(สาธิตการยิ้มและกอดพอประมาณ)
ลุเข้าปี ค.ศ.2008
สงครามล่าอานิคมสงบลง
ประเทศเพื่อนบ้าน ญวน ลาว พม่า เขมร มลายู
ผ่อนคลายสงครามที่มารุกราน
ต่างปรับกระบวนการพัฒนาประเทศยกใหญ่
อาณาประชาราษฎร์ขยันขันแข็งช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมือง
(พิจารณาทุกอย่างตามความเป็นจริง)
จะมีก็แต่สยามประเทศนี้แหละ
ถึงไม่มีสงครามภายนอกมาข้องแวะ
แต่ก็เกิดกลียุคคุกรุ่นภายในกันเอง
สภาพบ้านเมืองระส่ำระสายแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า
สภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนแปลง
ส่งผลกระทบขยายวงกว้างไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
บ้านนี้เมืองนี้กำลังเรียนวิชาประชาธิปไตยเชิงประจักษ์
(หัวเราะดีกว่าแยกเขี้ยวใส่กันแน่นอน)
ผีซ้ำด้ามพลอยไปทุกเรื่อง
อาหารการกินมีสารอันตรายปนเปื้อนมาไม่รู้กี่มากน้อย
เลือดที่วิ่งพล่านไปตามร่างกายนำสารอันตรายไปป้อนเซลล์ต่างๆ
ชาวพาราเจ็บไข้ทางกายก็มาก ป่วยทางจิตเยอะ
สถิติเฉพาะพวกจิตแปรปรวนหมอจิตเวชบอกว่าปีละไม่น้อยกว่าล้านคน
ที่กระโดดตึก ผูกคอ กินยาพิษ ประสบผลสำเร็จปีละ4,000ราย
(ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ นักวิทยาศาสตร์จาก NASA.มาเอง บอกว่าโลกจะเกิดภัยภิบัติแน่ๆ)
ปีนี้อากาศหนาว ผลผลิตชาวบ้านลงราคา ยางพาราก็หูรูด
น้ำมันถูกอย่างเดียวแต่ของกินของใช้ไม่พยายามที่จะลง
เงินทองเป็นของหายาก
ร้านทองหยุดขายวันเสาร์-อาทิตย์ และห้ามซื้อเกินคนละ10บาท
นักเลงหุ้นหน้าดำยิ่งกว่าคราวที่แล้ว
ชาวไร่ชาวนาจะอยู่กันยังไง
อย่าบอกนะว่า..เปลี่ยนเป็นชาวม๊อบกันหมดแล้ว
(สาวๆควรเตรียมตัวป้องกันผิว ไม่เครียด ออกกำลัง ถ้ามีพลังเหลือช่วยดูแลสังคมบ้างก็ดี)
ข่าวพยากรณ์บอกว่าจะแล้งยาว หนาวจนหิมะตก
สาวๆคนไหนผิวบางต้องเตรียมหาน้ำมันกิ้งกือชโลมตัว
ออกจากบ้านไปเย้ๆ ควรหาซื้อเสื้อกันหนาวมือ2มาสวมใส่
แก๊สหุงต้ม ฟืนไฟ ระวังให้ดี น้ำไม่ค่อยมีจะดับเสียด้วย
พวกกินเหล้าเมายาหรือนิยมยาบ้าท่าจะบ้าหนักเข้าไปอีก
ช่วงนี้เดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า
(ผู้ใหญ่ขัดแย้งกัน แต่เด็กรักใคร่กัน ใครควรจะเป็นตัวอย่างใคร ยุคสมัยนี้)
มีเสียงรำพึง..คนเป็นแฟนทำแทนแค่นี้ไม่ได้
ปล่อยให้สีแดง สีเหลือง สีเขียว ท้าทายกันจนน้ำลายเหนียว
เราชะล่าใจปล่อยให้ความทะเยอทะยานบานปลายไปเรื่อยๆ
เฉื่อยเฉยกับบทบาทหน้าที่พลเมืองกันรึเปล่า
รึเราไม่มีความรู้เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาการเมือง
หลักสูตรการศึกษาไม่สอนวิชาสิทธิหน้าที่พลเมืองมันส่งผลจริงรึเปล่า
(เออ ตาหวาน มนุษย์คุยกันโหวกเหวกเหมือนเป็นบ้าเน๊าะ)
บอกได้แค่ว่าอย่าทะเลาะกัน หันหน้ามาคุยกัน ปรองดองกัน
ในขณะที่ใจบอดหูหนวกตาส่อนนี่นะ
การเมืองไทยไม่ปกติ
ถ้าจะคิดแก้ไขด้วยหลักการตามครรลองปกติ
โอกาสจะเป็นไปได้น้อยมาก
เพราะแต่ละฝ่ายไม่มีอิสระในการคิด-พูด-ทำ อยู่ในโลกเสมือนจริง..
