั้นเยอะมากๆ.. เลยได้กำไร(?) ต้องทำ 2 หน..จริงๆไม่อยากได้..จากสั้นเป็นพัน กลายเป็น 0...โอ้โห..เป็นการซื้อของขวัญและให้รางวัลกับตัวเองที่มีค่ามากสุด..จนถึงวันนี้ แต่ก็มี side effect จากการทำและเพราะสั้นมาก คือเห็นไฟถนนเป็นแฉกเวลาขับรถกลางคืน.. คือภาพไม่คม และมองในที่มืดแสงน้อยจะมองไม่คมเช่นกัน เช่น เข้าโรงหนังจะต้องเกาะแขน...:) ไม่มั่นใจเวลาเดินในที่มืดๆ ...และในระยะยาว ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเป็นผลตามมาอีก..แต่ก็ทำให้ทุกวันนี้ใช้ชีวิตสะดวกง่ายขึ้นเยอะเลย... โดยเฉพาะเพื่อกิจกรรมที่รักยิ่งในข้อ 2...
เรื่อง 2 ชอบดำน้ำเป็นชีวิต แต่ว่ายน้ำไม่เป็น เป็นคนรักทะเล ธรรมชาติ ชอบ snorkeling เพื่อดูปลาและประการังมากเป็นชีวิตจิตใจ ใช้ snorkelได้นานๆเป็นชั่วโมงในน้ำ ปกติเวลามีชูชีพ(life jacket), snorkel และ fin (ฟิน) ก็ไปแล้วไกลๆ ในที่น้ำลึกๆได้สบายๆ ไม่กลัว แต่มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเกิดขึ้น คือไปเกาะนางยวน กับน้องสาว เพื่อนๆ รุ่นพี่และพ่อหนุ่มอลัน โดยพ่อหนุ่มจะดำน้ำ..ว่ายน้ำเก่งมาก เคยเห็นเค๊าดำน้ำลงไปเล่นกับเต่าทะเลที่ฮาวายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ
ปรากฏว่าไปถึงวันแรก ไม่มีชูชีพเหลือให้เช่า แต่เราอยากดูปลากันมาก.. ก็ไป snorkeling กันสองคนโดยไม่มีชูชีพอย่างเพลิดเพลิน...ความที่เราไว้ใจและมั่นใจมาก ก็ไปกันไกลๆน้ำลึก..เพื่อ ดูปลาสีสันต่างๆและ ประการังอย่างมีความสุข... ความที่อยากให้เพื่อนๆเห็นเหมือนที่เราเห็น....กลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง.. และถามเพื่อนว่าใช้ snorkel อึดหรือเปล่า?...พร้อมๆกับชวนไปดูด้วยกัน....โดยไม่มีชูชีพ ...เพื่อน 2 คนว่ายน้ำไม่เป็น..ส่วนอีกคนว่ายน้ำไม่แข็ง.. ทั้งหมดออกไปด้วยกัน.. จับมือกันไป 5 คน..เป็นแนวเชียว..
ดำน้ำไปได้สักระยะหนึ่ง เพื่อนก็กระตุกมือเราเหมือนจะบอกว่าเพื่อนอีกคนมีปัญหา.. เราก็หยุดหันมาดู.. วินาทีนั้น เป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก.. เพราะเพื่อน ๆ 2 คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น..พอทรงตัวบนผิวน้ำไม่ได้ก็จะจมน้ำด้วยความกลัว... เราก็ลืมตัว.. รีบไปช่วยดันก้นเพื่อนที่กำลังสำลักน้ำให้ขึ้นจากน้ำ.. ทำให้เราถูกกดหัวลงใต้น้ำ.. พอไม่มี snorkel..มาช่วย ก็กลายเป็นจะจมน้ำอีกคน.. พ่อหนุ่มเห็นก็รีบไปช่วยคนแรก..ก็โดนกดหัวลงใต้น้ำไปอีกคน.. ระหว่างชุลมุนวุ่นวาย เพราะคนจมน้ำ 4 คนรวดเดียว..พ่อหนุ่มถอยไปตั้งหลัก..และจะไปช่วยอีกคนที่จม..ไม่รู้จะช่วยใครก่อนดี...
