เก็บภาพนกสองชนิดได้หลายภาพ เลยขอนำความงามมาประชันกัน พร้อมเรื่องราวน่าสนใจที่ผู้เขียนอยากนำมาบอกเล่าต่อค่ะ
นกบั้งรอกใหญ่ Large Green - billed Malkoha , Greater Green - billed Malkoha
นกบั้งรอกใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phaenicophaeus tristis
ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละติน คือ tris แปลว่า เศร้า ความหมายคือ " นกที่มีสีไม่ฉูดฉาด (สีแห่งความเศร้า ) "
ทั่วโลกมี นกบั้งรอกใหญ่ 6 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อย คือ
P . t . saliens ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละติน คือ saliens แปลว่า กระโดด ความหมายคือ " นกที่มัก กระโดดไปมา " และ
P . t . longicaudatus ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ long หรือ longus แปลว่า ยาว และ caudatus แปลว่า หาง ความหมายคือ "นกที่มีหางยาว" เป็นชนิดที่มีการกระจายกว้างขวางที่สุด และถือเป็นชนิดย่อยหลัก
ที่บ้านผู้เขียนมักพบเขาอยู่เป็นคู่ โผร่อนที่หน้าท่าน้ำเป็นครั้งคราว จากต้นไม้ริมรั้วด้านซ้าย ไปริมรั้วด้านขวา ดูแล้วเพลิดเพลินอย่างยิ่ง นี่เป็นนกที่ยังโตไม่เต็มวัยค่ะ
ข้อมูลระบุนิสัยของนกชนิดนี้กล่าวไว้ว่า...
มันจะค่อยๆกระโดด คล้ายกระรอก ไต่วนขึ้นไปตามกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นขึ้นไปข้างบน ซึ่งมีพุ่มใบหนาแน่น หรือมีเถาวัลย์พันจนรกทึบแลเห็นตัวได้ยาก หรือเห็นเพียงบางส่วนของลำตัว เมื่อมันไต่ผ่านกิ่งที่ใบไม่รกทึบนักในขณะไต่ขึ้นไป หางอันยาวของมันจะถูกลากละกิ่งไม้ไปเรื่อยๆ มองดูเผินๆ หรือถ้าไม่สังเกตให้ดี จะเข้าใจผิดว่าเป็น กระรอกได้ อันเป็นที่มาของชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกนกชนิดนี้ว่า นกบั้งรอก
ในขณะที่มันหากินอยู่นี้มันจะไม่ส่งเสียงใดๆ เลย ทั้งๆที่มันก็ร้องได้ จะได้ยินก็แต่เสียงใบไม้ หรือ กิ่งไม้เล็กๆ ที่สั่นไหวเมื่อมันไต่ผ่านไปเท่านั้น บางครั้งเราก็เห็นมันกระโดดไปตามกิ่งไม้ ที่ทอดนอนบ้าง บางครั้ง พอมันไต่ขึ้นไปจนสุดปลายกิ่ง มันก็อาจโผล่หน้าออกมา จากพุ่มใบไม้ ให้เราได้เห็น หนังรอบตาสีแดงสด ของมัน สักครู่หนึ่ง จึงมุดหายเข้าไปในพุ่มไม้ที่มีใบที่หนาทึบใหม่ แล้ว เริ่มเปลี่ยนไปไต่วนขึ้นไปตามกิ่งไม้อื่นบ้าง
ดูเหมือนว่าในขณะที่มันไต่ไปตามกิ่งไม้เพื่อหากินนั้น มันจะไม่ระแวงภัยใดๆเลย บางครั้งเราไปยืนดูอยู่ใต้ต้นไม้ที่มันกำลังหากินอยู่ มันก็ยังคงไต่กิ่งไม้หากินไปเรื่อยๆ จึงดูเหมือนเป็นนกที่เชื่อง แต่ที่จริงแล้ว คงเป็นเพราะมันเชื่อว่ากิ่งและใบไม้ที่รกทึบได้ซ่อนพรางตัวของมันไว้จากศัตรูดีแล้วมากกว่า
