การพัฒนาบุคลากร (HRD)
การเรียนรู้เรื่อง งานพัฒนาคน ที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองศึกษาจากประสบการณ์และจากตำราประกอบกัน โดยเริ่มจากที่ถูกจับมาเข้าร่วมคณะกรรมการโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดความยุ่งยากในใจพอสมควร แต่มาถึงวันนี้กลับรู้สึกว่า เราได้รับโอกาสจากผู้บริหาร จากเพื่อนร่วมงานที่ผ่านมา ที่ได้เรียนรู้ว่า ไอ้การทำงานหลากหลายแบบนี้ (หรืออาจจะเรียกว่างานจับฉ่าย ก็เห็นจะไม่ผิดซะทีเดียว) มันเป็นการบังคับให้เราได้ไปศึกษางานหลากหลายด้าน และได้ค้นพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกันทั้งหมดทั้งสิ้น
งานพัฒนาบุคลากรในระบบราชการ หลายๆคนอาจมองว่าคือการหา training need การวางแผนการอบรม การไปฝึกอบรม และการประเมินผล หรือนอกจากนี้ก็มี competency เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อประเมินความสามารถของบุคลากรในองค์กรของตัวเอง ไว้ใช้เป็นข้อมูลประกอบเพื่อหา training need ทำให้เกิดการวางแผน"ระบบ" เกิดระบบการประเมินผลสมรรถนะ เกิดระบบการควบคุมการไปฝึกอบรมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งตัวชี้(ไป)วัด ก็คือ จำนวนครั้งที่บุคลากรได้รับการฝึกอบรมต่อคนต่อปี และอะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง ซึ่งเมื่อสมมติว่า การทำงานพัฒนาบุคลากรคือการต่อยมวย ก็คงคล้ายกับการแย้บคู่ต่อสู้ โดยไม่ยอมต่อยให้โดนเป้าเสียที
ต่อยไม่โดนเป้า เพราะ มองเห็นเป้าไม่ชัด
ระบบต่างๆที่คิดขึ้นมา และตัวชี้(ไป)วัดจากเบื้องบน ทำให้เราลืมเป้าหมายของตัวเราเอง
เป้าหมายของ HRD คืออะไร?
จากการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในคลินิคและในชุมชน เราได้เรียนรู้ว่า ที่อ.หมอได้เคยสอนเราไว้ว่า สุขภาวะ คือ การมีความสุข ทั้งกาย จิตใจ สังคม และปัญญา สิ่งนี้ เป็นหลักให้เราใช้ยึดถือไว้เสมอในการทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งที่จริงแล้ว การเปลี่ยนประชาชนก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนบุคลากรของเราเอง ดังนั้นดิฉันจึงคิดเอาเองว่า การพัฒนาบุคลากร ก็คือ "การพัฒนาคนด้านกาย จิต สังคม และปัญญา" เหมือนกัน
เมื่อคิดได้ดังนี้ เข็มมุ่งเริ่มต้นของการพัฒนาบุคลากรจึงไม่น่าจะไปในทางการจัดการระบบให้ดี และตัวชี้วัด จึงไม่น่าจะเป็นเพียงแค่จำนวนครั้งของบุคลลากรที่ได้รับการฝึกอบรมต่อคนต่อปี
การวิเคราห์องค์กรควรจะมีคนที่สามารถมองภาพขององค์กรได้อย่างเป็นองค์รวม โดยมีข้อมูลที่อาจจะได้มาจากcompetency เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่ง การวิเคราห์จำเป็นต้องใช้ทั้งข้อมูลที่เป็นรูปธรรม และข้อมูลที่เป็นนามธรรม แต่การทำงานในองค์กรโดยเฉพาะในองค์กรของรัฐ มักจะเน้นที่ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมเพราะเป็นข้อมูลที่วัดได้ ทำให้เมื่อพัฒนาออกมาจึงเห็นเพียงแต่รูป(ธรรม) ขาดส่วนที่เป็นนามธรรม ซึ่งที่จริงเป็นส่วนที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ข้าราชการที่มุ่งเน้นจะได้เรียนต่อเพื่อปรับวุฒิ เลื่อนขั้น เลื่อนซี จนบางหน่วยงานเอาการเรียนต่อของบุคลากรมาเป็นตัวชี้วัด จนในบางครั้ง ลืม ส่วนที่สำคัญที่สุด ก็คือ การทำหน้าที่ของตัวเองอย่างลึกซึ้ง
ความก้าวหน้าในหน้าที่ของหมอ ควรมองคนไข้และประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่มองที่การได้ไปเรียนต่อ การเลื่อนขั้นเลื่อนซี เช่นเดียวกันกับ ครู ควรมองเด็กนักเรียนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่มองที่อัตราการได้เป็นอาจารย์ 3
คำถามที่เราคิดมาตลอดว่า HRD คืออะไร และพยายามทำความเข้าใจกับมันนั้น วันนี้มาจบและได้บทสรุปเพียงแค่ประโยคเดียวของพ่อ
"อย่าเพิ่งคิดจะไปเปลี่ยนคนอื่นเลย เปลี่ยนตัวเองก่อนดีกว่า"
ขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ ขอบคุณที่พ่อศึกษาธรรมะ ขอบคุณพระพุทธเจ้าที่ค้นพบกฏธรรมชาติและนำมาเผยแพร่
ถ้าหากคิดว่า จะใช้เครื่องมือใดในการพัฒนาคนให้เจริญทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา เครื่องมือที่ดีที่สุดและเที่ยงที่สุด เห็นจะเป็น กฏธรรมชาตินั่นเอง


เมนูของ dtwarang





เมื่อ ส. 06 ก.ย. 2551 @ 23:26
815299 [ลบ]
"...ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมเปลี่ยน..." พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา กล่าวไว้ในรายการ "ตีสิบ" เมื่อ พ.ศ.2549
แวะมาเยี่ยมคุณหมอ ... สบายดีนะครับ :)
เมื่อ อา. 07 ก.ย. 2551 @ 00:17
815322 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เปลี่ยนตัวเองแล้วคนอื่นจะเปลี่ยนตามค่ะ
เมื่อ จ. 08 ก.ย. 2551 @ 09:51
816911 [ลบ]
เพิ่มเติมครับ (ลืมไป 1 วลี)
"...ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมเปลี่ยน ... แต่ถ้าเชื่อคนที่มีเหตุผลกว่า ก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมภายในเสี้ยววินาที... "
พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา กล่าวไว้ในรายการ "ตีสิบ" เมื่อ พ.ศ.2549
ขอบคุณครับ คุณหมอ
เมื่อ จ. 08 ก.ย. 2551 @ 10:10
816934 [ลบ]
ความคาดหวังของทุกองค์กรนะครับ....การพัฒนาบุคลากร (HRD)
หลายองค์กรยังสับสนว่าจะพัฒนาแล้ววัดจากcompetency หรือperformance ป.ล.รู้สึกดีที่เห็นคนรุ่นใหม่สนใจงานด้านนี้