------->1วัน จากการไปศึกษาดูงานหมู่บ้านแห่งความพอเพียง หมู่บ้านคำปลาหลาย อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เป็นสิ่งที่เพียงพอที่ดิฉันได้มุมมองและแง่คิดที่ดีจากชาวบ้าน จากบันทึกหมู่บ้านมหัศจรรย์ 1(คลิก) มาเป็นฝรั่งหัวใจไทย series1(คลิก) มาถึงฝรั่งหัวใจไทย series2 ค่ะ

ทีมงานที่ไปดูงาน ถ่ายภาพร่วมกันกับผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน และคุณมาร์ตินค่ะ
------> บันทึกนี้ เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่คุณมาร์ติน วีเลอร์ ชาวอังกฤษ ที่พลิกผันตัวเองจากเศรษฐี มาแต่งงานกับคุณรจนา หญิงสาวชาวอีสานลูกหลานของคนในหมู่บ้านแห่งความพอเพียงนี้ คุณมาร์ตินที่เคยอยู่ในสังคมของคนมีเงิน ได้บอกเอาไว้ว่าสังคมของคนมีเงิน เขาจะพูดแต่เรื่องเงิน คุณขับรถยี่ห้ออะไร.. มีรถกี่คัน... มีบ้านกี่หลัง.. ลูกของคุณเรียนทีไหน ประเทศอะไร จบจากที่ไหนมาบ้าง..... คุณมาร์ตินกลับบอกว่า ความคิดของผมในฐานะลูกคนมีเงินคิดว่า ชีวิต..น่าจะมีอะไรที่มากไปกว่านั้น ช่วงนั้นคุณมาร์ตินบอกว่า ผมไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ มันไม่ใช่เงิน ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ใช่ใบปริญญา ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่า มันอยู่ที่ไหน ช่วงที่ไปทำงานแบกอิฐ แบกปูน ก็มีเวลาคิด ได้รู้จักคนอีกสังคมหนึ่ง ได้สร้างความเข้มแข็งให้ร่างกาย และที่สำคัญ สร้างจิตใจเราให้เข้มแข็งขึ้น....
-------> คุณมาร์ตินเล่าว่า ชาวบ้านที่อังกฤษ ลำบากกว่าคนไทยเยอะมาก มีชีวิตที่แย่มาก คนที่นั่น 60% ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง 98% ไม่มีทีทำกิน คนที่อยู่ในเมืองก็เป็นขี้ข้าเขาหมด แม้แต่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ ก็เป็นขี้ข้าเขาด้วย เพราะอะไร? .... เพราะไม่มีใครพึ่งตนเอง ไม่มีใครมีที่ทำกิน จะทำอะไรก็ช่วยตัวเองไม่ได้ จะหาความสุขอะไรก็ไม่ได้ ต้องไปหาเงิน ชีวิตขึ้นอยู่กับเงินอย่างเดียว..

