จำนวนของผู้มารับบริการโรคใดโรคหนึ่งในโรงพยาบาล อาจจะไม่ได้บอกถึง จำนวนที่แท้จริงในสังคม เพราะผู้ที่มีอาการของบางโรคอาจไม่มาพบแพทย์ เพราะบ้านเรานั้น เรา (คือเราๆ ท่านๆ) มีอิสระในการซื้อยา จากแหล่งต่างๆ (มาก) เหลือเกิน เช่น ซื้อจากร้านขายยา จากการขายตรง (การขายแบบชั้นเดียวในแนวระนาบ หรือ ขายหลายชั้น หรือ MLM multi-level marketing) จากหมอพื้นบ้าน หมอกลางบ้าน จากเพื่อนๆ จากการสั่งซื้อ ทางอินเตอร์เนททุกรูปแบบ
เคยได้ยินไหม...
- น้ำมนต์ใส่พาราเซทตามอล กินแล้วหายปวดชงัดนัก
- ยาลูกกลอนใส่ยาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะสตีรอยด์ (เช่นยาที่ชาวบ้านเรียกยากษัยเส้น) กินแล้วอ้วน บวม ความดันสูง กระเพาะทะลุ กระดูกผุ หัก
- อย.ทะลายแหล่งผลิตยาฝ้า ใส่สารต้องห้าม เช่น ปรอท ไฮโดรควินโนน
- ฯลฯ
เคยได้ยินไหม...
ในบางประเทศ
...จะซื้อยาคุมกำเนิดต้องมีคำสั่งแพทย์
...จะกินยาปฏิชีวนะต้องให้แพทย์สั่งยาให้
ผลเสียจากความอิสระ ที่ว่าข้างต้นมีทั้งต่อระดับ บุคคล ครอบครัว และ สังคม
มาช่วยกันคนละไม้ คนละมือ โดยการรู้เท่าทัน และช่วยกันระมัดระวัง ตนเอง และคนรอบข้าง ให้ปลอดภัยจาก การบริโภคยาอันตรายกันเถอะครับ
ใครมีไอเดียดีๆ ลองแวะมาบอกหน่อยครับ ว่าจะช่วยกันดูแล เรื่องนี้กันอย่างไร
หมอสุข


เมนูของ mcreme





เมื่อ พฤ. 26 เม.ย. 2550 @ 14:01
238976 [ลบ]
ผมเคยได้ยิน..
* วันนี้ผ่านมาอนามัยเลยแวะมาขอยาหมอเผื่อเก็บไว้ใช้หน่อย
* ไหนๆ ได้เข้ามาในเมืองแล้ว แวะไปขอยาที่โรงพยาบาลดีกว่า
ฯลฯ
เป็นการสะท้อนพฤติกรรมสุขภาพของชาวชนชบทในยุคนี้พอสมควรครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการสื่อสารของหมอเมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้จะสร้างความเข้าใจในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ และการเข้ารับการรักษาตามความเหมาะสมและจำเป็นได้มากน้อยเพียงใด ?
ด้วยความเคารพ
เมื่อ ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 15:00
240221 [ลบ]
ขอบพระคุณ นายประชาชน ที่แวะมาอ่านและให้ข้อคิดความเห็น
การเก็บยาไว้ที่บ้านคงไม่มีผลกระทบอะไรมากมาย กรณีนี้คงจะดีกว่ากรณีที่ ไม่สบาย แต่ไม่มียา เล่ยต้องหายาจากแหล่งอื่นๆ ที่อาจเพิ่มโอกาสที่ จะได้ยาอันตรายนะครับ
ก็เห็นด้วยว่าการขอยาเผื่อ คงสะท้อนพฤติกรรมสุขภาพไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ดี...
หมอสุข