...นกบั้งรอกใหญ่ เป็นนกที่บินได้ไม่แข็งแรงนัก จึงไม่ค่อยชอบบิน ในเวลาที่มันหากินบนต้นไม้ต้นหนึ่งจนเบื่อแล้ว ถ้าต้องการจะไปยังต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน มันจะร่อนพุ่งตัวไป โดยเหยียดหางยาวตรงไปข้างหลัง เราจึงมักเห็นมันร่อน พุ่งตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง ในระดับกลางต้น พอร่อนถึงต้นไม้อื่นก็มุดหายเข้าไปในพุ่มใบหนาทึบทันที ถ้าหากมันอยู่เป็น คู่ มันจะไม่บินออกไปพร้อมๆกัน แต่จะบินร่อนออกไปทีละตัว พอตัวหนึ่งร่อนไปถึงต้นไม้อีกต้นหนึ่งและมุดหายเข้าไปในพุ่มแล้ว อีกตัวหนึ่งจึงจะร่อนตามไปยังต้นไม้ต้นเดียวกัน หรือ ต้นที่อยู่ใกล้ๆกัน บางครั้งก็จะเห็นมันบินร่อนต่อไป ยังต้นไม้ต้นอื่นต่อไปอีก แต่ มันจะไม่บินร่อนไปไกลๆเลย เพราะมันบินไม่แข็งแรง ด้วยเหตุนี้เราจึงมักเห็นมันไต่อยู่ตามกิ่งไม้ มากกว่าในเวลาบินร่อน และ มักจะค่อนข้างเชื่องถ้าไม่รบกวนมาก
ขอขอบคุณเว็บไซท์แห่งนี้ซึ่งจัดทำเรื่องราวและมีภาพงามๆของนกนานาชนิดให้ชม ตามไปอ่านเรื่องราวเต็มๆและภาพที่คมชัดของ นกบั้งรอกใหญ่ ได้ที่นี่ค่ะ
http://www.zyworld.com/NAKARIN/HTMLgreenbilledmalkoha.htm
******
นกโพระดกธรรมดา Green Barbet , Grey - headed Barbet

เจ้าตัวนี้มาเกาะที่ต้นไผ่เยื้องห้องทำงาน เป็นครั้งแรกที่เขาบินมาใกล้ให้ถ่ายรูปได้ชัดค่ะ
สำหรับคนทั่วไป เมื่อเอ่ยถึง นกโพระดก จะหมายถึง นกโพระดกธรรมดา ซึ่งเป็นชนิดที่มีการแพร่กระจายทั่วไป มีจำนวนประชากรมาก และ พบเห็นได้ง่าย อย่างน้อยเมื่อเข้าไปในป่า ก็จะได้ยินเสียงแน่ๆ และมักพบถูกจับขังกรงมากที่สุดในบรรดา นกโพระดก ด้วยกัน
นกโพระดกธรรมดา อยู่ใน วงศ์ นกโพระดก Family Megalaimidae ทั่วโลกมีนกในวงศ์นี้ 26 ชนิด
ชื่อสกุลของ นกโพระดก คือ Megalaima มาจากรากศัพท์ภาษากรีก คือ meg หรือ megas แปลว่า ใหญ่ และ laim หรือ laimos แปลว่า คอหอย
ความหมายคือ " นกที่มีคอหอยใหญ่ "
นกโพระดกธรรมดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Megalaima lineata
ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละติน คือ lin แปลว่า เส้น และ -ta เป็นคำลงท้าย
ความหมายคือ " นกที่มีลายเส้น หรือ ลายขีด "
ทั่วโลกมีนกโพระดกธรรมดา 2 ชนิดย่อย คือ
ชนิดย่อย M . l . hodgsoni พบทั่วไป ตั้งแต่ภาคเหนือ จนถึง เหนือคอคอดกระขึ้นมา
ชนิดย่อย M . l . ineata พบทางภาคใต้ ตั้งแต่คอคอดกระลงไป
ซึ่งในประเทศไทย พบ ทั้ง 2 ชนิดย่อย
นกในวงศ์ นกโพระดก เป็นนกขนาดเล็ก จนถึงขนาดกลาง ความยาว จากปลายปากจดหาง 16 -35 ซม. รูปร่างอ้วน หัวใหญ่ ปากหนา ใหญ่ ขนคลุมลำตัวส่วนใหญ่เป็นสีเขียว บริเวณหัวอาจมีสีสัน เช่น แดง เหลือง ฟ้า ดำ แตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด
