ผมมีความชุ่มชื่น ทำให้เห็นโอกาส เห็นลู่ทางในการพัฒนา ลู่ทางนี้เห็นโอกาสในการที่เราจะมาช่วยสร้างเสริม สร้างแรงบันดาลใจให้การทำคุณภาพนั้น ออกมาจากใจ เป็นการทำคุณภาพที่ต้องการรับใช้คนอื่น เห็นคุณค่าในคนอื่น

เมื่อตอนที่รถของคณะเราแล่นเข้าไปถึงบริเวณหน้าตึกอำนวยการของรพ.พระยืนนั้น ภาพของ น้องๆที่ยืนรอรับคณะที่ไปอย่างล้นหลามอบอุ่นเกินกว่าความคาดหมาย โดยมีคุณหมอนิรันดร ผู้อำนวยการเป็นหัวหน้าทีม

แม่ต้อยนึกในใจว่า" อา..ในที่สุดแม่ต้อยก็ได้มาเยือนรพ.แห่งนี้แล้วนะ..."

สังเกตุว่าน้องๆหน้าตายิ้มแย้มดีใจ แต่มีอาการประหม่าด้วยเช่นกัน คงอาจจะเป็นเพราะว่าคราวนี้การมาเยี่ยมโรงพยาบาลมีอาจารย์ระดับผู้ใหญ่มาด้วยพร้อมสื่อมวลชนมากมาย

แม่ต้อยแอบกระซิบถามน้องคนหนึ่งที่มารอรับว่า” ทำไมดูตื่นเต้นจัง”

น้องก็แอบกระซิบตอบกลับเช่นเดียวกันว่า “ ตื่นเต้นมาหลายวันแล้วครับ”

 

เราเข้ามานั่งในห้องประชุมที่จัดไว้น่ารัก พร้อมที่จะรับฟังการนำเสนอของท่านผู้อำนวยการและทีม

ไม่น่าเชื่อว่า เทคนิคการนำเสนอของรพ.พระยืนนั้นราวกับมืออาชีพ จนคณะอาจารย์ต้องขอชมตัวจริงเสียงจริงของน้องที่ทำสื่อชุดนี้

นับว่าเป็นความสามารถพิเศษของผู้นำ ที่ดึงเอาศักยภาพของคนทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่ อย่างสูงสุดได้

นายแพทย์ นิรันดร มณีกานนท์ ผู้อำนวยการรพ. เป็นผู้นำเสนอภาพการทำงานของรพ.ให้ทีมพวกเราฟังด้วยตนเอง

“ ในปีที่ผ่านมา รพ.แห่งนี้ได้รับรางวัล Humanized Health Care ในระดับองค์กร รางวัลนี้ทำให้ทีมงานมีความภาคภูมิใจและมีความสุขใจมาก ทุกคนตระหนักในรางวัลนี้และมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในการมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ เราเกิดกำลังใจอย่างมากในการผจญกับสิ่งที่เกิดขึ้นและการทำงานร่วมกัน”

“ ผมแทบไม่น่าเชื่อว่ารพ.ที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักอย่างเราได้กลายเป็นที่ดูงาน เป็นที่เรียนรู้ของรพ.แห่งอื่นๆขึ้นมาทันที เป็นสิ่งที่เราแปลกใจมาก”

รพ.ของเราค่อยๆปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรแห่งการเยียวยา เรามีสวนน่ารักให้เด็กและคนในชุมชนมาพักผ่อน  เราใช้สิ่งของวัตถุดิบจากชุมชนมาดัดแปลงสร้างบรรยากาศให้เหมือนบ้านของคนที่นี่”

“คนไข้ และชาวบ้านทุกคนเหมือนเพื่อนของเราเอง การที่เรามีสัมพันธภาพที่ดีกับชาวบ้านและชุมชน สามามรถลดปัญหาและสร้างความร่วมมือได้มากมาย”

แม่ต้อยเห็นประกายความสุขใจจากท่านผู้อำนวยการ และเห็นใบหน้าความภาคภูมิใจของน้องๆที่พระยืนอย่างเต็มตาในวันนั้น

แม่ต้อยแอบใช้เวลาไม่มากนักเดินเยี่ยมหลังอาหารกลางวันกับอาจารย์ Marion   ซึ่งเธอชอบไปไหนมาไหนกับแม่ต้อยราวกับคู่แฝดคนละฝา

“ รพ.นี้สะอาดและดูเป็นระเบียบมาก”  อาจารย์ Marion กล่าวชมกับแม่ต้อย   อาจารย์ Marion เคยเป็นผู้อำนวยการรพ.ในแคนาดา ขนาดใหญ่มากๆหลายๆแห่ง คำชมนี้คงจะไม่ธรรมดาสำหรับเธอแน่ๆ

 

หลังจากนั้น เราลงไปในชุมชน  ที่ทางรพ. ได้สร้างความสัมพันธ์ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรพ. อาสาสมัคร และชาวบ้าน

