เพราะสงสัย..
เหตุเกิดจาก..วลีพระเจ้าช่วยกล้วยทอด ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า คำคล้องของวลีนี้ทำไมต้องเป็นกล้วยทอดด้วยล่ะ หรือมันมีที่มาที่ไปที่ฉันไม่รู้ หรือตามไม่ทันกับมุขใหม่ๆของคนรุ่นใหม่ แต่ถึงกระนั้นก็ตามไม่ว่ามันจะมีเหตุผลกลใด มันก็ยังมีส่วนที่ทำให้ฉันต้อง มานั่งบันทึกเรื่องราวนี้ เพราะตัวฉันเองนั้นเป็นคนที่ชอบกินกล้วย จะกล้วยแปลงร่างเป็นอะไร อย่างไง ก็ติดตามมันอยู่เนืองๆ กล้วยทอด กล้วยฉาบ กล้วยเชื่อม กล้วยอบเนย กล้วยอะไรต่อมิอะไร ขอให้มันเป็นเรื่องกล้วยๆ ล่ะชอบนัก
ฉันชอบกินกล้วยทอด (กล้วยแขก) ฉันมักจะไปหาซื้อที่เขาร่ำลือกันว่าเด็ดนัก กินทีละก็เป็นต้องโมโหกับพวกที่ลิ้นจระเข้จริงๆ (กินอะไรก็อร่อย)เพราะฉันกินแล้วไม่เห็นอร่อยตามที่เขาบอกหรือเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดเล้ย.. พับผ่าเถอะ...
จึงรู้สึกว่าเราน่าจะลองทำกล้วยทอดเองนะ เผื่อจะเกิดสูตรเด็ดที่อร่อยล้ำ เกิดเป็นอาชีพให้กับผู้ที่กำลังมองหาอาชีพเสริม ส่วนตัวฉันไม่ชอบค้าๆขายๆ กลัวตีกับลูกค้า...
ฉันก็เที่ยวไปถามไถ่ บรรดา คุณย่าคุณยายคนรุ่นเก่าๆ (กว่าฉัน) ว่าพอจะมีสูตรหรือเคล็ดเกือบลับการทำกล้วยทอดให้อร่อยหรือไม่ และก็ได้เรื่องจริงๆ ฉันไปเจอคุณยายท่านหนึ่ง ท่านคุยว่าสมัยที่ท่านยังสาวๆ (นานพอดู) ในละแวกชุมชนที่ท่านอยู่ไม่มีใครไม่รู้จักกล้วยทอดฝีมือคุณนายโสภา(เป็นคุณนายจริงๆ)เพราะทอดกันแต่ละคราวขอโทษ กระทะใบบัว นะจะบอกให้ ทำเท่าไรก็ไม่พอขาย สมัยนั้นไม่ได้ทำพิสดารเหมือนในปัจจุบัน...ทำง่ายๆคือ... แล้วท่านก็บอกสูตรที่ท่านทำ
แค่มี...ข้าวจ้าว น้ำตาลทราย เกลือ น้ำปูนใส มะพร้าวขูด น้ำเปล่า...แค่เนี่ยล่ะ ก็อร่อยได้แล้ว
ฉันมาพิจารณาสูตร ท่าทางมันจะได้กล้วยทอดที่หนาๆ แข็งๆ แน่ๆ เพราะมีแต่ข้าวจ้าวเป็นหลัก จึงได้ไปปรึกษาพี่สาวที่สนิทกันท่านหนึ่ง ท่านจบทางด้านโภชนาการ ฉันเอาสูตรที่ยายโสภาบอก ไปให้เธอลองวิเคราะห์ดู (ดูจริงจังแท้โน๊ะ) เธอบอกว่ามันแข็งแน่นอน และเธอก็ให้สูตรใหม่มา
แป้งข้าวจ้าว 900 กรัม แป้งว่าว 100 กรัม น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม เกลือป่น 1 หรือ 2 ช้อนชา มะพร้าวขูดขาว 800 (1000) กรัม น้ำปูนใส 1 (2) ถ้วยตวง น้ำเปล่า และ ถั่ว งา ตามศรัทธา...
มาถึงวิธีทำ ฉันก็แค่เอาส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันนวดให้เข้ากันด้วยน้ำเปล่ากะดูอย่าให้ข้นหรือเหลวเกินไป แล้วก็เอางาใส่ให้มันพอสวยงาม
และเคล็ดลับอยู่ตรงนี้ นำแป้งที่ผสมได้ไปแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน ท่านว่า จะทำให้แป้งที่ได้กรอบ...
แล้วฉันก็ลองทำตามสูตรนี้ ผลออกมา มันอร่อยจนน้ำหูน้ำตาไหล ปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด รีบนำไปให้เจ้าของสูตรที่คิดค้นทั้งสองท่านได้ลองชิม ท่านก็ปลื้มกับลูกศิษย์ เหลือเกินชมไม่ขาดปาก ว่า อร่อยมากๆ กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน เสียงร่ำลือไปเข้าหูเพื่อนบ้านมาขอซื้อไปลองกิน ฉันก็เลยขายให้ (ช่วยค่าน้ำมัน อิอิ ) วันนั้น ทั้งแจกทั้งแถม เหงื่อหยด สนุกดี แต่มาติดตรงที่น้ำมันแพงเนี่ยละ เลยไม่มีใครสนใจอยากได้สูตรไปทำขาย...ดีสม
เอ่อ...แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมถึง พระเจ้าช่วยกล้วยทอดอยู่ดีนั่นล่ะ ใครรู้บอกหน่อยได้ม๊าย
หน้าตาหนูน่าอร่อยไม๊ค่ะ
สวัสดีค่ะป้าเหมียว
ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะป้าเหมียว สงสัยภาษาพาไป แบบคล้องจองกันมังคะ อิ อิ
ป้าเหมียวสามารถจังค่ะ แค่วลีสั้นๆ ได้กล้วยทอดมาแถมหลายกระจาดเลย
สวัสดีคะ ป้าเหมียว...
แล้วทำไมมีกล้วยแขกด้วยคะ บางคนเรียกกล้วยแขกค่ะ ป้าเหมียวว่าเหมือนกันไหมคะ อิอิ
มาซ้ำสองซะเลยค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะป้าเหมียว
ขอบพระคุณท่าน ดร.จรุญ
น้องปูจ๋า
น้องพอลล่า
น้องซิลเวีย
คุณหนู vij
คุณมนัสนันท์คะ
ป้าเหมียวน่ากินมากๆๆๆ พระเจ้าช่วยกล้วยตากได้ไหม จะได้ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำมัน ฮ่าๆๆ
ท่านดร.ขจิต
หรืออาจมีที่มาอย่างอื่น... น่าใจหาข้อมูลเหมือนกันนะคะ
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกินกล้วยทอดเพราะหลีกเลี่ยงของทอดเพื่อสุขภาพค่ะ
ป้าเหมียวจ๋า..
พระเจ้าช่วย...กล้วยทอด มีที่มาแต่ใดไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีหนูก็ใช่เป็นคำติดปากตลอดเลย อิ..อิ.. มีอีกหลายกล้วยด้วยแหละ คริ..คริ . .^__^..
คุณธรรมทิพย์ค่ะ
คุณครูตุ๊ก...................แก
อยากชิมกล้วยทอดป้าเหมียวมากกว่าอยากรู้ว่าทำไมพระเจ้าช่วยต้องกล้วยทอดน่ะค่ะป้าเหมียวน่ะค่ะ