แม่...เหมือนเทวดาจะรู้ดีก่อนใครถ้าเราผิดปกติ คุณว่าจริงมั้ย?
วันแรกที่เราลืมตาดูโลก มีลมหายใจ หัวใจน้อยๆ เริ่มทำงานนั้น
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็ดปวด ทรมาน แทบขาดใจ
แต่มีเพียงเสียงร้องของเด็กน้อยที่เป็นสัญลักษณ์ถึงการมีชีวิต
ผู้หญิงคนนั้นก็ลืมความเจ็บปวดทั้งหมด เผยรอยยิ้มน้อยๆ
ให้เห็นพร้อมกับน้ำตาแห่งความยินดี
ใครหรือ...คือผู้หญิงคนนั้น...?
แม่ของฉันไงคะ.... เธอคนนั้นคือแม่ของฉันเอง...
ฉันมีแม่ที่ประเสริฐยิ่งนัก เคยมีเหตุการณ์หลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับฉัน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันผิดปกติไม่ว่าจะในทางดีหรือไม่ดี เหมือนเสียการทรงตัว ทำอะไรแปลกๆ ไป หรือใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และคนที่รับความรู้สึกนั้นก่อนใคร ไม่ใช่ใคร “แม่ฉันเอง” ทั้งๆ ที่ฉันไม่เคยบอกอะไรกับแม่ก่อนหน้านั้นเลย แต่แม่กลับจับความผิดปกติ และรับความรู้สึกในใจฉันได้ เหมือนเป็นเครื่องมือวัดความผิดปกติของฉัน
ฉันไม่รู้ว่าแม่คนอื่นเป็นหรือเปล่า แต่ฉันไม่เคยทำไขสือกับแม่ได้นาน แม่จะจับได้ทุกที และฉันก็ต้องเล่าให้ฟังทุกครั้งไป
แม้จะอยู่ไกลกัน ฉันก็ต้องฉงนกับการที่แม่มักโทรมาหาในเวลาที่ผิดปกติเหมือนกับจะรู้ล่วงหน้าหรือมีญาณวิเศษรับรู้ได้ ฉันไม่ถือว่าสิ่งนี้ทำให้ฉันอึดอัด แต่ฉันกลับรู้สึกดีที่มีคนคนหนึ่งรับรู้อะไรบางอย่างจากเราได้โดยที่เราไม่ต้องพูด อาจเป็นเพราะฉันมั่นใจในการกระทำของตัวฉัน ว่าไม่เคยทำอะไรไม่ดีปกปิดแม่
ทุกครั้งที่ฉันไม่สบายใจ ฉันเลยมีสายตาห่วงใยแอบด้อมๆ มองๆ อยู่ใกล้เสมอ บางเรื่องที่ฉันยังไม่พร้อมที่จะเล่า แม่ก็ไม่เคยเซ้าซี้ มีเพียงคำพูดไม่กี่คำซึ่งทำให้เรารู้สึกดีได้ทั้งๆ ที่แม่ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องอะไร
คุณทราบไหมคะว่า แม่ยังปฏิบัติกับฉันเหมือนฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ ในสายตาของแม่เสมอ แม่จะคอยโทร. เตือนให้ฉันทานข้าว กินยา อยู่ไหนลูก เมื่อไหร่จะกลับบ้าน ขับรถดีๆ นะลูก อยากทานอะไร โอ๊ย! ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าแม่ทำได้.... แม่ทำให้ฉันทุกอย่าง
เวลาที่ฉันทำงานฉันจะเป็นหญิงแกร่ง เข้มแข็ง ทำงานอย่างแข็งขัน ทุ่มเท เหมือนที่แม่ฉันเป็น ทุกคนจะตั้งฉายาให้ฉันว่า “หญิงเหล็ก” แต่เวลาฉันอยู่กับแม่ ฉันก็ยังเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงขี้อ้อนคนหนึ่ง ขี้แย ขี้เล่น ขี้สงสาร อ่อนไหวเสียน้ำตาได้ง่ายเหลือเกิน อันนี้แม่ไม่ได้สอน มันเป็นเอง
แม่จ๋าหนูรักแม่มากที่สุดในโลกค่ะ