ของไม่จริงมันจึงไม่สั่นไม่ไหว เขย่าเท่าไหรมันก็ไม่ไหวไม่ยอม
สงสัยข้างในจะเป็นของปลอม โอ้แม่เนื้อหอม..
คิดให้เป็นรูปธรรม เอาอย่างนี้จะดีไหม?
(บอกหน่อยได้ไหม? จะเอาความรู้อะไรแก้ไขสังคมป่วน)
แก้ไขสัญญาณจราจร เปิดเฉพาะไฟแดง
แก๊สน้ำตาเปลี่ยนเป็นแก๊สน้ำมนต์
เวทีปราศรัยปรับเป็นลานทอดกฐินสามัคคี
แม่ยก พ่อยก ออกมาเต้น..เหนื่อยแล้วก็กลับบ้านซะ
เสื้อ ผ้าโพกหัว ไม้ตีมือตีเท้า เก็บเข้ากองกลางโมทนาบุญ
โฆษกเสียงจัดจ้านเปลี่ยนให้ไปประชาสัมพันธ์
หัวหน้าม๊อบแต่ละฝ่ายให้แสดงลิเกประชันกัน
พวกนักดนตรีพเนจร นักร้องกิตติมศักดิ์
เชิญขึ้นเวทีออกรายการโทรทัศน์มหากุศลคนรักสยาม
นักวิชาการ นักศึกษา นั่งหน้าโทรศัพท์คอยรับบริจาค
แล้วเชิญ..
มหาจำลอง แจกรอยยิ้ม
นัฐวุฒิ ร้องเพลง ..เขาไม่กอด แต่ยินดีให้กอด
เรื่องนี้ไม่ได้คิดเล่นๆ พูดเล่นๆ
ถ้านักสันติวิธี นักประชาธิปไตยใสซื่อไม่เชื่อ
วันที่8พฤศจิกายน2551
ไปดูการสาธิตเรื่องดังกล่าวได้ที่สโมสรกองพล ปตอ. เกียกกาย
อิ อิ ..
สวัสดีครับคุณตา แวะมาทักทายก่อนไปโรงเรียนครับ สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะพี่ชายใหญ่
คิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีคะ พ่อครูบา
ขอมายิ้ม...แล้วกอดพ่อครูบาด้วยคนนะค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครูบา
วันนี้ครูคิมถูกกอดไปแล้ว...หลายเจ้า
เนื้อตัวน่วมไปหมดเลยค่ะ ทั้งกอดทั้งหอม..
โรงเรียนเปิดวันแรกค่ะ..เด็กชายไม่กล้ากอด..
ตะโกนให้เด็กหญิงกอดแทนและหอมแก้มครูไปฝากที่แก้ม..ของพวกเขาด้วย (เอาสิ..เด็กสัมยนี้)
อยากจะมาเห็น มาเรียนรู้ในวันที่ 8 จังเลยค่ะ
แต่ยังไม่ทราบว่าโรงเรียนจะมีงานอะไรให้ทำในวันหยุดนี้ไหมคะ
เพราะโรงเรียนครูต่ำเกณฑ์ พวกเราจึงทำงานเป็นสองเท่าของโรงเรียนอื่นๆ
กอด...เพื่อให้เกิดประสิทธิผลของงานค่อนข้างจะ..ไกลเกินฝันค่ะ
แต่ก็ขอ...กอดกันไว้ให้แน่นค่ะ
ด้วยความเคารพและนับถือค่ะ
นพวรรณ พงษ์เจริญ
วันที่ 8 ตรงกับวันหยุดไม่ใช่หรือครับ
แจ้งชื่อที่บล็อกหนูจิ นะครับ
พาลูกศิษย์มาด้วยก็ได้
ลุงครูบาครับ
อหิงสา ไร้ซึ่ง หนังสติ๊ก เมื่อใด
สมานฉันท์ ก็จะไร้สิ้น แก๊ส...น้ำตา
ด้วยความระลึกถึงครับ
รพี
ขอเรียนรู้ด้วยคน ขอบคุณค่ะ
แวะมาเยี่มครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
ค่อยยังชั่วยังครับ นานๆได้ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน
เป็นการพัฒนาอารมณ์อย่างหนึ่งนะครับ
ปะเดี๋ยวเป็นบ้า...ชอบบทความใส่อารมณ์ได้ดีและมีหลายแนว
ประเทศชาติไร้ซึ่งการโกงกิน จ้างคนมาทำร้ายผู้คน ฉันใด
การชุมนุมก็ไม่เกิดขึ้น การสมานฉันท์ก็ไม่ต้องทำ ผู้คนก็ไม่ต้องมาทะเลาะกัน ฉันนั้น
มันไม่ใช่แค่ หนังสะติ๊ก กับแก๊สน้ำตา
ยิ้มแล้วกอด ทางรอดของประเทศไทย น่าจะจริงค่ะ