สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แถมมีฝนตกบางวันด้วย 
ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ 
วันนี้หนึ่งคิดว่าคงต้องรีบมาปั่นบันทึกออกไปบ้างซักหน่อย เพราะมีเรื่องมากมายที่อยากนำมาเขียน แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้ามาเขียนเลยค่ะ กลัวจะลืม หนึ่งเลยขอเลือกเรื่องทริปสนุกๆมาเขียนก่อนดีกว่า อิอิ หลังจากทำโรงทานที่เวฬุวันในวันที่ 13 พ.ย.53 บวกกับอาจารย์โทรมาแจ้งงดคลาส เลื่อนไปเรียน 20-21 พ.ย.53 เพื่อนๆเลยชวนกันหาที่เที่ยว เพราะตั้งแต่ปิดเทอมที่แล้วพวกเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย คราวนี้ก็เสนอสถานที่ล่ะค่ะว่าจะไปไหนกันดี น้องเจี๊ยบเสนอ "ภูทับเบิก" บอกว่าเพื่อนเคยไปแล้วมาบอกต่อว่าสวยมาก เบบี้เสนอ "เชียงคาน" โหวดกันยังไงก็ไม่ลงตัวเราเลยตัดสินใจใช้บริการ ททท. โทรสอบถามที่ 1672 ว่าที่ไหนใกล้กว่ากันก็จะไปที่นั่นค่ะ คอลเซ็นเตอร์ของ ททท. ให้ข้อมูลเราว่า จากขอนแก่นไปภูทับเบิก 190 กม. ส่วนไปเชียงคาน 249 กม. ทำให้ลงตัวที่ "ภูทับเบิก" ค่ะ
เมื่อลงตัวกันเรียบร้อย ก็เตรียมออกเดินทางกันเลยค่ะ
 
ตกลงสมาชิกทริปนี้มี เจี๊ยบ หนึ่ง น้องฟางข้าว และเบบี้ ค่ะ
รถมี 3 คัน ตัดสินใจไปรถเบบี้และฟางข้าว ด้วยเหตุผลที่ว่า ของเยอะขี้เกียจขนของย้ายรถ คราวนี้เราก็กังวลกันว่าน้องยาริสคันนี้จะขึ้นภูได้มั้ยน้อ เลยสอบถามพี่ทหารที่อยู่ตรงด่านทางเอทยานน้ำหนาวค่ะ พี่ทหารเค้าบอกว่าขึ้นได้สบายมาก เราทั้ง 4 คนไม่เคยไปภูทับเบิกกันมาก่อน ก็สอบถามเส้นทางกันไปตลอดทาง ที่สำคัญที่นี่ถ้าเราเข้าไปค้นข้อมูลในเน็ท (ถามลุง google ปกติจะได้ข้อมูลเพียบ แต่งานนี้ได้ข้อมูลมาก็จริงแต่เป็นข้อมูลที่ไม่ update) หนึ่งค้นหาที่พักใน google พบว่ามีรีสอร์ทที่อยู่ตรงทางขึ้นภูหลายแห่ง แต่เบอร์โทรที่ให้ไว้ไม่ใช่เบอร์ของรีสอร์ทนั้นๆเลย ทั้งสถานีอนามัย จุดที่ให้เช่าเต้นท์ บ้านกาแฟ ภูหินวิวรีสอร์ท เป็นต้น ไม่สามารถติดต่อที่ไหนได้ซักแห่งเลยจริงๆค่ะ ขอเสนอแนะว่าเจ้าของที่พัก ที่ลงโปรโมทไว้ในเวบต่างๆ ช่วยกรุณา update ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันด้วยนะคะ โดยเฉพาะเบอร์โทรติดต่อ แหะๆๆ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ สงสารคนที่เค้าเป็นเจ้าของเบอร์มือถือที่ให้ไว้ในเวบค่ะ เค้าต้องรับโทรศัพท์จองที่พักอีกตั้งไม่รู้กี่ครั้ง อีกอย่างก็สงสารนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราด้วยค่ะ อิอิ เพราะเราไปกันแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าแบบนี้ ทำให้ลำบากพอควร ไปถึงก็เริ่มมืดแล้วด้วย เมื่อเราหาข้อมูลในเน็ทเองแล้วไม่ได้ผล เราเลยโทรสอบถาม ททท. อีกครั้ง อุ่นใจมากที่มีคอลเซ็นเตอร์ ของททท.ค่ะ แต่ข้อมูลที่ได้ก็เหมือนกันคือเบอร์โทรติดต่อไม่ได้ เป็นเบอร์ที่เค้าเปลี่ยนเจ้าของแล้วทั้งนั้น