แม่เป็นพระพรหมของลูก - แม่มีพรหมวิหารสี่ อันประกอบด้วย ความเมตตา คือ ความรัก ความปรารถนาดีต่อลูก ความกรุณา คือ มีความเห็นอกเห็นใจลูกอย่างแท้จริง เมื่อลูกประสบความสำเร็จหรือเจริญก้าวหน้าก็มีมุทิตาจิต คือยินดีอย่างจริงใจ ครั้นลูกผิดพลาด ก็มีใจอุเบกขา คือไม่ซ้ำเติม และให้กำลังใจแก่ลูก
แม่เป็นครูคนแรกของลูก - แม่สั่งสอนลูกเสมอให้ลูกเป็นคนดี มีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ครรภ์ของแม่คือบ้านหลังแรกของลูก - ครรภ์ของแม่ เป็นที่อาศัยนอน ที่กิน ที่ขับถ่าย บ้านหลังแรกที่แม่ให้ลูกอยู่โดยไม่คิดค่าเช่า ถึงเก้าเดือนเต็ม
แม่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่คือให้ชีวิตลูก - วันที่ลูกเกิดแม่ต้องแลกด้วยชีวิตของท่าน แม่ลืมความเจ็บปวดเป็นปลิดปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าลูกปลอดภัย
แม่คือผู้ปกป้อง - อ้อมแขนที่ปรานีและให้ไออุ่นของแม่มันช่างอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมอกแม่
ถ้าฉันจะมีเทวดาประจำตัวที่คอยปกป้อง ฉันก็ขอยกให้ “แม่” เป็นเทวดาองค์นั้น
“แม่”ผู้ที่มิได้หยั่งรู้ดินฟ้า แต่...เป็นผู้หยั่งรู้จิตใจลูก และเป็นผู้เดียวที่ฉันไม่ต้องพูดอะไร แม่ก็เข้าใจ แม่คือแสวงสว่างนำทางชีวิตของลูก
สายสะดือโดนตัดไปนานแล้ว...
แล้วอะไรนะที่ทำให้เรายังโยงถึงกันอยู่ ? แปลกจัง....
แม่ของลูก... ก็คือเม่ของหลานๆ

หลานคนโต น้องเน : ชุติมณฑน์

หลานคนรอง น้องนุ๊ก : ชนนิกานต์
หลานคนเล็ก แต่ตัวโตกว่าใครๆ น้องนนท์ : ณัฐนนท์
ครูใจดีได้รับ FW mail จากเพื่อน "คำที่แม่ขอให้ทำ ก่อนที่จะสายเกินไป"
เพื่อนกัลยาณมิตรทั้งหลาย ลองอ่านดูนะคะ ซาบซึ้งมากค่ะ
เมื่อคุณเกิดมาในโลกนี้ แม่อุ้มคุณไว้ในอ้อมอก คุณขอบคุณแม่ด้วยการเปล่งเสียงร้องไห้
เมื่อคุณอายุ 1 ขวบ แม่ป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ คุณขอบคุณแม่โดยการร้องไห้งอแง
เมื่อคุณอายุ 2 ขวบ แม่สอนให้คุณหัดเดิน คุณขอบคุณแม่ด้วยการวิ่งหนีทุกครั้งที่แม่เรียกหา
เมื่อคุณอายุ 3 ขวบ แม่ทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก คุณขอบคุณแม่ด้วยการโยนจานลงบนพื้น
เมื่อคุณอายุ 4 ขวบ แม่ให้ดินสอสีแก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการระบายสีเลอะเต็มบ้าน
เมื่อคุณอายุ 5 ขวบ แม่แต่งชุดสวยๆ(หรือหล่อๆ)ให้คุณไปเที่ยว คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำชุดเลอะโคลน
เมื่อคุณอายุ 6 ขวบ แม่ไปส่งคุณที่รร. คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้ตะโกนว่า 'ไม่ไป... ไม่ไป... ไม่ไป...''
