บางเรื่องใช้สิทธิ์มาก ๆ จะดี แต่บางเรื่องก็ใช่จะดีเสมอไป

<h4>
          ช่วงนี้เรามักได้ยินคำว่า ใช้สิทธิ์ บ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นฤดูของการเลือกตั้ง ดิฉันเองก็ได้ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งเมื่อวานนี้แล้วเช่นกัน เพราะสัปดาห์หน้ามีภารกิจต้องกลับไปนครปฐม

          สังเกตว่าบรรยากาศในการไปใช้สิทธิ์นั้นค่อนข้างคึกคัก ได้พูดคุยกับพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวสุพรรณฯ เขต
1 ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ในคูหาเลือกตั้ง (เพราะเขากำหนดใช้พื้นที่ของ สพท.สพ.1 เป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้า) เขาว่าเมื่อวันเสาร์คนมากกว่านี้ พอได้กลับมาดูทีวีก็ได้รับทราบว่าบรรยากาศทั่วประเทศก็คึกคักเช่นกัน แสดงว่าคนไทยตื่นตัวที่จะไปใช้สิทธิ์กัน

          น่าชื่นใจกับบรรดานักเรียนตัวเล็กตัวน้อยในหลาย ๆ โรงเรียนที่ออกมารณรงค์เรื่องของการใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งให้กับชาวบ้านร้านตลาด และบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น ให้น้อง ๆ หนู ๆ ไปช่วยกันเดินเคาะประตูบ้าน ถือป้าย แจกเอกสาร อธิบายความกัน บ้างก็มีวงโยธวาทิตนำหน้าเดินประชาสัมพันธ์ไปตามตรอกซอกซอย บ้างก็ไปช่วยกันจัดรายการเผยแพร่โดยใช้ช่องทางหอกระจายข่าวตามหมู่บ้าน ฯลฯ และอีกหลายวิธีด้วยกันแล้วแต่ผู้บริหาร คุณครูและลูกศิษย์จะไปร่วมด้วยช่วยกัน

          นอกจากนี้คุณครูสังคมฯ หลายท่านยังฉวยโอกาสในเทศกาลเลือกตั้งนี้ มาออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ได้รับความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิ์และการทำหน้าที่ของคนไทยในเรื่องนี้อีกด้วย ช่วยกันปลูกฝังให้ความรู้หนู ๆ ตั้งแต่เด็ก เขาจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อถึงเวลาที่เขามีสิทธิ์ ดีมากค่ะ

          คนในครอบครัวของดิฉันไม่เคยนอนหลับทับสิทธิ์ ป๊ากับแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในการทำหน้าที่คนไทยมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อก่อนที่ยังเปิดร้านขายของ ป๊ากับแม่จะสลับกันไปใช้สิทธิ์เมื่อมีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็ไม่เคยละเว้น พอลูก ๆ โตขึ้นทั้งสองคนก็จะสลับไปกับลูก เพราะต้องเฝ้าหน้าร้านไม่มีการปิด ยังไม่เคยถามเหมือนกันว่าป๊ากับแม่ผ่านการปลูกฝังเรื่องนี้มาจากใคร ทั้งที่ป๊าจบ ป.
4 แม่จบ ป.3 แต่ดิฉันเข้าใจว่ามาจากครอบครัว แต่จะตามไปถามอาม่าอากงก็ไม่ทันแล้ว ขึ้นสวรรค์ไปแล้วค่ะ

          เรื่องใช้สิทธิ์นั้นยังมีอีกหลายเรื่อง บางเรื่องใช้สิทธิ์มาก ๆ จะดี อย่างเช่นในการเลือกตั้งนี้ แต่บางเรื่องก็ใช่จะดีเสมอไป เช่นเรื่องต่อไปนี้

          ครั้งไหนมีการประชุม เป็นต้องเสิร์ฟน้ำชากาแฟกัน ดิฉันเองเป็นคนไม่ดื่มกาแฟ มักจะปฏิเสธที่จะรับ เพราะเสียของเปล่า ชงมาก็ตั้งอยู่ตรงนั้นทุกครั้งสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ (และกลิ่นชวนปวดหัวด้วย) แต่หลายครั้งที่ได้ยินคนข้าง ๆ เปรยว่า ยังอิ่มอยู่เลย (โดยเฉพาะเบรกบ่ายที่เพิ่งทานข้าวกลางวันมา) แต่ก็ขอใช้สิทธิ์ก่อน แล้วดิฉันก็ไม่เห็นเขาดื่ม เลิกประชุมแม่บ้านก็เก็บไปเททิ้ง น่าเสียดาย

          หรืออย่างเวลาไปซื้อของกระจุกกระจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ แม่ค้ามักจะคว้าถุงพลาสติกมาใส่ให้ทุกครั้งถือเป็นบริการให้ลูกค้า และเราก็สมควรจะได้รับสิทธิ์นั้น บางครั้งดิฉันดูแล้วว่า สมควรสละสิทธิ์ดีกว่า เช่นเมื่อวาน ดิฉันซื้อพวงกุญแจเล็ก ๆ พวงหนึ่ง พ่อค้าก็หยิบใส่ถุงให้ทันที ดิฉันก็ถอดถุงคืนให้ไป บอกว่าไม่เป็นไรใส่กระเป๋าถือไปได้ จะได้ช่วยลดโลกร้อน หรือเอาไว้ใส่ให้คนอื่นที่เขาต้องการ พ่อค้ายิ้มขอบคุณ ใจของดิฉันก็ยิ้มด้วย

          อาชีพศึกษานิเทศก์อย่างดิฉันมักเดินทางไปโน่นมานี่อยู่บ่อยครั้ง จำเป็นต้องไปพักค้างตามโรงแรมต่าง ๆ ในห้องพักของโรงแรมจะมีไฟตามจุดหลายดวง น้ำ ไฟ แอร์ เพียบพร้อมสำหรับการบริการ หลายคนมีความคิดว่าเราจ่ายเงินค่าห้องไปแล้ว (ส่วนใหญ่ทางราชการจะจ่ายให้) เราก็มีสิทธิ์ที่จะใช้บริการของเขาให้คุ้ม เปิดแอร์ เปิดไฟ ใช้น้ำอย่างเต็มที่ อย่างนี้ต้องลองทบทวนว่าเป็นการใช้สิทธิ์ที่ถูกทางไหม

          อีกหลายเรื่องราวของการใช้สิทธิ์ อย่างที่ไม่ควรจะใช้ที่คุณครูน่าจะสอดแทรกไว้ให้กับลูกศิษย์เรา เขาจะได้เติบโตขึ้นแบบมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีวิจารณญาณว่า สิทธิ์ใดควร สิทธิ์ใดน่าจะละเว้นจึงจะดี ว่าแต่ว่าคุณครูท่านใดยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งกัน สัปดาห์หน้าวันที่
23 ธันวาคม ก็อย่านอนหลับทับสิทธิ์นะจ๊ะ เพราะเราเป็นต้นแบบของลูกศิษย์เราไงคะ…

</h4>