"..As people throughout the world have discovered that the tree gives so much and asks so little."..Criley tells.

..ความทรงจำดีๆกับ..ดอกลั่นทม..หรือ ลีลาวดี..เวลาไปเที่ยวหัวหินสมัยก่อน ที่ร้านอาหารริมทะเล..ต้นใหญ่สวยสง่างาม..ดอกขาวนวลตาและออกดอกเยอะมาก..หอมเย็นชื่นใจจริงๆ..ชอบกิ่งก้านที่หนาสีเข้ม ฟอร์มสวยเป็นศิลปะ ..ตัดกับสีท้องฟ้าใสๆ..เวลาแหงนหน้าถ่ายภาพ..ชอบความอ่อนหวาน เรียบง่าย กิ่งใบสวยงาม..ในประเทศไทยได้เปลี่ยนชื่อจากลั่นทมเพราะหลายคนเข้าใจผิดความหมายของชื่อมานาน..ฉันเคยได้ยินที่มาของชื่อใหม่แบบเข้าใจผิดว่าสมเด็จพระเทพฯทรงเป็นผู้พระราชทานชื่อใหม่นี้"ลีลาวดี"..แต่ได้ไปอ่านเจอว่าแท้จริงแล้ว สมเด็จพระราชินีเป็นผู้พระราชทานชื่อใหม่นี้นั่นเอง...

..มาดูชื่อเรียกอื่นๆในประเทศเพื่อนบ้านบ้าง.. อินโดนีเซีย เรียก Kembang Kambja  อินเดียเรียกTemple tree/Champa ฟิลิปปินส์ เรียก Kalachuchi ศรีลังกา เรียก Araliya/Pansal Mal  ส่วนลาว เรียก Champa ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว เรียกพื้นๆว่าจำปาลาว จำปาขอม อีกด้วย ส่วนชื่อฝรั่ง-- Plumeria --เดิมมาจาก "Plumiera"..เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ 17th century French botanist-Charles Plumier, ส่วน ชื่อ Frangipani -- มาจาก Italian noble family

               

..ประสบการณ์ดอก plumeria เริ่มต้นที่ฮาวาย..สิบกว่าปีมาแล้ว..มีเพื่อนมาเที่ยวฮาวาย..แต่ไม่สนใจอย่างอื่น..สนใจแต่ต้นลีลาวดีที่สีสันสวยงามแตกต่างจากสีขาวทั่วไปที่เจอบ่อย..อยากได้เพื่อไปปลูกที่เมืองไทย..และก็ยังมีพี่ที่นับถือซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่มานาน..เล่าให้ฟังว่าหลายสิบปีมาแล้วเคยมีเพื่อนซึ่งทำงานด้านเกษตรฯ ที่เมืองไทย..มาเฝ้าขอพันธุ์ต้นนี้ที่บ้านพี่เพราะดอกสีสวยและกลิ่นหอมมาก..เลยได้ทราบว่าเป็นต้นไม้ที่สมเด็จพระเทพฯทรงโปรดมาก..

..จริงๆแล้ว plumeria เป็นต้นไม้มาจากที่อื่น...แต่เข้ามาในฮาวาย ได้เพียง 148 ปีเอง..แรกสุดมาจากเม็กซิโก ในปี 1860 โดย Dr. William Hillebrand ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นแพทย์ประจำราชวงศ์ของฮาวาย นอกจากจะเป็นหมอใหญ่แล้วยังเป็น botanist อีกด้วย ท่านได้เดินทางสะสมพืชพันธุ์ต่างๆไปทั่วเอเชีย แปซิฟิก จนในปี 1853 ได้ซื้อที่ดิน 13 เอเคอร์จาก Queen Kalama และเริ่มปลูกไม้พื้นเมือง ซึ่งในตอนหลังได้เปลี่ยนมือมาเป็นของรัฐ และเปิดเป็นสาธารณะสมบัติ ในนาม Foster Botanical Garden ในปี 1930

                         

..ทำให้ต้นไม้นี้แพร่หลายเห็นได้บ่อยๆ จนชินตา ในทุกๆที่..แทบจะทุกๆบ้าน.. เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสวน..จนดอกไม้นี้ได้กลายมาเป็นสัญญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของฮาวาย..ทำเป็นมาลัยคล้องคอเพื่อยินดีต้อนรับ..ต้นไม้ก็ขึ้นแสนจะง่าย.. เพียงแต่ตัดกิ่ง..รอให้ปลายที่ตัดนั้นแห้ง..นำไปปักลงดิน..ก็งอกมาเป็นต้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย..การดูแลก็แสนจะง่าย คือไม่ต้องดูแล..เลยทำให้ต้น plumeria นี้เห็นได้ง่ายๆ บ่อยๆและดูธรรมดาจนเกินไป..จนดูเหมือนไม่มีความหมายในหัวใจใครๆ..เพราะเห็นจนเคยชิน