แม่ต้อยจึงได้ พบว่าสัมพันธภาพระหว่างรพ.พระยืน และชุมชน มีความแนบแน่นมาก ภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข นายกเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน เด็กๆมาเต็มลานในพื้นที่ที่ได้จัดไว้มีมากมายจนแม่ต้อยเกิดความเกรงใจขึ้นมาอย่างกระทันหัน

“ ชุมชนแห่งนี้ คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ ได้เข้าไปอยู่ในเมืองเพื่อหางานทำ ดังนั้นในหมู่บ้านจึงเหลือเพียง ผู้สูงอายุและเด็กๆ การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน จึงใช้ ผู้สูงอายุและเด็กเป็นหลักในการสร้างความมีส่วนร่วม  ประเพณีที่สำคัญของชุมชนนี้คือการฉลององค์พระยืน การทำบุญวันสงกรานต์ และประเพณีการรำผีฟ้าและการทำบุญวันเหว่า  งานสำคัญนี้ไม่ว่าคนหนุ่มสาวจะอยู่ที่ไหนเขาจะต้องกลับมาร่วมกันทำบุญให้ได้ “

จากบริบทของชุมชนนี้เอง รพ.และชุมชน จึงใช้ต้นทุนที่มีอยู่ในสังคมร่วมกันสร้างความร่มเย็นเป็นสุข ร่วมกันสร้างสุขภาวะ ส่งเสริมอาชีพในหมู่บ้าน ใช้แนวคิดความพอเพียงเพื่อดึงให้ลูกหลานกลับมาอยู่กับครอบครัว  ปลุกฝังเด็กรุ่นใหม่ให้มีความรักวัฒนธรรม และส่งเสริมกิจกรรมการเล่นของเด็กที่ไม่เน้นวัตถุนิยม

ใช้ความเชื่อและค่านิยมดั้งเดิม เช่นการรำผีฟ้า มาส่งเสริมด้านสุขภาพ เกิดความมั่นใจและมีสุขภาวะที่ดี

เราจึงได้มีโอกาสฟังคุณยายดาว พานโน ซึ่งเป็นศูนย์รวมด้านจิตใจของชาวบ้าน มาร้องเพลงขับกล่อมเด็กแบบโบราณและเก่าแก่ให้ฟัง  ชาวบ้านแห่งนี้ได้พยายามที่จะอนุรักษ์ภูมิปัญญา และการสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุนี้ไว้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

( อันที่จริงคุณยายดาว ก็อายุใกล้เคียงกับแม่ต้อยนี่ละคะ แอบถามมาแล้ว อิอิ )

การใช้มิติจิตใจโดยการเชื่อมโยงกับความเชื่อและวิถีของชาวบ้านอีกอย่างที่โดดเด่นที่แม่ต้อยได้เกรินไปก่อนหน้านี้  คือการใช้ประเพณีการรำผีฟ้า ในการสร้างเสริมมิติด้านสุขภาพ และสร้างความเชื่อมั่น พฤติกรรมการทำความดีงามของชุมชน

เด็กๆที่มาร่วมงาน ได้แสดงหุ่นกระบอก เล่านิทานสนุกๆให้พวกเราฟัง แม่ต้อยเป็นผู้ชมที่นั่งติดหน้าเวที ได้เห็นประกายตาของน้องๆที่มีความภาคภูมิใจ มีความสนุก เห็นคุณค่าของตนเอง บางครั้งก็เผลอพูดภาษาท้องถิ่นออกมา เป็นที่น่ารัก

แม่ต้อยว่า กิจกรรมอันนี้ อาจจะช่วยแบ่งเบา การติดเกมส์คอมพิวเตอร์ที่เป็นยอดฮิตของเด็กได้กระมัง ไม่มากก็น้อย

ท่าน อาจารย์ ชนิกา รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ได้เห็น ความกลมเกลียวของชุมชน ได้เห็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวบ้าน และดรงพยาบาล รวมทั้งองค์กรท้องถิ่น

ท่านบอกว่า

“ เราไม่ได้แค่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องสุขภาพเท่านั้น เรายังทำหน้าที่ด้านสังคมสงเคราะห์ ทำหน้าที่ด้านพัฒนาสังคม ทำหน้าที่อนุรักษ์ และส่งเสริมวัฒนธรรม...”

ท่านอาจารย์ วิจารณ์ ไปสัมภาษณ์ คุณยายดาว ที่เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ ...ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

จนกระทั่ง อาจารย์ อนุวัฒน์มากระซิบบอกว่า

“ เราน่าจะจัดการเอาวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ช่วยส่งสริมความเชื่อ และส่งผลต่อพฤติกรรมมา ร่วมในงานHA Forum นะครับ

แม่ต้อยเลยบอกว่า “ ได้เลยคะ และแม่ต้อยอาจจะเป็นผู้สูงอายุอีกคนที่จะมาร่วมในห้องนี้ เพียงแต่ขอเวลาไปฝึกฝนสักหน่อย...”

