โครงการพัฒนางาน : ผลของการประคบร้อนสลับกับความเย็นต่อการลดปวดจากภาวะคัดตึงเต้า
นมในหญิงหลังคลอด
เจ้าของโครงการ หอผู้ป่วยหลังคลอดและทารกแรกเกิด 2ข
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสุธิดา ทองสุขโข
ที่ปรึกษาโครงการ นางจินตนา บุญจันทร์
นางสาวพรเพ็ญ ปทุมวิวัฒนา
หลักการและเหตุผล
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประโยชน์มากมายต่อทั้งแม่และทารก ทั้งในด้านของสารอาหารภูมิต้านทาน รวมถึงความรักความผูกพันและความอบอุ่นจากอ้อมกอดแม่ ที่ไม่อาจประเมินมูลค่าออกมาได้ แต่ปัญหาที่เกิดในระยะหลังคลอดเกี่ยวกับการให้นมลูกยังพบได้มาก ภาวะคัดตึงเต้านมนับเป็นปัญหาหนึ่งที่มักพบในระยะ 2- 4 วันหลังคลอด ซึ่งมีสาเหตุมาจากน้ำนมคั่งมากในเต้านมเนื่องจากถูกดูดออกไปน้อยกว่าการสร้าง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการดูดนมที่ผิดวิธีของบุตร ทำให้แม่เจ็บปวดเมื่อเวลาสัมผัสหรือเคลื่อนไหวร่างกายและมีความปวดมากขึ้นถ้าหากไม่ได้รับการดูแลแก้ไข เต้านมจะขยายใหญ่ ตึง ผิวหนังจะร้อน แม่บางรายบอกความรู้สึกว่า รู้สึกปวดและร้าวไปทั้งตัว ปัญหาที่ตามมาคือทำให้ลูกอมหัวนมได้ลำบากขึ้นแม้ในขณะที่ลูกดูดแม่ก็มีความเจ็บปวดทรมาน เกิดความเครียด แม่บางรายไม่สามารถอดทนให้ลูกดูดนมต่อไปได้ ไม่ยินยอมให้มีการบีบน้ำนมเนื่องจากปวดมาก ดังนั้นการแก้ไขเพื่อลดอาการปวดจึงจำเป็นต้องทำเป็นอันดับแรก ในทางการแพทย์ได้แนะนำวิธีการแก้ไขเต้านมคัดไว้หลายวิธี เช่น ให้ประคบร้อนสลับเย็น การนวดเต้านม การบีบหรือปั๊มน้ำนมออกหรือการใช้ยาลดปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด ในด้านของการแพทย์แผนไทย ได้มีการประยุกต์ใช้ความร้อนมาใช้เพื่อการรักษาหลายอย่างเช่น ทำให้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อลดลง ลดการอักเสบ ความฝืดแข็งของข้อต่อลดลง การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น และสามารถลดอาการปวดได้ ดังนั้นจึงสนใจประยุกต์ใช้ความร้อน สลับกับการใช้ความเย็นจึงน่าจะลดปวดได้มากขึ้น การนำ 2 วิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเชื่อว่าจะเกิดผลดีต่อการลดปวดจากการคัดตึงเต้านมได้มากขึ้นกว่าใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว
1. กลุ่มตัวอย่าง
เป็นแม่หลังคลอดที่พักฟื้นในหอผู้ป่วยหลังคลอดและทารกแรกเกิด 2ข ที่มีภาวะเต้านมคัดตึง ที่ประเมินจากการสังเกตลักษณะของเต้านมที่แข็งตึงและขยายมากขึ้น เก็บกลุ่มตัวอย่างได้ 15 ราย
2. ระยะเวลาการดำเนินการ : มกราคม 2551 – กรกฎาคม 2551
3. ขั้นตอนการดำเนินการ เก็บข้อมูลในหญิงหลังคลอด 15 ราย
1. ศึกษาปัญหาภาวะปวดจากการสังเกต และจากการสอบถามหญิงหลังคลอดที่มีภาวะคัดตึงเต้านม ประเมินความปวดก่อนประคบ
2. เตรียมน้ำร้อนที่ต้ม 100 องศาเซลเซียส ใส่ขวดเปล่าที่เหลือใช้จากการใช้ยา M. caminative ใช้ผ้าหุ้มขวดให้รู้สึกอุ่นไม่ร้อนจัดมากที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ ผ้าที่ใช้หุ้มชุบน้ำอุ่นเพื่อรักษาความร้อนของน้ำในขวดให้นานขึ้น
3. เตรียม Cold pack 2 ก้อน แช่ในน้ำเย็นปกติ พร้อมผ้า 1 ผืน
4. นำไปประคบด้วยขวดน้ำร้อนและสลับกับผ้าชุบน้ำเย็น จนกว่าจะรู้สึกปวดลดลง
โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 20 นาที โดยน้ำต้องไม่เย็นเกินไป และสามารถประคบต่อได้อีกจนกว่ามารดาจะรู้สึกสบายและต้องการหยุดประคบ
5. ประเมินความรู้สึกปวดหลังประคบ หากปวดลดลงแล้วนวดเต้านมและบีบเพื่อระบายน้ำนมออก
4. ใช้เครื่องมือประเมินความปวด ด้วย Numeric rating scale 0 – 10
ผลการเก็บข้อมูลในหญิงหลังคลอดที่มีภาวะคัดตึงเต้านม ระหว่างเดือน มกราคม 2551 – กรกฎาคม 2551 จำนวน 15 ราย ได้ผลดังนี้
|
ลักษณะการคลอด |
คะแนนความปวดก่อนประคบ |
คะแนนความปวดหลังประคบ |
|
คลอดผ่าตัด |
10 |
8 |
|
คลอดปกติ |
7 |
5 |
|
คลอดผ่าตัด |