เพื่อนผู้หญิง ก็ร้องตะโกนเรียกให้คนช่วย ทีแรกเป็นไทย "ช่วยด้วย ช่วยด้วย" ตอนหลังเป็นอังกฤษ " Help me!!! Help me!!.."...ในตอนนั้นมีคนเดินเล่นที่ชายหาดหลายคนรวมทั้งน้องสาว..มาบอกทีหลังว่านึกว่าแกล้งเล่นกัน..ส่วนตัวเราเองในหัวคิดสับสัน..จะจมน้ำตายไม๊เนี่ย.."ตายละวา... ท่าลูกหมาตกน้ำก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่..ตอนนั้นก็คิดว่าจะแย่ไม๊เนี่ย...จมน้ำ สำลักน้ำ.. snorkel ก็หลุดหล่นลงใต้น้ำ...ก็มองลงข้างล่าง เห็นพื้นทรายขาว น้ำใสแจ๋วแหว๋ว...ขาเอื้อมไม่ถึงพื้น..สักเมตรหนึ่งได้.. ในใจก็คิดว่า..น้ำก็ไม่ลึกมากนี่นา..ตอนนั้นสติก็มา..ปัญญาก็เกิด..คิดว่าจะไม่ยอมตายน้ำตื้นแน่นอน..ก็ฮึดสู้..ช่วยเหลือตัวเอง..ไม่รอให้คนมาช่วยแล้ว.. ก็หันไปมองอีกทางเห็นทุ่นลอยน้ำที่กั้นอยู่ เราพากันมาไกลจากทุ่นที่กั้นไว้ไม่เยอะมาก.. ก็ตะเกียกตะกาย.. ว่ายท่าไหนก็ไม่รู้ ดำผุดดำว่ายไปเกาะทุ่นกลมๆที่มีเชือกร้อยยาวไว้กั้นแนว..ไชโย เรารอดแล้ว กอดทุ่นแน่น..ช่วงนั้นหนุ่ม 2 คนบนหาดก็มาช่วยเพื่อน ๆที่จมน้ำ โดยพ่อหนุ่มก็ส่งต่อให้หนุ่มที่มาช่วยพาว่ายต่อไปที่ชายหาด เราก็เลยตะโกนบอกพ่อหนุ่มให้ว่ายไปช่วยอีกคนที่ว่ายไม่แข็งให้กลับเข้าหาด แล้วพ่อหนุ่มก็มาช่วยพาเราเข้าหาดเป็นคนสุดท้าย...
ซึ่งเพื่อนคนแรกสลบไสล หนุ่มที่มาช่วยเป็นครูสอนดำน้ำ บอกว่าอ่อนเพลียเพราะดื่มน้ำทะเลเข้าไปเยอะมาก..จนจุกและอาเจียนออกมาเป็นสีแดงๆ...น้องสาวที่อยู่ตรงชายหาด..ก็บอกว่าเป็นเลือด...ครูหนุ่มบอกว่า...ไม่ใช่เลือด...เป็นแตงโมต่างหาก...เพิ่งกินไปตอนกลางวันก่อนมาดำน้ำนี่เอง...จะขำก็ขำไม่ออก.....ส่วนเพื่อนหญิงอีกคน ฝรั่งช่วยต่อไปจากหนุ่มอลัน..ก็สลบเช่นกัน..ก็ต้องเอาเรือมาพาเพื่อนที่สลบไปที่เกาะใหญ่คือ เกาะเต่า...เพื่อนคนแรกต้องให้น้ำเกลือกลูโคสทางเส้นเลือดเพื่อเพิ่มพลัง...โชคดีที่ทุกคนปรับตัวได้...ทำให้ทริปนั้นเราได้ออกไปดำน้ำกันต่อแบบมีชูชีพ..... และเป็นบทเรียนที่จำฝังใจจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต
จากบทเรียนครั้งนี้ ทำให้รู้สึกผิดต่อเพื่อนๆมาก ที่หวังดีกับเพื่อนแบบผิดๆ..โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยก่อนอื่นใด ห่วงแต่ดูปลาสวยงาม...ประมาทกับชีวิตตนเองและผู้อื่น...รู้สึกเสียใจและจำได้แม่นยำ เพื่อจะไม่ให้ใครต้องมีอันตรายเช่นนี้อีก..ขอพักหน่อยนะคะแล้วมาต่อภาค 2 ค่ะ...
