วัชพืชร้ายแรง

ไมยราบยักษ์วัชพืชร้ายแรงรุกพื้นที่ภาคการเกษตรเมืองร้อยเอ็ด

 

ไมยราบยักษ์มหันตภัยร้ายของเกษตรกร กำลังรุกคืบ รุกศอก รุกวา เข้าพื้นที่ภาคการเกษตรของเกษตรกรไทย  จากพื้นที่สีชมพู เป็นพื้นที่สีแดงภายในวันข้างหน้า

  • นายปราโมทย์  กาญจนรัชต์  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 7ว. สำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด   กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กล่าวว่า การผลิตภาคการเกษตรปัจจัยการผลิตคือ ที่ดิน แรงงาน ทุน ผู้ประกอบการ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผลของกำไร ขาดไรขาดทุน พื้นที่พร้อม แรงงานพร้อม ทุนพร้อม สามรถมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ปัจจัยทางธรรมชาติ การตลาดยังเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกร วัชพืชคือปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตภาคการเกษตร วัชพืชที่รุนแรงในขณะนี้คือ “ไมยราบยักษ์ เป็นวัชพืชที่สันนิษฐานว่าได้มีการนำเมล็ดเข้ามาจากอินโดนีเซีย โดยผู้นำเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2490 เพื่อใช้เป็นพืชปุ๋ยสดในไร่ยาสูบ ที่อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังพอมีหลักฐานพอเชื่อได้ว่า การนำเอาไมยราบยักษ์เข้ามาปลูกในประเทศไทยคราวนั้น ยังมุ่งที่จะใช้ไมยราบยักษ์เป็นพืชอาศัยของครั่งแทนต้นจามจุรี (Samanea saman Merr.) หรืออาจจะมีความประสงค์ต้องการปลูกไมยราบยักษ์เป็นไม้ยึดฝั่ง ป้องกันการพังทลายของตลิ่ง หรือริมฝายน้ำของกรมชลประทาน

นายปราโมทย์  กาญจนรัชต์ กล่าวต่อไปอีกว่า ไมยราบยักษ์ มีชื่อสามัญว่า “Giant  sensitive  Plant” ชื่อพฤกษศาสตร์ Mimosa pigra  อยู่ในวงศ์  Mimosceae ต้นไมยราบยักษ์ เจริญเติบโตดีตามบริเวณชายฝั่งลำธารเป็นพืชที่ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของภาคเหนือได้ดีและผลิตเมล็ดขยายพันธุ์ได้มาก ดังนั้น ในช่วงระยะเวลาไม่นานนักจึงกลายเป็นวัชพืชระบาดทั่วไปพบทั่วประเทศทั้งบริเวณริมน้ำ ที่ชื้นแฉะ และพื้นที่การเกษตร จากระดับน้ำทะเลจนขึ้นไปถึง 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่การระบาดยังรุนแรงในบริเวณที่ลุ่มน้ำขังหรือที่ชื้นแฉะ พบมีการระบาดอย่างหนักในภาคเหนือและภาคกลาง (พื้นที่สีแดง) คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร ชัยนาถ สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครนายก สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพฯ พื้นที่ระบาดปานกลาง (พื้นที่สีชมพู) คือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิษฐ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา นครนายก สระแก้ว ระยอง กาญจนบุรี และเพชรบุรี พื้นที่ระบาดปานกลาง (พื้นที่สีชมพู) อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ มีการระบาดปานกลางในภาคเหนือ ตะวันตก ตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่สีชมพู) กำลังถูกบุกรุกอย่างรุนแรง

  • นายปราโมทย์ ให้ความเห็นหับเรื่องต้นไมยราบยักษ์ว่า  ไมยราบยักษ์มีการขยายพันธุ์โดยเมล็ดได้ดี ในแต่ละปีมีการสร้างเมล็ดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเมล็ดของไมยราบยักษ์สามารถพักตัว (seed dormancy) ได้เป็นระยะเวลาหลายปีเพื่อรอโอกาสที่ปัจจัยแวดล้อมเหมาะสมต่อการงอกของเมล็ด โดยเฉพาะความชื้นที่เหมาะสมต่อการงอกของมัน จึงทำให้พืชชนิดนี้แพร่กระจายไปได้ในหลาย ๆ พื้นที่ และเมื่อเข้ายึดครองพื้นที่แล้ว ยากที่พรรณไม้อื่นจะขึ้นผสมผสานได้ เนื่องจากไมยราบยักษ์ขึ้นปกคลุมอยู่อย่างแน่นทึบ ทำให้พรรณพืชดั้งเดิม เช่น กกและหญ้าหลายชนิด รวมทั้งไม้พุ่มที่ขึ้นตามริมน้ำหรือที่ชื้นแฉะขาดแสงตายลงและค่อย ๆ สูญหายไปจากพื้นที่ ปัจจุบัน พื้นที่ริมฝังลำน้ำชี  ลำน้ำยัง ลำน้ำมูล หรืออ่างเก็บน้ำ ริมถนน เต็มไปด้วยต้นไมยราบยักษ์ ที่เจริญเติบโตบุกรุกพื้นที่ภาคการเกษตร อย่างรวดเร็วและรุนแรง เราสูญเสียพื้นที่ภาคการเกษตร ที่สำคัญโดยความรู้เท่าไม่ถึงกาล  ไม่รู้จักวิธีการป้องกันกำจัดวัชพืชที่ดีพอ 

ด้านการป้องกันกำจัด “ไมยราบยักษ์ เกษตรกรต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คือการกำจัดตั้งแต่วัชพืชไมยราบยักษ์ยังเล็ก ด้วยการขุดรากถอนโคน ส่วนการถางและตัดออกไม่สามารถกำจัดไมยราบยักษ์ได้ เพราะเป็นพืชล้มลุกคาบปี ออกดอกติดเมล็ดจำนวนมาก เมื่อฝักแก่แตกออกดีดตัวได้ เป็นการกระจายพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก  เมล็ดพันธุ์เปลือกแข็งทนทาน แข็งแรง สุดท้ายต้องใช้สารเคมีในการกำจัด หากพบเห็นต้นไมยราบยักษ์ขึ้นมาที่แห่งหนตำบลใดรีบป้องกันกำจัดตั้งแต่วันนี้ พื้นที่จะไม่ถูกวัชพืชร้ายแรงบุกรุก ครับ หากพบปัญหาการระบาดที่รุนแรง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประตำบลใกล้บ้าน ***

 

วัชรินทร์  เขจรวงศ์