ดอกบน ตั้งชื่อตามผู้คิดค้น Paul Weissich;ดอกล่าง the White Shell growing in Waimanalo

..แล้วแต่ว่าเราจะอ่านเจอจากบทความไหน..เพราะ plumeria นั้นมีตั้งแต่ 7-14 สายพันธุ์จากทั่วโลก ซึ่งมาจากแหล่งต่างในแถบเม๊กซิโก อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แคริบเบียน ในส่วนของประวัติศาสตร์นั้น เริ่มต้นจาก Aztecs ซึ่งใช้กลิ่นหอมของดอกในพิธีทางศาสนา เพื่อบูชาพระเจ้า และสืบต่อๆ กันมา จนเข้ามาในแถบเอเชีย...โดยเริ่มเป็นที่รู้จัก ทั้งชาวมุสลิมและชาวพุทธนั้นเชื่อว่าต้นไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ของความมีชีวิตที่เป็นอมตะ.. ไม่มีวันตาย.. รวมไปถึงชาวฮินดูด้วยซึ่งจะคิดคล้ายกับ Aztecs ซึ่งนำความหอมของดอกนี้มาใช้ในพิธีทางศาสนาบูชาพระเจ้า..

ดอกนี้ชื่อ Vera Cruz Rose เพราะกลิ่นเหมือนกุหลาบ

..Plumeria นั้นเป็นต้นไม้ที่เป็น.."ผู้ให้"..อย่างแท้จริง ซึ่งมนุษย์นั้นได้รับประโยชน์มากมายจากต้นไม้นี้ โดย plumeria เองเป็นผู้ได้รับกลับน้อยมาก...จนขณะนี้ที่ฮาวายก็ได้กลายเป็นแหล่งศูนย์กลางรวบรวมความหลากหลายในสายพันธุ์ต่างๆของ plumeria จากทั่วโลก..ไม่ใช่หาได้จากแหล่งกำเนิดที่เม๊กซิโก หรือเอเชียอีกต่อไป..

"..มีเกษตรกรผู้ที่ปลูกต้น plumeria ในฮาวายนั้น เพาะพันธุ์ตัดกิ่งชำส่งขายประมาณ 18,000 กิ่งต่อเดือน ตั้งแต่กิ่งพันธุ์แบบที่เห็นกันทั่วไป ในราคา$ 8-9 ไปจนถึง พันธุ์หายากที่นักสะสมต้องการ โดยจะยอมจ่ายกิ่งที่ไม่รากตั้งแต่ $30 ไปจนถึง $100 ต่อกิ่งทีเดียว..." เป็นคำบอกเล่าของ Professor Richard Criley -- มหาวิทยาลัยฮาวาย Department of Tropical Plant and Soil Sciences ท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ plumeria ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับโดยศึกษามากว่า 40 ปี

Prof. Criley ได้เล่าให้ฟังว่า ดอก plumeria นั้นเป็นดอกไม้ที่สร้างความประหลาดใจที่พิเศษไม่เหมือนใครในเรื่องของกลิ่นหอมที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละต้นแต่ละพันธุ์ คือตั้งแต่ กลิ่นของผลไม้ กุหลาบ.. การ์ดิเนีย.. สบู่.. ลูกกวาด.. อากาศบริสุทธิ์.. มะพร้าว.. เครื่องเทศ.. แป้งเด็ก.. รวมไปจนถึงกลิ่นหมาที่ไม่ได้อาบน้ำ...(อึ๋ยยย....) 