โอ้โหพี่อุ๊ เรื่องแรกนี่รู้แล้ว แต่เรื่องที่สองนี่เป็นประสบการณ์จริงๆ เลยนะ
ไว้จะตามภาคสองต่อนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่อุ๊
ดีใจที่ได้กลับบ้านเราและพักให้หายเหนื่อยละ เรื่องจะจมน้ำนี่เป็นประสบการณ์ที่จำแม่นเลยค่ะ โชคดีที่ทุกคนไม่เป็นอะไร แต่เค๊าก็บอกเหมือนกันว่าตอนนั้นคิดว่าคงตายแน่ๆ เริ่มคิดถึงแม่กันแล้ว แต่ก็แปลกที่เราได้สติและช่วยเหลือตัวเองมาได้ เราก็คิดว่าจะเอาลูกที่ไหนไปชดใช้ให้พ่อแม่พี่ๆเค๊านะ ..เป็นความโชคดีที่ไม่ได้มีกันบ่อยๆ แต่ก็ไว้เป็นเครื่องเตือนใจเสมอเวลาจะทำอะไรก็ตามค่ะ
ชื่อน่ารัก ชอบจังค่ะ
ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เรื่องเล่าไปสะกิดเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตัวเองก็จะไม่ประมาทค่ะ ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่านนะคะ เรื่องน้ำนี่ก็เกิดกับผู้ใหญ่ได้ง่ายค่ะ แม้กระทั่งในสระว่ายน้ำ จึงต้องระวัง ไม่ประมาทและมีสติตลอดค่ะ :)
ทักทายก่อนอาหารกลางวันค่ะพี่อุ๊
* มาอ่านด้วยความระลึก และลุ้นด้วยใจระทึก :)
* อารมณ์เดียวกับพี่ครูปูเลยค่ะ .. มาหมดอารมณ์
* ตอน ที่แท้ก็น้องโม .. เฮ้อ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร
* พี่อุ๊ค่ะ จุ๊ๆ ว่าแต่หนุ่มที่มาช่วยนี่ หล่อไหมคะ :)
* ส่วนเรื่องตา มีเพื่อนเค้าใส่แว่นลงดำน้ำลึกค่ะ ฮามากเลย
* อยากจ้องตากับพี่อุ๊จัง เพราะสงสัยว่าคนที่ทำเลสิกนี่
* เช่นเดิมเคยเป็นคนตาหวาน แล้วจะเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไรคะ ? :)
เคยมีคนบอกว่าพี่มีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องตื่นเต้น ได้น่าติดตาม...แต่เป็นจริงอย่างที่เล่าทุกประการ น้องสาวไม่ได้ลงไปเล่นน้ำด้วย พูดออกมาว่าเลือด เพราะเห็นสีแดงๆ แต่ดูดีๆ ก็เป็นแตงโมกับน้ำ เพราะสงสัยกินไปเยอะตอนกลางวันค่ะ
ส่วนเรื่องมองไม่ถนัดในที่มืด ต้องขอบคุณน้องครูปูน่ารักมากค่ะที่เป็นห่วงเป็นใย ก็ไม่ได้เป็นมากขนาดเดินไม่ได้หรอกนะคะ เพียงแต่จะรู้ว่าความสามารถในการมองในที่มืดสู้คนตาดีๆไม่ได้ เพราะจะเงอะงะมากๆ ตอนกลางค่ำกลางคืน แต่กลางวันชัดแจ๋วเลยค่ะ ต้องใส่แว่นสายตาประมาณ 100 ช่วยค่ะเวลาดูหนัง เพื่ออรรถรสตอนดู..ถ้าไปดูหนังด้วยกันยินดีมากเลยค่ะที่จะได้มีโอกาสเกาะแขนน้องครูปู... :)
แน่ะ คุณครูตามมาตรวจการบ้านด้วย อยากเห็นหลานสาวตัวน้อยสามเดือนจังค่ะ ท่าทางจะน่ารัก...ทีแรกนึกว่าพี่อักษรไปเมืองไทยแล้วซะอีก
ตัวเองเขียนเองก็เหนื่อยเหมือนกันค่ะ ภาพความทรงจำก็ชัดขึ้นๆ..