ตัวผู้ และ ตัวเมีย มีลักษณะเหมือนกัน บางชนิดมีสีแตกต่างกันเล็กน้อย นกโพระดก เป็นนกที่มองเห็นตัวได้ยากในธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะมันมีสีกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จะได้ยินแต่เสียงร้อง แต่ละชนิดมีเสียงร้องแตกต่างกันพอจะใช้จำแนกชนิดได้ นกโพระดก กินผลไม้เป็นอาหาร ทำรังตามโพรงไม้
มักพบหากินอยู่โดดเดี่ยว หรือ เป็นคู่ อาจพบอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากบนต้นไม้ที่มีผลสุกเต็มต้น ร้องเสียงดัง " โฮปก ... โฮปก ..." ซ้ำกันทุก 3 - 4 วินาที เสียงร้องดังก้อง ได้ยินไปไกล เมื่อตัวหนึ่งร้อง ตัวอื่นมักร้องรับกัน อาจได้ยินเสียงร้องทั้งวัน แต่จะได้ยินร้องบ่อยมาก ในช่วงเช้า และ เย็น……
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซท์แห่งนี้ อยากชวนไปชมนกโพระดกตาแป๋วๆ ภาพคมชัดค่ะ
http://www.zyworld.com/NAKARIN/HTMLlineatedbarbet.htm
**********
จากการเข้าไปสืบค้นข้อมูลนกที่เว็บไซท์แห่งนี้ทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสทราบถึงสถานภาพของนกในประเทศไทยและความห่วงใยเอาจริงเอาจังของผู้จัดทำเว็บไซท์
ไปช่วยให้กำลังใจเขากันหน่อยนะคะ และ ร่วมกันเมตตาปฏิบัติตนเป็นผู้อนุรักษ์คุ้มครองนกรอบตัวที่เราโชคดีมีโอกาสพบเห็นอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้กัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือค่ะ
ผู้จัดทำเว็บไซท์รำพึงว่า....
“...ซึ่งที่จริงแล้ว นกไทยทุกชนิด อยู่ในภาวะถูกคุกคามหมด แม้แต่นกในเมือง เพราะวัด อันเป็นที่พึ่งสุดท้าย ก็ยังหมดสภาพการเป็นเขตอภัยทานไปเสียหลายแห่งแล้ว
...มีประโยชน์อะไร กับการตั้ง สมาคม ฯ ชมรม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ขาดการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่พอใจบ้านนี้ ก็ยกขบวนกันไปสร้างบ้านใหม่ บ้านเก่าก็ยัง ไม่แข็งแรง บ้านใหม่ก็กำลัง สร้าง ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็อย่าหวังเลยว่า จะมีอำนาจอะไร ไปต่อรองกับภาครัฐ ต่อรองกับนายทุนที่ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ถ้าคนในองค์กรฯ มัวสนใจแต่หน้าตาชื่อเสียงจอมปลอม ยึดแน่นอยู่กับอัตตา เฉพาะพวกกูเหล่ากู ลืมตัวอยู่กับความรู้ ที่คิดว่ารู้เองเห็นเอง ทั้งๆ ที่ทุกคนต่างมีส่วนร่วมถ่ายทอด บอกเล่ากันมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วจะทำงานใหญ่เพื่อนกได้อย่างไร”.
**********
ขออภัยท่านผู้อ่านที่ขนาดตัวอักษรเล็กๆใหญ่ๆ ทั้งๆที่ต้นฉบับที่พิมพ์ไว้จัดเป็นตัว Tahoma 12 point ค่ะ
สวัสดีค่ะ
*** ขอบคุณค่ะ ...มาชมและทำความรู้จักนกให้ดีขึ้น
*** มีปัญหาเรื่องตัวอักษรเหมือนกันค่ะ พิมพ์ 18 point ตัวเป็นยักษ์้ซ้ำรูปร่างและขนาดไม่เท่ากัน
สวัสดีคะอาจารย์นุช