เมื่อคุณอายุ 7 ขวบ แม่ซื้อไอศกรีมให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว
เมื่อคุณอายุ 8 ขวบ แม่ซื้อลูกบอลให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำกระจกเพื่อนบ้านแตก
เมื่อคุณอายุ 9 ขวบ แม่สอนให้คุณเล่นเปียโน คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม
เมื่อคุณอายุ 10 ขวบ แม่พาคุณไปเรียนพิเศษและพาไปงานวันเกิดเพื่อน คุณขอบคุณแม่ด้วยการกระโดดลงจากรถโดยไม่คิดที่จะหันกลับมามอง
เมื่อคุณอายุ 11 ขวบ แม่พาคุณกับเพื่อนไปดูหนัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการขอที่นั่งคนละแถว (หรือขอให้แม่ไม่ต้องดู)
เมื่อคุณอายุ 12 ขวบ แม่เตือนคุณว่าอย่าดูทีวี คุณขอบคุณแม่ด้วยการรอให้แม่ไปข้างนอกแล้วดูต่อ
เมื่อคุณอายุ 13 ปี แม่บอกให้คุณตัดผม คุณขอบคุณแม่ด้วยการด่าแม่ว่า "แม่นี่...ไม่มีรสนิยมเลย ไม่ต้องกะหนู (ผม) หรอก"
เมื่อคุณอายุ 14 ปี แม่จ่ายเงินซัมเมอร์แคมป์ ที่แพงแสนแพงเพื่อให้คุณได้เรียนสิ่งที่ดีๆ คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เขียนจดหมายหาแม่ซักกะฉบับ
เมื่อคุณอายุ 15 ปี แม่กลับบ้านหลักงานเลิกอยากกอดคุณสักกอด คุณขอบคุณแม่ด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้อง
เมื่อคุณอายุ 16 ปี แม่สอนคุณขับรถ คุณขอบคุณแม่ด้วยการขับรถหนีแม่ไปเที่ยว
เมื่อคุณอายุ 17 ปี แม่จ่ายค่าเรียนกวดวิชา คุณขอบคุณแม่ด้วยการให้แม่ส่งข้างนอกเพื่อจะได้ไม่อายเพื่อน
เมื่อคุณอายุ 18 ปี แม่ร้องไห้ในวันที่คุณจบชั้นมัธยม คุณขอบคุณแม่ด้วยการฉลองยันเช้า
เมื่อคุณอายุ 19 ปี แม่รอโทรศัพท์สายสำคัญ คุณขอบคุณแม่ด้วยการใช้สายตลอดคืนนั้น
เมื่อคุณอายุ 20 ปี แม่ถามว่าคุณมีแฟนรึยัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการตอบว่า 'แม่อย่ามายุ่งกะหนู(ผม)เลย'
เมื่อคุณอายุ 21 ปี แม่แนะนำอาชีพของแม่ให้คุณทำในอนาคตของคุ ณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า 'หนู(ผม) ไม่อยากเป็นอย่างแม่'
เมื่อคุณอายุ 22 ปี แม่อยากกอดคุณในวันรับปริญญา คุณขอบคุณแม่ด้วยการกอดกับเพศตรงข้ามกับคุณ
เมื่อคุณอายุ 23 ปี แม่ซื้ออพาร์ตเม้นท์และเฟอร์นิเจอร์ให้แก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการว่ากับเพื่อนๆ ลับหลังว่า 'มันช่างเชยและน่าเกลียดเสียนี่กระไร'
เมื่อคุณอายุ 24 ปี แม่บอกให้คุณพาแฟนของคุณมาหาแม่ เมื่อคุณพามา แม่ถามพวกคุณว่าอนาคตวางแผนไว้ว่าอย่างไร คุณขอบคุณแม่ด้วยการจ้องเขม็งและพูดว่า 'แม่จะมายุ่งอะไรกะหนูอีกเนี่ย'