พี่อักษรน่าจะลองไป snorkeling นะคะ ไม่ยากหรอกค่ะ เลือกที่น้ำไม่ลึกก่อน ฝึกการใช้ให้คล่องๆก่อน เพราะต้องหายใจทางปากเท่านั้น จะลำบากนิดหนึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเลยค่ะ ต้องฝึกก่อน และต้องไม่ให้น้ำเข้า ไม่ให้มีไอน้ำที่เลนส์ แต่ถ้าได้ลงไปดูก็เป็นอีกโลกหนึ่งที่สงบมากๆค่ะ เคยได้ยินคนที่เป็นแบบพี่อักษรว่ากลัวความลึกของทะเล เคยไปกับเพื่อนคนหนึ่ง เธอไม่เคยใช้ snorkel และเธอเป็นคนตลกสนุก จะแอ่นขาชี้ขึ้นฟ้าเลยค่ะ เวลาไปดำดูปลาด้วยกันเห็นแล้วอดขำๆไม่ได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขำที่ถามว่าหนุ่มที่มาช่วยหล่อไม๊ จำไม่ค่อยได้ ลางๆว่าคนที่ครูสอนดำน้ำ จะคล้ำตัวเล็กๆ หน้าไทยๆ ส่วนอีกคนเป็นฝรั่งพ่อมาเดินเล่นกับลูกชายหน้าก็คงใช้ได้น่ะค่ะ มัวแต่ห่วงเพื่อนลืมหน้าไปเลยค่ะ..555
ส่วนเพื่อนที่ใส่แว่นตาลงน้ำลึกเก่งนะคะ ปกติจะมองลำบาก เพราะการหักเหของแสง เค๊ามาแว่นดำน้ำที่เป็นแว่นสายตาด้วยนะคะ วันก่อนได้ดู Nothing Hill พระเอกจะไปดูหนังกับนางเอกหาแว่นตาไม่เจอ ใช้snorkelที่มีเลนส์สายตาสั้นใส่แทน ขำๆ น่ารักดี...
ส่วนตาจะหวานมั๊ยบอกไม่ได้ค่ะ ต้องมาดูเอง แต่ตาก็เป็นแผลไปแล้วค่ะเพราะคอเนียร์ถูกกรีดให้เปิด หวาดเสียวเหมือนกันถ้าคิด...
ขอบคุณค่ะที่แวะมาลุ้นๆ..ระทึกๆ
มาอีกครั้งค่ะ
คนอ่านต้องขอบคุณมากกว่ารับการขอโทษค่ะ
ความจริงเป็นเรื่องดีนะคะที่ช่วยสะกิดให้ไม่ลืมเรื่องเดิมๆ เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียนว่าเราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ อีก กับทุกคน (โดยเฉพาะเด็กๆ) ที่อยู่ในรัศมีการมองเห็นของเรานะคะ
รู้หมดทั้งสองเรื่อง แต่อ่านอีกทีก็ดี ละเอียดกว่าฟังอีก แต่เรื่องดำน้ำน่ะเราตื่นเต้นตั้งกะฟังพี่เล่าแล้ว ดีที่มีสติทั้งพี่และพี่อลันรวมถึงคนที่มาช่วย ไม่งั้นตายหมู่ รออ่านเรื่องอื่นต่อนะ อยากรูว่าเราสนิทกันถึงขั้นรู้ความลับกันทุกเรื่องหรือเปล่า แต่มีคนบอกเราว่ามันไม่ใช่ความลับหรอก ก็แค่เรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยมีโอกาสรู้เกี่ยวกับเรา เขียนแล้วก็ทำให้คนที่อ่านรู้จักตัวตนของเราในแง่มุมอื่นมากขึ้น
แหม..ใจคอจะให้พี่ไหว้น้ำ(ไม่ใช่ว่ายน้ำ) อันนั้นไม่ต้องสอนหรอกค่ะ ..อะไรกันแค่พี่จะเขียนก็ขนลุก..แปลได้หลายความหมายนะ แต่เชื่อว่าคงจะขนลุกในทางที่ดี...5555 เลยทำให้รู้ว่าน้องเกษตรฯ ไม่ค่อยชอบน้ำ เอ๊ะ แล้วภาพที่เห็นอยู่ในน้ำหรือเปล่้าคะ??
ขอบคุณที่แวะมาอ่านเรื่องตื่นเต้นๆนะคะ
ขอน้อมรับด้วยความขอบคุณเช่นกันค่ะ เป็นการเตือนใจซึ่งกันและกันที่ดี ให้เราเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อจะเป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่างๆได้ดี
ขอบคุณค่ะ :)
ขอโทษด้วยค่ะที่มาตอบช้าไปหน่อย เข้าใจแล้วค่ะว่า ไม่ได้กลัวน้ำ ...น่าจะเล่าให้ฟังหน่อยนะคะว่าทำไมกว่าจะชอบน้ำได้ก็เกือบแย่ ต้องมีอะไรดีๆแน่เลยค่ะ ฝากไว้นะคะ...
ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่าน เสียใจเหมือนกันค่ะเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น สอนได้เยอะเลยค่ะ เป็นบทเรียนที่เตือนตัวเองตลอดค่ะ ทุกวันนี้เวลาเจอเพื่อนๆพี่ๆที่ประสบชะตากรรมในเหตุการณ์นั้น ทุกคนก็ได้บทเรียนไปด้วยกันและจำได้แม่นยำเลยค่ะ