การมีรอยจ้ำที่หน้าแข้ง ร่วมกับมีตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนัง เกิดได้จาก Erythema nodosum จากหลายๆ สาเหตุ

 

ถาม-ตอบ: ไขมันใต้ผิวหนังอักเสบ

 

มีคำถามจาก internet ว่า "...เป็นหญิง อายุ 24 ปี ทำงานเกี่ยวกับเอกสาร เกิดเป็นรอยจ้ำๆ บริเวณหน้าแข้งทั้งสองข้าง เป็นมาประมาณเดือนกว่าๆ แล้ว ไปพบแพทย ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค erythema nodosum ได้ยามารับประทาน คือ 1. colchicine 0.6mg. TAB 2. INDOMETHACIN TAB 25mg. (ซึ่งยาตัวที่ 1 ที่ฉลากยาระบุว่าเป็นยารักษาโรคเกาต์ด้วย) อยากทราบว่า 1. โรคนี้เป็นอันตรายหรือไม่ 2. ทานยาแล้วจะหายขาดรึเปล่า 3. อาการเจ็บตามรอยที่หน้าแข้ง จะเจ็บมากขึ้นหรือไม่…"

 

การมีรอยจ้ำที่หน้าแข้งทั้งสองข้าง ร่วมกับมีตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ  Erythema nodosum  เป็นเพี่ยงสาเหตุอย่างหนึ่ง ในหลายๆ สาเหตุที่เป็นไปได้

 

จากข้อมูลที่ผู้ถามให้มาไม่ได้บอกว่า การวินิจฉัยของ Erythema nodosum ได้รับการวินิจฉัยจากการตัดชิ้นเนื้อหรือไม่

 

จะว่าไปแล้ว Erythema nodosum  เป็นการวินิจฉัยอย่างหนึ่ง ที่พบได้ในการวินิจฉัยของ อาการตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนัง ซึ่งตามที่กล่าวไปแล้วว่ามีสาเหตุได้หลายประการ นอกจาก  Erythema nodosum  แล้ว ตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนังนี้ ยังมีสาเหตุได้จาก การมีการอักเสบของไขมัน การมีเส้นเลือดที่ผิวหนังอักเสบ หรือ มีสาเหตุอื่น

 

การวินิจฉัยที่ทำโดยการดูจากลักษณะทางคลินิกแต่เพียงอย่างเดียว คือจากการที่มีรอยจ้ำที่หน้าแข้งทั้งสองข้าง ร่วมกับมีตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนังนั้นเป็นการวินิจฉัยที่ยังไม่เจาะจง คื่อคงไม่สามารถจะบอก หรือ ชี้ชัดลงไปได้แน่นอนว่ารอยโรคที่เป็นอยู่เป็นอะไรแน่

 

กรณีที่ต้องการจะได้การวินิจฉัยที่แน่นอนนั้น ต้องดูและวินิจฉัยจากลักษณะทางพยาธิวิทยาครับ ซึ่งฟังดูแล้วไม่รู้ว่าคืออะไร โดยสรุป การวินิจฉัยจากลักษณะทางพยาธิวิทยา ก็คือ การดูชิ้นเนื้อที่ได้จากการตัดชิ้นเนื้อผิวหนังจากบริเวณที่มีรอยโรค (ตัดเพียงแค่ชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งขนาดกว้างประมาณสามหรือสี่มิลลิเมตร ยาวหรือลึกประมาณหนึ่งเซนติเมตร) ต่อมานำผิวหนังที่ได้มาฝานให้บาง แล้วย้อมสีตามกรรมวิธี นำมาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 

 

สำหรับการดำเนินโรคนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นๆ หายๆ คืออาการจะเป็นมากบ้างน้อยบ้าง ส่วนจะมีอันตรายมากน้อยหรือไม่เพี่ยงใดนั้น ขึ้นกับการวินิจฉัยที่แน่นอนดังที่กล่าวมา และ ขึ้นกับปัจจัยสาเหตุ (สมุทัย) ของโรคครับ

 

จากข้อมูลที่ให้มา รายละเอียดการรักษาที่ระบุมานั้น เป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น ในขั้นนี้ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะหายขาดหรือไม่ครับ

 

หมอสุข