สุดยอดเลยคะถ่ายภาพนกได้สวยมากคะ
สวัสดีครับ อาจารย์
มารู้จักนกจากบล็อคเพิ่มเติมครับ เผื่อถ้าพบเห็นตัวจริงจะได้รู้จักชื่อได้ถูกต้อง ขอบคุณครับ
*มาฟังเสียงนกเสียงกา ยังดีกว่าเสียงนักการเมืองทะเลาะเอาชนะกันกันครับ ...เครียดจัง
*มีดอกไม้มาฝากที่ไม่เกี่ยวกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง เหมือนกันครับ(แต่ยังคงต้องติดตามอยู่ อยากให้บ้านเมืองเราสงบสุขไวๆครับ)
ตื่นเต้นดีจังนะครับ...นกที่ไม่คุ้นเคย และยิ่งมาอ่านเรื่องราวความรู้ทำให้ รู้จักเขามากขึ้น
อ่านมาจนใกล้จบบันทึก ก็สะดุดกับ เวปมาสเตอร์รำพึง.. :)
ขอบคุณทุกท่านค่ะที่เป็นคนรักนก มาชื่นชมของขวัญจากธรรมชาตินี้ด้วยกัน
คุณ
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ หมู่นี้บล็อกมีอาการรวนนิดๆค่ะ อาจเป็นเพราะคนใช้มากนะคะ พี่ยังมีนกอีกหลายชนิดที่อยากถ่ายรูปได้แต่ไม่ได้จังหวะ ขนาดว่าเห็นบ่อยๆก็ยังดีใจทุกครั้งที่เห็น ยิ่งดีใจเวลาเก็บภาพได้ค่ะ
คุณ
เกษตร(อยู่)จังหวัด มาแซวเลยนะคะ ห้องทำงานพี่น่ะไม่ได้แปลว่าเข้ามาแล้วต้องทำงาน มานั่งเล่นชมนกชมไม้นอนอ่านหนังสือก็ได้ เลยมีโอกาสสอดส่ายสายตา ยังเคยสบตากับเจ้านกกระเต็นเลยค่ะ เขาบินมาจากไหนไม่รู้ เกาะแล้วจึงหันมาเห็นเราเข้า สบตากันแว็บนึง เมื่อเช้าเพิ่งเห็นนกกระเต็นลายดำขาวมาโฉบหาปลาฝั่งบ้านพี่ ทุกทีเห็นเขาไกลๆที่ฟากตรงข้าม ตื่นเต้นอยากเก็บภาพได้จังค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
ประกาย~natachoei ที่~natadee ขอบคุณที่ชมค่ะ พี่ถ่ายได้ไม่คมชัด แต่พี่ก็ชมตัวเองเหมือนกันที่ถ่ายได้อารมณ์นก ^___^
ขอบคุณค่ะคุณ
ARAM ดอกไม้แปลกจัง เพิ่งเคยเห็น น่าพิศวงว่าเป็นธรรมชาติของเขาหรือเป็นความผิดปกตินะคะ
ช่วงเวลาเช่นนี้คงไม่มีใครที่จะใจอยู่เป็นสุข ไม่รู้ร้อนรู้หนาวนะคะ พี่สวดมนต์แผ่เมตตาให้ทุกฝ่ายมีสติมากขึ้นแล้วเอาปัญญามาช่วยกันหาทางออก
คุณเอก
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ยิ่งเห็นนกแปลกๆ ยิ่งทำให้ได้หยุดเพื่อพินิจธรรมชาติให้ละเอียดขึ้น มหัศจรรย์ธรรมชาติสรรสร้างค่ะ
เวปมาสเตอร์ของเว็บไซท์นี้เป็นคนที่รักธรรมชาติ รักนกอย่างยิ่งนะคะ แล้วเขาเข้าใจเหตุปัจจัยที่จะทำให้สามารถปกป้อง รักษานกต่างๆไว้ได้ ไปอ่านแล้วชื่นชมเขามากค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณ
Sila Phu-Chaya เห็นเจ้านกตาแป๋วๆมาเยี่ยมแล้วสุขใจค่ะ
ว้าว พี่นุช กลายเป็นเซียนจับภาพนกแล้วนะคะเนี่ย
เพราะเห็นตามัน แดง และ เหลือง ชัดเจนเลย ว้าว
นกโพระดก นึกถึง หนังไทย เลยนะคะ
บ้านพี่นุช ไปบ้านพี่นุช ได้ครบทุกรสชาติเลยนะคะ
... ไม่ต้องไปถึง พะเนินทุ่ง แก่งกระจาน แล้ว :)
อิ่มเอมใจในบรรยากาศ และอิ่มและรำกับมื้อเย็นนะคะ