ที่จริงที่รพ.พระยืนนี้ ประเด็นที่แม่ต้อยสนใจและนำทีมผู้ใหญ่มาเยี่ยมชมที่นี่คือ

“การสร้างบรรยากาศของความสุขในองค์กร  เพื่อให้คนในองค์กร ได้เห็นคุณค่าในงานของตนเอง ซึ่งผลลัพธ์จะออกมาจากผลงานของทุกๆคน และความสุขของผู้ป่วยที่เราสัมผัสได้”

เคล็ดที่ไม่ลับของคนที่นี่คือ การใช้เรื่องเล่าที่ดีดี มาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้คนที่ทำงานได้เห็นคุณค่าของคนอื่น ได้ตระหนักรู้และค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ในการทำงานแบบเดิมๆ เรามองข้าม หรืออาจจะไม่เห็นหรือสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ การที่ได้”ฟัง”เรื่องราวของผู้ร่วมทีม ทำให้ผู้บริหารได้รับทราบว่า ที่จริงทีมงานนั้นมีจิตใจที่ดีงามและพร้อมที่จะร่วมสร้างสรรค์ สิ่งที่ดีดีให้กับองค์กร มีพลังเหลือล้น

“บางอย่างไม่ต้องลงทุนมากมายเลย” เราใช้แนวคิดนี้ต่อยอดไปในชุมชน ให้เขาเห็นคุณค่าของเขาเอง ทำให้เกิดความร่วมมือ และมาร่วมกับรพ.มากขึ้น

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะทำเรื่อง คุณภาพ หรือเรื่องการสร้างสุขภาวะ เราทำได้ง่ายขึ้น ...”

เมื่อเรากลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์ วิจารณ์ ได้ทดลองสร้างการเรียนรู้แบบสบายๆก่อนกลับ  ว่า

” การมาเยี่ยมของทีมในครั้งนี้ ทางรพ.มีความคาดหวังอะไร? อะไรคือสิ่งที่ได้รับ และอะไรที่คาดหวังแล้วยังไม่ได้ เพราะอะไร?

มีคำตอบที่หลากหลายมากมายในห้องประชุมนั้น ส่วนใหญ่เป็นความภูมิใจ เป็นความอบอุ่น แม้ว่าจะเครียด แต่เราก็ทำแบบปกติ แบบที่เราเรียกว่าพระยืน Model.

สุดท้ายจริงๆ ท่านอาจารย์ วิจารณ์ได้พุดให้น้องๆฟังว่า

“ การเดินทางมาที่นี่ หากถามว่าเหนื่อยไหม ก็คงตอบว่า ทางกายนั้น เหนื่อยเพราะเราก็อายุมากกันแล้ว..”

แต่ทางใจนั้น ผมมีความชุ่มชื่น ทำให้เห็นโอกาส เห็นลู่ทางในการพัฒนา ลู่ทางนี้เห็นโอกาสในการที่เราจะมาช่วยสร้างเสริม สร้างแรงบันดาลใจให้การทำคุณภาพนั้น ออกมาจากใจ เป็นการทำคุณภาพที่ต้องการรับใช้คนอื่น  เห็นคุณค่าในคนอื่น พร้อมทั้ง

เห็นคุณค่าในตัวเราเองด้วย  เป้นการพัฒนามาตรฐานจากการทำงานจริงของเราและทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์

“ เป็นการสร้างจิตวิญญาณรวมหมู่ อย่างกระตือรือร้นและเกิดพลังขับเคลื่อนสู่ระบบใหญ่ที่ต้องการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน แนวทางนี้ของสรพ. น่าจะดีที่สุด”

      เมื่อเราออกจากห้องประชุม เพื่อเตรียมขึ้นรถกลับที่พัก แสงแดดยามเย็นอ่อนแรงลง ลมเย็นๆพัดพริ้วผ่านเย็นสบายๆ วันนี้เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับจะย้ำเตือนว่า เวลาแห่งความสุขนั้นมักจะสั้นและรวดเร็วเสมอ

 น้องๆออกมายืนส่งพวกเราเต็มหน้ารพ.เหมือนเช่นเคย มีการขอถายภาพร่วมกับอาจารย์ที่มาอย่างต่อเนื่อง ภาพแล้วภาพเล่า

แม่ต้อยแอบเดินมาขึ้นรถที่กำหนดไว้สำหรับตัวเองอย่างเงียบๆ และมองภาพของความสุขที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ

อาจารย์ Marion วิ่งมาที่รถแล้วถามว่า “ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ไปถ่ายรูปกับน้องๆ”

แม่ต้อยได้เพียงแต่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร  ได้แต่แอบตอบอาจารย์ Marion ในใจว่า

ไม่ต้องถ่ายภาพหรอก เพราะว่า ภาพแห่งความสุขนี้ฝัง อยู่ในใจของแม่ต้อยตลอดเวลาอยู่แล้ว และไม่มีวันลบเลือนไปจากจิตใจอย่างแน่นอน

 

สวัสดีคะ