ท่านได้ตั้งข้อสังเกตุว่า ต้น plumeria ปกติพบเห็นได้บ่อยและยังเป็นที่รู้จักแพร่หลายในบาหลีอีกด้วย..ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วยจริงๆ..เคยไปเห็นตามรูปปั้นน่ารักที่เฝ้าตามหน้าประตูสถานที่ต่างๆ..เพื่อป้องกันปีศาจร้ายจะทัดดอกลีลาวดีที่หูกันทุกตัว...ซึ่งมีให้เห็นมากมายทั่วไปคล้ายๆกับที่ฮาวาย..แต่ที่บาหลีจะเห็นแต่ดอกสีขาวธรรมดาเหมือนๆกันไปหมด..ต่างกับที่ฮาวายนั้น จะมีความหลากหลายทั้งสี ทั้งรูปทรงดอกแตกต่างกันไปนั้นเป็นเพราะอะไร?....คำตอบที่อธิบายได้ง่ายมากคือ คนฮาวายใจดี โอบอ้อมอารี ชอบการเผื่อแผ่แบ่งปัน และเป็นผู้ให้ซึ่งจะเหมือนกับลักษณะความดีของ Plumeria เองด้วย..เมื่อให้กันไปมาก็ทำให้่กระจายผสมเพาะพันธุ์ต่างๆออกไปอย่างรวดเร็ว  "..We became the plumeria and the plumeria became us.."

บน-the Henry "Apples" Dupree, ล่าง-the Kane'ohe Sunrise

..จะมีต้นไม้ใหญ่ๆซักกี่ชนิด..ที่ให้ดอกไม้สวยงามและให้ประโยชน์ตลอด 6-7 เดือน ทั้งยังให้กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ และสีสันสดใสสวยงาม...ก่อนที่ plumeria จะชนะใจของชาวฮาวายมากว่าร้อยปีนั้น เคยเป็นต้นไม้ประจำสุสาน เกี่ยวข้องกับความตาย วัด เหมือนๆกับในเอเชียสมัยก่อน...เพราะเป็นต้นไม้ที่สวยงามไม่ต้องดูแลมากมาย...แต่ต่อมานักจัดสวนที่มีชื่อเสียงได้นำเข้าต้น plumeria สีต่างๆ red plumeria (Plumeria rubra) และ Singapore plumeria (Plumeria obtusa) เพื่อมาใช้ในการแต่งสวนที่โรงแรมและสวนพฤกษศาสตร์สำึคัญๆ...ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาเป็นที่นิยม...จนกลายเป็นสัญลักษณ์เพื่อต้อนรับในการท่องเที่ยว เพราะความสะดวก หาง่าย ออกดอกตลอดปี...นำมาร้อยมาลัยดอกไม้ก็ง่าย..แถมมีกลิ่นหอมนุ่มนวล

แม้ดอกนั้นจะไม่ทน..วันเดียวก็เหี่ยว...แต่คุณค่่าของมันนั้นกลับอยู่ที่ความรู้สึกและช่วงเวลาที่ดีๆนั้นต่างหาก...เป็นความรู้สึกที่อยู่ในหัวใจของผู้ที่ร้อยมาลัยดอกไม้ (lei) ชาวพื้นเมืองฮาวาย...รวมไปถึงประเพณีการให้..ของมาลัยดอกไม้...

"...คุณค่าของมาลัยดอกไม้ (lei)นั้น... ไม่ได้อยู่ที่ความคงทนอยู่ได้นาน.. แต่อยู่ที่ช่วงเวลาดีๆที่เฉลิมฉลองนั่นต่างหาก..." สำหรับชาวพื้นเมืองฮาวายนั้น มันคือความรักที่ใส่ลงไปตั้งแต่เริ่มร้อยดอกไม้และสิ่งที่แสดงออกมาจากมาลัยดอกไม้นั้น...ดอก plumeria จึงเป็นดอกไม้ที่เหมาะและลงตัวที่สุดในเรื่องความสวยงาม ความหอมละมุน และก็จากไป.." เป็นคำกล่าวของ Paul Weissich เป็นอดีต Director of the Honolulu Botanical Garden ตั้งแต่ 1957-1990 

หากจะพูดถึงสายพันธุ์ใหม่ๆของ plumeria แล้ว มีผู้คนที่หลงรักในต้นไม้ชนิดนี้และสร้างสรรค์ hybrid plumerias มากกว่าหลายร้อยสายพันธุ์ทั้งรูปทรง สีสันและกลิ่นหอมของมัน ซึ่งบางสายพันธุ์นั้นสามารถขายได้สูงถึงกิ่งละ $500 ก็มี...

..Plumeria กลับมามีความสำคัญสำหรับทุกๆคนโดยเป็นผู้ให้..ส่วนคนนั้นประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ..เป็นมาลัยดอกไม้ที่ให้ความหอมละมุนและความงามที่เรียบง่ายนั่นเอง

------------------------------------------

ขอขอบคุณ--The plumeria by David Choo, some photos:Chris McConough, from HanaHou!