การเข้าใจกิเลสแห่งตนทำให้สงบลง ทำให้นิ่งเป็น และไม่กล่าวโทษผู้อื่นอย่างที่มักทำ และผู้เขียนยังพบว่าหากเราใช้ธรรมะสยบกิเลส สิ่งดีๆจะเกิดตามมา อย่างที่เรียกว่า “ธรรมะจัดสรร”

เมื่อเร็วๆนี้ คุณเอก-จตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูรกับ ทีมงาน แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ มาเยือนบ้านเพื่อสนทนาสาระในการที่จะร่วมมือกันทำงานในโครงการ Humanized Edu Care ที่มาที่ไปนั้นคุณเอกได้เขียนไว้ที่บล็อกของคุณเอกแล้ว

คุณเอกนั้นนอกจากจะชื่นชมบ้าน บรรยากาศ การต้อนรับแล้ว ก็ยังเป็นคนถ่ายทอดเก่งทั้งคำพูดและการถ่ายภาพ ซึ่งภาพออกมาสวย บรรยากาศบ้านดูดีมากๆ ทำให้มีหลายท่านที่ชื่นชอบบรรยากาศบ้านไทยริมน้ำอยากมาเยือนบ้าง ซึ่งผู้เขียนนั้นยินดีอยู่แล้วค่ะ เพราะรู้สึกว่าบ้านตนเองนี้ก็อยู่ไกล เส้นทางไปมาวกวนมิใช่น้อย ต้องเป็นการวางแผนตั้งใจจริงๆว่าจะมาจึงมาถึงได้ มีความตั้งใจ มีน้ำใจ ให้เกียรติมาเยือน ต้องขอบคุณผู้ที่ได้มาเยือน และผู้ที่คิดว่าจะไปเยือนกันเมื่อมีโอกาส

 

เนื่องจากผู้เขียนนั้นเป็นคนชอบอยู่บ้าน ชอบความสันโดษแห่งการอยู่ในชนบท จึงจัดและจัดการบ้านให้อยู่สบาย เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเรียบง่าย รื่นตา รื่นใจ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ภาพที่ออกมางดงาม อาจทำให้เข้าใจผิดว่าบ้านอะไรดูงดงาม ดูดีไปหมด ที่จริงแล้วผู้อยู่เท่านั้นจึงจะเห็น เข้าใจ และ ปรับใจกับการอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างปกติสุข

 

บ้านหลังนี้สร้างมาเข้าปีที่เจ็ด ผ่านน้ำท่วมใหญ่มาถึงสองคราที่น้ำท่วมเข้าถึงชั้นล่างเกือบมิดศีรษะ ดังนั้น นอกจากกาลเวลาที่ทำให้บ้านชำรุดแล้ว วิกฤตน้ำท่วมได้ทำให้บ้านมุมซีกตะวันตกนั้นทรุดลงแม้ไม่สังเกตเห็นโดยง่าย แต่เมื่อเดินบนพื้นทั้งชั้นบนและชั้นล่างก็จะรู้สึกว่าบริเวณนั้นพื้นที่จะเทลาด คนข้างกายบอกว่าจะแก้ไขให้ เช่นเดียวกับที่บอกว่าจะจัดการรอยร้าวบนผนังบ้านในจุดต่างๆ แต่เขาก็ไม่ได้ทำสักที

 

ผู้เขียนเคยหงุดหงิดกับการที่เขาดูเหมือนไม่สนใจจะแก้ปัญหาให้ หรือจัดการอะไรในบ้านให้เสร็จเป็นเรื่องๆ ผู้เขียนเคยบ่นว่าอยากได้ห้องนอนที่อยู่ในทางลม ให้ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศก็นอนได้สบาย ดูเหมือนเขาจะเอาใจต่อปีกตะวันออกเป็นชั้นสามขึ้นไป แต่นี่เข้าปีที่สี่แล้วที่มียังคงมีแต่ พื้น เสา และ หลังคา หากจะขึ้นไปนอนคงต้องกางมุ้งให้ลมโกรกสี่ทิศ ผู้เขียนเลยใช้เป็นที่เก็บของเสียเลย

 

บุญยังมีที่ได้ใช้การปฏิบัติธรรม ขัดเกลาจิตใจตนเองอยู่เรื่อยๆ ทำให้มองเห็น ทุกข์ จากกิเลส ความอยาก ความไม่ชอบใจ ความหงุดหงิดใจของตนเอง ในที่สุดความเปลี่ยนแปลง ความบกพร่อง ชำรุดทรุดโทรม หรือ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของบ้านนั้นเองกลับเป็นสิ่งที่สอนให้ผู้เขียนได้เห็นสัจธรรมของธรรมชาติและชีวิต เดี๋ยวนี้มองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านอย่างเข้าใจ อย่างไม่ผลักดันจะให้เป็นไปตามที่ใจเคยปรุงว่า หากมีสิ่งนั้น หรือเป็นอย่างนั้นแล้วฉันจะมีความสุขมากขึ้น

 