เมื่อคุณอายุ 25 ปี (สำหรับผู้ชาย) แม่ช่วยออกค่าสินสอดให้กับคุณ และบอกกับคุณว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า 'อายคนอื่นเขาน่า แม่' (สำหรับผู้หญิง) แม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานให้คุณ และบอกว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า 'หนูอยากไปอยู่ต่างประเทศเพื่อจะได้สวีทกับแฟนโดนไม่มีแม่'
เมื่อคุณอายุ 30 ปี แม่โทรมาหาและแนะนำวิธีเลี้ยงเด็ก คุณขอบคุณแม่โดยการบอกว่า 'สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะค่ะแม่'
เมื่อคุณอายุ 40 ปี แม่โทรมาชวนคุณไปงานวันเกิดญาติ คุณขอบคุณแม่และญาติว่า 'ตอนนี้ไม่ว่างเลย'
เมื่อคุณอายุ 50 ปี แม่ชราและไม่สบาย อยากให้คุณดูแล คุณขอบคุณแม่ด้วยการบอกว่า 'มันเป็นภาระนะแม่ หนูมีงานอีกเยอะแยะ'
และแล้ววันหนึ่ง แม่จากคุณไปอย่างสงบ และทุกอย่างที่คุณไม่เคยทำมาก่อน จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณ
โปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถึงความลึกซึ้ง แด่... ' แม่'
ไม่มีอะไรมาแทนแม่ได้ แม้ว่าบางคราวแม่จะไม่ใช่คนที่เข้าใจคุณมากที่สุด หรือเห็นด้วยกับคุณ แต่ก็คือ'แม่ 'ของคุณ และเชื่อได้ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ รับฟังคุณ ความกังวลของคุณ
ลองถามตัวเองดู คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้า ความกังวลใจไม่ว่าจากการงาน จากงานบ้าน หรือจากงานในครัวของแม่ไหม คุณเคยนึกถึงความทุกข์ของแม่ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อคุณและทุกคนไหม
รักแม่ให้มาก แม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่างการ เพราะเมื่อแม่จากไป จะเหลือเพียงความเสียใจและความทรงจำเท่านั้น
อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด รัก'แม่'ให้มากกว่ารักตัวเอง แสดงให้แม่รู้ว่าคุณก็ 'รัก' ก่อนที่จะทำได้เพียงบอกรักกับ 'รูป' ของแม่เท่านั้น
อยากกู้ร้องให้ก้องฟ้า..."หนูรักแม่ที่สุดในโลกค่ะ..."
แม่ของฉัน...
แม่ของฉันคือทุกสิ่ง คือผู้หญิงที่เป็นที่สุด เสมอมา
แม่เข้มแข็งแม้จะเหนื่อยล้า แม่จ๋ารักแม่
แค่มือนั้นแตะตรงหน้าผาก ก็แทนความรักที่แสนยิ่งใหญ่ไม่ผันแปร
ไม่มีใครแล้ว จะมีรักแท้เหมือนแม่ แม่ของเรา
ใครไม่กินไม่นอน เมื่อเราตัวร้อนเป็นไข้ ใจเค้าร้อนกว่าไฟตั้งหลายเท่า
วันที่เรามีน้ำตาก็ใครที่เจ็บกว่าเรา แต่เค้าคนเดียวที่คอยปลอบใจ
แม่จ๋า ลูกขอโทษ ที่เคยทำให้แม่ต้องโกรธ ต้องเสียใจ
มือลูกน้อยขอกราบลงไป ที่หัวใจที่ตักแม่
ใครไม่กินไม่นอน เมื่อเราตัวร้อนเป็นไข้ ใจเค้าร้อนกว่าไฟตั้งหลายเท่า
วันที่เรามีน้ำตาก็ใครที่เจ็บกว่าเรา แต่เค้าคนเดียวที่คอยปลอบใจ
มือลูกน้อยขอกราบลงไป ด้วยหัวใจ กราบที่เท้าแม่...