-------> จากอังกฤษ มาอยู่เมืองไทย คุณมาร์ตินเล่าว่า เข้ามาครั้งแรกก็กินและเที่ยวอย่างเดียว เมื่อไม่เหลือเงิน ก็มองหางานทำที่คนไทยหยิบยื่นให้ คือ ครูสอนภาษาอังกฤษ คุณมาร์ตินบอกว่า ผมสอนไม่เป็นหรอก แต่คนไทยเห็นฝรั่งก็จะบอกว่าเป็นครูสอนภาษาอังกฤษได้ดี เพื่อนครูด้วยกันนั้นเขาบอกว่าไม่เคยสอนมาก่อน และก็ไม่ใช่คนอังกฤษก็มี มีคนหนึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสด้วยซ้ำ พูดภาษาอังกฤษผมเองยังฟังเขาแทบไม่รู้เรื่อง แต่คนไทยส่งลูกหลานมาเรียนด้วยความภูมิใจ ผมว่าก็แปลกดีเหมือนกัน นี่เป็นมุมมองของคุณมาร์ติน
-------> ผมเป็นครูสอนภาษา ได้เงินเดือน 3 หมื่นบาท ผมก็ละอายใจ ไม่อยากรับ เพราะถ้าเราทำงานอะไรในชีวิต เราต้องได้ผล ให้ผมเป็นครูสอนอังกฤษ ผมว่าผมทำแล้วไม่คุ้มกับเงิน แม้เขาจะเต็มใจให้ก็ตาม ผมก็รู้สึกว่า ไม่น่าเอา จึงลาออกจากอาชีพนี้ อุดมการณ์ของคุณมาร์ตินคือ
· ถ้าทำงานอะไร ต้องทำในสิ่งที่เรามีความสุข
· ไม่ทำงานที่ผูกเนคไท
· ไม่ทำงานแบบมีกระเป๋าเอกสาร เพราะผมเห็นสังคมของพ่อแม่ผม ทุกคนมีเสื้อนอก มีรถยนต์ มีเอกสาร เขาได้เงินเดือนเยอะมาก เป็นที่เคารพนับถือ มีเกียรติยศอีกมากมาย แต่ว่า จันทร์ถึงเสาร์ต้องไปทำงานตลอด กลับบ้านสามสี่ทุ่ม ไม่ได้เจอหน้าหรือพูดคุยกับลูกเมียเลย ถามว่าชีวิตมีความสุขไหม ผมก็ตอบของผมเองว่า ไม่ ดังนั้นความคิดของผมคือ การทำอะไรก็ได้ขอให้มีเงิน แต่ไม่มีความสุข ถ้าเอาเงินมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข ผมคิดว่าผมไม่เอา....
คุณมาร์ตินบอกว่า สิ่งที่ค้นหามานานได้มาพบแล้วที่หมู่บ้านคำปลาหลาย หมู่บ้านแห่งความพอเพียง หมู่บ้านที่มีความสุขมากที่สุด 12 ปีที่เมืองไทย จึงหล่อมหลอมให้คุณมาร์ตินคนนี้เป็นคนไทยที่มีความสุขอีกคนหนึ่งค่ะ
@@@@@@@@@@@
-------> การได้สัมผัสกับคุณมาร์ติน ได้ฟังมุมมอง แนวคิดต่าง ๆ ทำให้ดิฉันนึกถึงสารคดีเรื่อง The Inconvenient Thruth จะมาเร็วกว่ากำหนด เพราะอะไร เพราะว่า หากมนุษย์มีวิธีคิดและวิธีปฏิบัติที่เชื่อกันว่า เงิน เป็นตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายของทุกสิ่ง เพราะถ้ามีเงินมากก็ทำให้มีความสุขมาก มีเงินน้อยก็ทำให้มีความสุขน้อย ถ้าไม่มีเงินก็จะไม่มีความสุขเลย ดังนั้นจึงพยายามที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นเงิน โดยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น.......
------> ท่านล่ะคะ อ่านแล้ว ท่านได้แนวคิด ได้มุมมองอะไร? และหากว่าอยากไปสัมผัสหมู่บ้านคำปลาหลาย และคุณมาร์ตินก็สามารถเดินทางไปได้ค่ะที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น รับรองว่าไม่ผิดหวัง เพราะท่านไปที่นั่นจะได้เห็นได้พบได้เรียนรู้กับชุมชนอย่างแท้จริง
@@@@@@@@@@
------> ก่อนจบบันทึกนี้ ขอนำคำขวัญของปราชญ์ชาวบ้าน พ่อชาลี มาระแสง จังหวัดอำนาจเจริญมาฝากว่า
· เก้าจนสิบจนแต่อย่าจนความคิด
· เก้าผิดสิบผิดขออย่าผิดเมียท่าน
· เก้ารั้นสิบรั้นขออย่ารั้นกับนาย
· เก้าขายสิบขายขออย่าขายลูกกิน
· เก้าหมิ่นสิบหมิ่นขออย่าหมิ่นประมาท
· เก้าขาดสิบขาดขออย่าขาดทำบุญ
· เก้าคุณสิบคุณไม่เท่าคุณพ่อแม่
· เก้าแผ่สิบแผ่ไม่เท่าแผ่เมตตา
· เก้าหาสิบหาไม่เท่าหาความรู้
· เก้าชู้สิบชู้ไม่เท่าเมียตน
· เก้าเกรงสิบเกรงไม่เท่าเกรงใจท่าน
· เก้าฝันสิบฝัน ขอให้ฝันเป็นจริง
@@@@@@@@@@@@@@


เมนูของ suchanart





เมื่อ พ. 09 ก.ค. 2551 @ 09:31
734669 [ลบ]
สวัสดีพี่มด
ความสุขอยู่ที่ไหน ใครรู้บ้าง
ความสุขอยู่รอบข้างเราใช่ไหม
ความสุขเกิดจากเราหรือจากใคร
ความสุขอยู่ที่ใจตัวเราเอง
.... อยู่ไหนก็สุขได้ ถ้าใจเป็นสุข
ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน
....
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
...
และอีกมากมายย
....
ท้ายนี้ คิดถึงนะครับ
น้องเปี๊ยก
เมื่อ พ. 09 ก.ค. 2551 @ 09:48
734686 [ลบ]
เรียน ท่านอ้อ
เมื่อ พ. 09 ก.ค. 2551 @ 09:53
734696 [ลบ]
เมื่อ พ. 09 ก.ค. 2551 @ 20:45
735645 [ลบ]
นำแน..น่าจะเป็นรูปแบบการทำงานที่นอกกรอบแต่ไม่ไร้กรอบ
ชื่นชมจริงครับ
เมื่อ พ. 09 ก.ค. 2551 @ 23:25
735969 [ลบ]
สวัสดีค่ะ มาอ่านด้วยคน ฝรั่งที่เขาสามารถหลุดจากกระแสหลัก เข้าถึงปรัชญาการใช้ชีวิตที่มีแก่นสาร เขาสามารถสังเคราะห์ประสบการณ์และจัดความคิด ความรู้ให้ใช้การได้ดีมากค่ะ ทั้งๆที่ไม่ได้ถือศาสนาพุทธ คนไทยเราเสียอีก ส่วนมากยังมัวหลงกับวัตถุนิยมจนชีวิตเสียศูนย์ก็ยังไม่รู้ตัวนะคะ บ้านเมืองเราจึงเป็นอย่างทุกวันนี้
ขอบคุณค่ะที่นำมาเล่าสู่กันเป็นข้อคิดดีๆ
เมื่อ ศ. 11 ก.ค. 2551 @ 10:29
737453 [ลบ]
เมื่อ ศ. 11 ก.ค. 2551 @ 10:32
737455 [ลบ]
เมื่อ จ. 14 ก.ค. 2551 @ 09:49
741421 [ลบ]
นำขนมมาฝาก จะได้มีแรง ให้ ท่าน PJ เขียน Blog ครับ
เมื่อ จ. 14 ก.ค. 2551 @ 09:54
741428 [ลบ]