ความสุขที่มาจากความเข้าใจข้างในตนนี่ช่างเป็นความสงบเย็นจริงๆ

 

เมื่อใจตนเองมองเห็นกิเลสที่เกิดแล้วปล่อยวางเป็น ทำให้มีสติพอที่จะหันไปมองการทำงานของคนข้างกายและให้ความเห็นใจเขามากขึ้น เขาคงจะต้องซ่อมแซมเมื่อมีจังหวะและโอกาส เราเพียงแต่ทำใจให้นิ่งและไม่ทุกข์ร้อน เพราะทุกข์ไปก็ไม่มีประโยชน์ เราทำเองไม่ได้ บ้านก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ดี

 

การเข้าใจกิเลสแห่งตนทำให้สงบลง ทำให้นิ่งเป็น และไม่กล่าวโทษผู้อื่นอย่างที่มักทำ และผู้เขียนยังพบว่าหากเราใช้ธรรมะสยบกิเลส สิ่งดีๆจะเกิดตามมา อย่างที่เรียกว่า “ธรรมะจัดสรร”

ตัวอย่าง

·         เรื่องซ่อมบ้าน ไม่นานมานี้ คนข้างกายเองเป็นคนเอ่ยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวบ้าน ทำให้เห็นว่าบ้านใหญ่เกินไปด้วย เขามีความคิดว่าจะยุบบางส่วนและทำให้ตัวบ้านกะทัดรัดเหมาะแก่การอยู่อย่างผู้มีอายุมากขึ้นๆ แต่ให้มีบริเวณโล่งกว้าง ชอบจริงๆค่ะความคิดนี้

 

·         เรื่องบริวาร เมื่อราวเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วป้านวลซึ่งเป็นผู้ดูแลต้นไม้และน้องหมาขอลาออก ผู้เขียนได้พูดจาทัดทานด้วยจิตเมตตาโดยไม่ได้คิดว่าหากเธอไม่อยู่เราจะลำบาก เมื่อเธอมีความประสงค์จะลาออกจริงๆครั้งนี้ จึงปล่อยให้เป็นไป พยายามทำใจให้นิ่งๆ แก้ปัญหาด้วยการจัดการให้คนที่มีอยู่และเด็กๆในบ้านช่วยกัน เป็นเช่นนี้อยู่แค่สองสามเดือน ก็มีคนมาบอกฝากญาติของตนให้มาทำงานกับเรา เป็นสามี-ภรรยาคู่หนึ่งอายุสี่สิบกว่าๆ ชื่อ จุ่ย และ ราตรี เคยทำงานฟาร์มกล้วยไม้มาก่อน ทำเกษตรพอเป็น ราตรีนั้นทำกล้วยทอดและไข่นกกระทาเป็น

 

·         คนคู่นี้เช่าบ้านอยู่ที่อำเภอนครหลวง ทำงานได้ไม่นานก็มาบอกว่า มีคนข้างบ้านเช่าฟังเขาเล่าถึงงานที่บ้านผู้เขียนแล้วอยากมาทำบ้าง เลยได้ตามตัวกันมาคุย ผู้ชายอายุหกสิบต้นๆ ผู้หญิงใกล้ๆหกสิบ แต่ดูหน่วยก้านดี ชื่อ ลุงบุง และ ป้าอยู่ บ้านที่แกเช่าอยู่ อยู่กันสามครอบครัวกับลูกของแก แออัดมาก แกเลยอยากแยกออกมา เราก็รับไว้และให้แกจัดห้องว่างที่อยู่ในโรงทำงานข้างนอกรั้วเป็นที่อยู่ ได้คนเฝ้าของอีกด้วย

 

คู่นี้ทำเกษตรเก่ง ลุงบุงนั้น ยังสานกระบุง ตะกร้าเป็น ทำงานปูนเป็น ทำงานช่างเป็นหลายอย่าง ขับรถหกล้อและรถปิคอัพได้ (มีใบขับขี่ถูกต้องด้วย) จับตับใบจากที่มุงหลังคาเป็น สร้างกระต๊อบได้ ป้าอยู่นั้นเห็นว่าทำก๋วยเตี๋ยว และขนมจีนน้ำยาอร่อย เพราะแกทำขายกับลูกๆ

 

ดูฝีมือลุงบุงมัดตอก

 

 

 

เพิงมุงจากริมน้ำนี่ ลุงบุง ก็เพิ่งทำให้ ฝีมือจริงๆ ไม่ได้ใช้ตะปูเลย แถมทำที่วางของให้อีกด้วย

 

 

ชีวิตที่มีสิ่งแวดล้อมและผู้คนเพียงนี้ หากอยู่เป็นสุขไม่ได้ คงไม่ต้องไปอยู่ที่ใดในโลก

*****************

  เมื่อมีความทุกข์ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจเกิดขึ้น ใช้ธรรมะสร้างปัญญา รักษาใจ ประคองใจไว้ให้ดี หากทำได้ สิ่งดีๆจะเกิดตามมา ที่แน่ๆความสุขได้เกิดขึ้น ณ เวลานั้นทันทีค่ะ