"มีผู้ใช้ไวโอลินเล่นเสียงทุ้มของเชลโลได้โดยไม่ต้องจูนสาย"
เป็นสกู๊ปข่าวใน The New Scientist ซึ่งเขาเสนอไว้สั้น ๆ แบบให้ไปหาอ่านจากฉบับเต็ม ผมก็เอาคำหลักไปค้นต่อจาก google ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
พูดถึงตรงนี้ คนที่ไม่ได้สนใจดนตรีประเภทเครื่องสีของฝรั่งมาก่อน อาจนึกภาพตามไม่ออก ขอผมขยายความสั้น ๆ
เครื่องสายตระกูลไวโอลิน มีโทนเสียงที่เหลื่อมกันอยู่ ไวโอลินจะมีสายเสียงแหลมสุดคือสาย E และทุ้มสุดคือสาย G (เรียงเป็น E,A,D,G) ถ้าเพิ่มสายทุ้มขึ้นสายนึง ตัดสายเสียงแหลมสุดออกสายนึง ก็จะกลายเป็นไวโอลา (A, D, G, C) และถัดขึ้นมาอีกระดับก็จะเป็นเชลโล (ถ้าจำไม่ผิด จะเป็น D, G, C, E) ซึ่งสาย E ของ cello จะทุ้มกว่าสาย E ของไวโอลินขึ้นมา 1 octave โดยเสียงเชลโลจะทุ้มมาก เวลาฟังใกล้ ๆ ให้เขาเล่นดัง ๆ เราจะรู้สึกอวัยวะภายในกระเพื่อมตามได้
สาย G (G-string) เป็นสายที่ให้เสียงทุ้ม ขนาดเหมือนเส้นลวดทั่วไปจนมีผู้เอาคำว่า จี-สตริง ไปใช้กับเรื่องเสื้อผ้าด้วย จนความหมายกลายเป็นอื่นไปหมด
บางเพลงที่ไล่เสียงช่วงกว้าง มีทั้งแหลมมากและทุ้มมาก อาจเล่นทุ้มด้วยไวโอลินไม่ได้ สาย G ทุ้มไม่มาก การค้นพบนี้กรุยทางให้ไวโอลินสามารถเล่นในแถบเสียงที่เป็นไปได้กว้างกว่าเดิมมาก ไม่ต้องง้อเชลโลหรือไวโอลาอีก (ถ้าเล่นเป็น)
ข่าวดังกล่าวน่าสนใจเพราะ Mari Kimura นักไวโอลิน เป็นผู้ค้นพบเทคนิคนี้ และเริ่มเผยแพร่ครั้งแรกในปี 1994 ทั้ง ๆ ที่ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่มีความเป็นมายาวนานหลายร้อยปี เป็นทักษะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเล็ดลอดการค้นพบของนักไวโอลินฝีมือระดับปรมาจารย์นับไม่ถ้วนที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ได้
ผมลองหา download เพลงที่ Kimura เล่นเองมาฟัง พบว่าเสียงทุ้มจะไม่น่าฟังเท่าเชลโลจริง แต่ก็ใช่คีย์นั้นจริง
วิธีดังกล่าว เธอเล่าว่า อยู่ที่ตำแหน่งและวิธีการวางนิ้วบนสายสตริง วิธีการจับคันชักขณะสีให้มีแรงกดที่เหมาะสม และความเร็วในการสีเหมาะสม จะทำให้สามารถดึงโน๊ตเสียงเลียนแบบเชลโลออกมาได้
สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า subharmonic ซึ่งดูเหมือนนักฟิสิกส์ยังหาคำอธิบายที่ลงตัวไม่ได้
การค้นพบนี้ให้ข้อคิดว่า เรื่องเก่าแก่ที่เราคิดว่าคนรู้จักแบบทะลุปรุโปร่งแล้ว บางครั้งก็ยังมีอะไรแปลก ๆ ซ่อนอยู่อีก
มีเรื่องน่ารู้ซ่อนอยู่หลายชั้นในสิ่งที่เราเห็นเป็นเรื่องพื้น ๆ เราจะเห็น-ไม่เห็น เป็นอีกเรื่อง
หากสนใจ ฟังเสียง subharmonic จากไวโอลินได้ที่
http://homepages.nyu.edu/%7Emk4/subharmonics.html
หากสนใจ อ่านต่อที่
http://homepages.nyu.edu/%7Emk4/bundler-interview.html
http://www.angelfire.com/music2/davidbundler/kimura.html
http://www.collisiondetection.net/mt/archives/2006/06/index.html
http://homepages.nyu.edu/%7Emk4/ASVA.html
http://www.angelfire.com/music2/davidbundler/kimura.html
http://homepages.nyu.edu/~mk4/bundler-interview.html
http://www.ingentaconnect.com/content/routledg/jnmr/1999/00000028/00000002/art00006


เมนูของ wwibul





เมื่อ อ. 10 ต.ค. 2549 @ 15:50
83028 [ลบ]
เมื่อ พ. 11 ต.ค. 2549 @ 12:46
83358 [ลบ]
เมื่อ พ. 11 ต.ค. 2549 @ 13:44
83374 [ลบ]
เมื่อ ส. 21 มิ.ย. 2551 @ 21:24
710660 [ลบ]
ขอบคุณอย่างมาก ๆ ค่ะ
คุณครูไวโอลินที่ดิฉันเรียนด้วย อายุมากแล้ว(เจ็ดสิบกว่า) ดูเหมือนท่านจะเล่นได้นะคะ
เมื่อ ส. 21 มิ.ย. 2551 @ 21:47
710696 [ลบ]
น่าทึ่งครับ
สิ่งที่เราเคยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา อาจมีอะไรที่ลึกล้ำซ่อนอยู่