ขับร้องโดย พั้นซ์ วรกานต์
![]()
** วันนี้ครูใจดีได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่.... ได้กราบที่เท้าของแม่ กอดแม่ แม่กอดลูบหัวลูบหลัอวยพรให้มีความสุข หายโรคหายภัย.... เป็นการเติมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่เลวร้าย มีแม่เป็นแรงใจอย่างนี้ลูกจะสู้และอดทนให้ถึงที่สุดค่ะแม่ขา
** ของขวัญที่มอบให้แม่ปีนี้ คือต่างหู (ชอบทั้งแม่และลูก) แม่เห็นแล้วปลื้ม ใส่ทันทีกลับชุดผ้าไทยสีฟ้า ซึ่งแม่จะไปร่วมพิธีถวายพระพรที่ศาลากลางจังหวัด แม่เป็นผู้เชิญพานพุ่ม ในฐานะประธาน อสม.ชุมชนตลาดท่าเสา แม่สวยมาก สวยสมวัย ภูมิใจในตัวแม่ที่สุด แม่ที่จบแค่ ป.4 ที่เลี้ยงลูกมาเพียงลำพังด้วยสองมือของแม่ หนูรักแม่ค่ะ...


ครูใจดีก็ได้รับของขวัญจากลูกเหมือนกัน
นอกเหนือจากอ้อมกอด หอมแก้ม และรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้า
แม้ว่าจะไม่มีค่ามากมาย... แต่มีคุณค่าทางใจ
กล่องของขวัญ และการ์ดเล็กๆ ที่ทำด้วยมือของเค้าเอง....
ในกล่องของขวัญ รู้ไหมคะว่าคืออะไร?
"นมสดตราหมี....1 กระป๋อง และแบร์น ให้แม่ดื่มบำรุงจะได้แข็งแรง" โอ๊ย! ปลื้มๆๆๆ


มีความสุขแค่ไหน? กับสิ่งที่ลูกทำให้แม่....









คุณแม่พี่จุ๋มก็ยังสาวอยู่เลย ซึ้งๆ กับความรักความผูกพันของสี่สาว สองหนุ่มนะคะ ;)
ภาพน้องนุ๊ก น้องเนรับน้องใหม่ไหมคะพี่ ชื่นชมกับการเขียนบันทึกสไตล์ตกเบิกค่ะ ๕ ๕
เข้ามาร่วมน้อมรำลึกถึงพระคุณแม่ครับ
ขอบคุณครับที่มีบันทึกดีๆ ที่มีคุณค่าเพื่อแม่....
บันทึกดีๆที่โยงถึงสายสัมพันธ์ของคนที่มีแม่ในหัวใจ...และคนที่เป็นแม่ของลูก
แม่เราจะอยู่ในใจเราเสมอ และวันแม่ของเรามีได้ทุกวันไม่ใช่แค่วันนี้หรือเดือนนี้ ปีนี้
รักและระลึกถึงแม่เสมอมาค่ะ...
ครูใจดีครับ
โทษทีครับ ผมไม่ทราบเลยว่าป่วย เพียงแต่เห็นว่าหายไปนาน เลยไม่ได้ส่งกำลังใจมาเยี่ยม
หายป่วยแล้ว ขอให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งกายและใจครับ
สวัสดีครับ
แม่ยังอยู่ในใจลูกเสมอ..แม้วันนี้ จะเหลือเพียงรูปใบสุดท้าย....
คิดถึงแม่ทุกวันเลยครับ...ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
เอื้ออาทร อ่อนหวาน ประสานรัก
ไม่เคยผลัก ไม่เคยไส ไม่หน่ายหนี
ใจของแม่ เมตตา เปี่ยมปราณี
ในโลกนี้ ไม่มีเปรียบ เทียบแม่เรา
สวัสดีท่าน ครูใจดี ครับ
รักแม่ให้ดีที่สุดในวันนี้
ในปัจจุบัน
ขอบพระคุณสำหรับบันทึกเพื่อแม่บันทึกนี้ครับ...