สวัสดีครับพี่นุช
ค่ะน้องปูจ๋า
ก็เล่นมาส่งตาหวานทั้งตาแดง ทั้งตาเหลือง เลยต้องขอเก็บภาพไว้ชื่นชมกันหน่อย
บ้านพี่คนนอกกรุง นอกเมือง ก็มีแต่ความเพลินใจอย่างนี้แหละค่ะ อิ อิ ดีกว่าไปพะเนินทุ่งหน่อยนึงตรงที่มีอาหารอร่อยกินทุกมื้อ แถมร้อนจัดๆยังหนีเข้าหาไอเย็นได้
หนังไทย นางสาวโพระดก นั้นน้องปูทันดูด้วยหรือคะ^__^
คุณพ่อเป็ดน้อย
nuvall ให้กำลังใจกันจังเลย ขอบคุณค่ะ
พี่ก็คิดว่ากล้องตัวใหญ่นั้นกว่าสว.อย่างพี่จะปรับอะไรได้นกคงบินหนีไปถึงไหนๆนะคะ
เมื่อเช้าเห็นนกกระเต็นตัวสีขาว-ดำ มาโผจับปลาที่ชายน้ำฟากบ้านพี่ ดีใจมากเลยค่ะ เห็นท่าทางเขาสง่างามมาก
นกโพระดกนั้นพี่ไม่ค่อยจะได้เห็นตัวเขาเท่าไหร่ค่ะ วันที่เก็บภาพได้เขาก็บินมาจากไหนไม่รู้พอเกาะกิ่งไผ่ได้ก็อ้าปากร้องอยู่ครู่หนึ่งถึงไป เกือบมองไม่เห็นเพราะสีเขาเขียวเหมือนใบไผ่เลยค่ะ ที่เห็นก็เพราะยืนอยู่ที่ระเบียงกำลังจะถ่ายนกสีชมพูสวนแล้วหางตาเห็นนกบินไหวๆลงเกาะเลยพยายามมองดู ไม่ผิดหวังเลยค่ะ
พี่ยังไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไฟล์ภาพ แต่มีปัญหาเรื่องขนาดตัวอักษรค่ะอย่าเพิ่งเบื่อหนีไปนะคะ เดี๋ยวทีมงานก็แก้ได้ค่ะ
อั้นแน่ะ วันนี้นางแบบเป็นนกตัวน้อย และดูเหมือนต้อมจะไม่ค่อยรู้จักเธอสักเท่าไหร่ นอกจากเคยได้ยินเนื้อเพลงที่ว่า "นกโพระดก มันร้องโฮ่ป๊กๆ อยู่หนไหน..." อะไรทำนองนี้ อิอิ
และนกตาแดง..ดูน่ากลัวจังเลยค่ะ
แอบเห็นรูปประจำตัวใหม่ของพี่นุชด้วย อิอิ และเมื่อคืนลองหัดถักเชือกได้สักครึ่งเส้นแล้วค่ะ เริ่มต้นด้วย....นิ่ง อึ้ง เอ เขาจะเริ่มต้นกันอย่างไร (บางเรื่องต้อมก็ซื่อบื้อ) แค่ขมวดปมเอง..ก็ทำไม่ได้นะ ฮึ่ม วิ่งไปหาน้องต่อ แล้วก็เหมือนเคย เขาเลิกคิ้ว..ถามว่า "อะไรกัน แค่ผูกปมเนี่ยนะ ทำไม่ได้" แล้วตามด้วยอีกหลายประโยคที่ชวนให้น่าจะกระโดดเตะโครมให้ติดข้างฝาบ้าน ฮึ! นั่นสินะ แค่ขมวดปมเอง เด็กอนุบาลยังทำกันได้เลย แล้วทำไมต้อมลืม เซ็งมาก....แต่ถักไปได้ครึ่งเส้นค่ะ ^^ เส้นนี้กะส่งไปให้สาว
คุณต้อมเจ้า
. เนปาลี ดีจังที่น้องต่อมีฝีมือ จะได้ช่วยแก้ปัญหาเทคนิคบางจุดให้ได้ กว่าจะถักสร้อยได้เสร็จสักเส้น น้องต่อคงไม่ต้องเสี่ยงภัย(จากการโดนเตะ)มากนักนะคะ
นกบั้งรอกใหญ่ตัวจริงๆไม่น่ากลัวเลยค่ะ ยิ่งเอากล้องส่อง เห็นชัดๆ หางด้านในเป็นบั้งขาวๆ ปากก็เป็นสีเขียว ในขณะที่หนังรอบตาสีแดง
อยุธยาเราฝนตกชุ่มฉ่ำมากนะคะน้องแหวว
พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์ หายร้อนไปเป็นกอง หลังฝนลงแล้วรู้สึกเย็นสบาย แต่ที่กรุงเทพนั้นหลังฝนแล้วมายืนนอกอาคารจะยังรู้สึกถึงความระอุของซีเมนต์ค่ะ
ขอให้กลับไปทำงานอย่างมีความสุข มีพลังเข้มแข็งในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามเช่นที่ปฏิบัติมาโโยตลอดนะคะ