7 |
5 |
|
คลอดผ่าตัด |
10 |
5 |
|
คลอดผ่าตัด |
10 |
7 |
|
คลอดปกติ |
10 |
7 |
|
คลอดผ่าตัด |
8 |
6 |
|
คลอดผ่าตัด |
9 |
7 |
|
คลอดปกติ |
10 |
6 |
|
คลอดปกติ |
8 |
5 |
|
คลอดผ่าตัด |
9 |
7 |
|
คลอดปกติ |
8 |
5 |
|
คลอดปกติ |
7 |
4 |
|
คลอดปกติ |
10 |
5 |
|
คลอดผ่าตัด |
7 |
4 |
|
คะแนนเฉลี่ย |
8.67 |
5.73 |
เป็นหญิงหลังคลอดที่คลอดผ่าตัดจำนวน 8 ราย และ คลอดปกติ 7 ราย ผลพบว่า ก่อนประคบประเมินระดับคะแนนความปวดเฉลี่ยได้ 8.67 และหลังประคบ คะแนนความปวดลงลงเหลือ 5.73 ความปวดลดลงเฉลี่ย 2.95 มารดามีความพึงพอใจในระดับมาก 100%
การอภิปรายผล
มีหลายการศึกษาเกี่ยวกับการลดภาวะปวดจากการคัดตึงเต้านม เช่น การศึกษาวิจัยโดยใช้กะหล่ำปลีแช่เย็นประคบ ของอังสนา วงศ์ศิริ จากคลินิกนมแม่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ร่วมกับอาจารย์กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์ จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6-8 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร


เมนูของ suthida22





เมื่อ ศ. 03 ต.ค. 2551 @ 02:05
855438 [ลบ]
และการใช้ข้าวเหนียวดำอุ่นในไมโครเวฟ ของปิยะภรณ์ ประสิทธ์วัฒนเสรีและปิยะนุช ชูโต จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาช่วยบรรเทาปวดและเพิ่มปริมาณน้ำนม การใช้เม็ดถั่วเขียวอุ่นไมโครเวฟของโรงพยาบาลศิริราช แต่ถ้าในการสะดวกใช้ในบริบทของ 2ข โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลในการจัดซื้ออุปกรณ์อื่น โดยการใช้ขวดยาที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ สามารถเก็บความร้อนได้ดีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆดีกว่าการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นปกติ และไม่ต้องใช้ไฟในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ (ปกติน้ำได้ถูกต้มไว้อยู่แล้ว) และยังสามารถลดภาวะโลกร้อนได้ด้วยที่ไม่ต้องทิ้งขวด สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายจากการซื้อกระเป๋าน้ำร้อนของโรงพยาบาล ซึ่งปกติจะสั่งซื้อด้วยราคาถึงใบละ 180 บาท (ข้อมูลจากกงานพัสดุ คณะแพทยศาสตร์, 2551)
และที่สำคัญที่สุดการได้คำนึงถึงภาวะปวดและความทุกข์ทรมาน เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพอย่างหนึ่งของวิชาชีพพยาบาล เมื่อหญิงหลังคลอดได้ลดภาวะปวดลง จะสามารถดำเนินการแก้ไขความคัดตึงได้ด้วยวิธีการนวดเต้านม การบีบน้ำนม หรือ ยินยอมให้ทารกดูดโดยที่ไม่ทรมานจากความเจ็บปวดมากนัก และเหนือสิ่งอื่นใด การเข้าช่วยเหลือให้ทารกสามารถดูดนมแม่ได้อย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น จะสามารถป้องกันภาวะเต้านมคัดตึงได้
ข้อเสนอแนะ
1. ในการเก็บข้อมูลควรจะมีการเพิ่มขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นระบบมากขึ้น
2. ควรให้ความใส่ใจต่อภาวะนี้ เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้แม่หลังคลอด ต้องหยุดให้นมทารกเนื่องจากทนต่อภาวะปวดไม่ไหว ควรให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและประเมินอย่างต่อเนื่อง
3. ควรมีแบบประเมินความปวดจากภาวะคัดตึงเต้านม การประเมินภาวะเต้านมคัดตึง เพื่อพัฒนาระบบการดูแลกลุ่มผู้ป่วยนี้ให้ดีมากขึ้น
4. ควรประเมินภาวะคัดตึงเต้านมและเตรียมเต้านมให้ดี โดยเฉพาะในหญิงหลังคลอดที่ทารกถูกแยกไปตึกทารกป่วย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่พบว่า เกิดภาวะคัดตึงเต้านมได้บ่อย
ปิดฝาขวดแน่นๆและห่อด้วยผ้าให้ดีดีด้วยค่ะ...
เมื่อ ศ. 03 ต.ค. 2551 @ 06:04
855477 [ลบ]
ยินดีนะคะโครงการนี้
แต่เดิมใช้ผ้าชุบนำอุ่น คนทำร้อนมือ คะ
พี่ไก่
เมื่อ ศ. 03 ต.ค. 2551 @ 13:17
856020 [ลบ]
Idea เจ๋งๆ มาจากหัวหน้าตึกค่ะ สุดยอดของความคิดในทุกเรื่อง เรายังต้องฝึกคิดไปอีกนาน อิอิ นะคะพี่ไก่ว่ามะ