เส้นทางร่มรื่นดีค่ะ
เราเลยสอบถามที่พักเอากับชาวบ้านแถวๆนั้นค่ะ (ตอนนี้เราเดิทางมาถึงหล่มเก่าแล้ว) ตอนแรกเราสนใจภูหินวิวรีสอร์ทมากเพราะเค้าเขียนโฆษณาในเวบไว้ว่า อยู่ไม่ไกลจากภูทับเบิก แถมมีบริการเช่ารถพาขึ้นไปบนภูด้วย (ตอนแรกพวกเราก็ไม่กล้าขับรถขึ้นไปกันเองค่ะ กลัวทางไม่ดี) แต่ยังไง๊ยังไงก็ไม่สามารถติดต่อได้ค่ะ เราเลยถามชาวบ้านแถวนั้นว่าแถวนี้มีที่พักที่ไหนบ้าง ชาวบ้านก็ถามเรากลับว่า ที่ไหนก็ได้เหรอคับ พวกเราก็เลยตอบว่าที่ไหนก็ได้ค่ะ พร้อมกับพยักหน้าว่าใช่ๆๆๆที่ไหนก็ได้ อิอิ เค้าเลยบอกทาง (เข้าใจว่าที่หล่มเก่า มีรีสอร์ทชื่อ"ที่ไหนก็ได้"ด้วยค่ะ อิอิ) พวกเราก็มาตามทางที่เค้าบอก แต่ก็หาไม่เจอ แต่เจอปั๊มปตท. เลยแวะถามเด็กปั๊มค่ะ เด็กปั๊มบอกว่า อ๋อ ที่ไหนก็ได้เหรอคับ ให้ขับเลยไปอีก ตรงหน้าปากซอยเป็นกองขยะ เข้าไปไกลพอควร พวกเราเลยถามว่าถ้างั้นมีที่พักแถวๆนี้บ้างมั้ย เพราะมืดแล้วไม่อยากไปไกลๆ เด็กปั๊มบอกว่า งั้นเข้าซอยข้างปั๊มนี่เลยคับ ชื่อ "ไม้ทองรีสอร์ท" แล้วก็หันไปหัวเราะกันเอง พวกเราก็ไม่รู้เรื่อง กล่าวขอบคุณเด็กปั๊มแล้วขับรถไปตามทางที่เด็กปั๊มบอก เข้าไปในซอย มืดก็มืด มีเสาไฟเป็นระยะ ห่างๆ ช่วงกลางซอยก็มีป้ายโฆษณาของไม้ทองรีสอร์ทว่า ชั่วคราว 150 บาท ค้างคืน 350 บาท หนึ่งเลยถามเพื่อนๆว่า เฮ้ย! มันชักยังไงๆๆแล้วนะ มีชั่วคราวค้างคืนด้วย อีกไม่ไกลเราก็มาถึง "ไม้ทองรีสอร์ท" และก็พบว่า ที่นี่คือโรงแรมม่านรูดนั่นเอง 555 ทางกลับรถก็ไม่มี ซอยก็ตัน พวกเราก็บอกเบบี้ว่ารีบกลับรถด่วน 555 ไม่นานนัก เด็กรูดม่านก็ดูเหมือนจะเห็นแสงไฟจากรถพวกเรา กำลังวิ่งส่องไฟฉายมาทางเรา พวกเราเลยรีบขับออกมาก่อน (เสียดายมากถ่ายรูปไม่ทัน 555) สรุปว่าฟ้ามืดแล้วเรายังไม่ได้ที่พักกันเลยค่ะ แถมเรายังไม่กล้าขับรถขึ้นภูตอนฟ้ามืดแบบนี้ด้วย เราเลยตัดสินใจว่าจะหาที่พักในหล่มเก่าที่ไม่ใช่ม่านรูดนี่ล่ะค่ะ ในที่สุดเราก็ได้ที่พักชื่อปรีชาอพาร์ทเม้น อยู่ในหล่มเก่า แล้วจะตื่นเช้ามากๆ(ตี4)ขึ้นภูเพื่อไปดูทะเลหมอก
เช้ามืดปุ๊บเราก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง ทางขึ้นภูทับเบิกเราพบว่ามีคนจอดรถกางเต้นท์กันตั้งแต่ตรงทางขึ้นเลยค่ะ ดีแล้วที่เราไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืน คนเยอะมาก แทบไม่มีที่กางเต้นท์กันเลยค่ะ เราขึ้นไปกลับรถแล้วหาที่จอดรถกัน ได้เรียบร้อย เปิดประตูลงมาจากรถปุ๊บก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นมากกกกกกกกกกจริงๆ ขนาดหนึ่งมีเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาแล้วยังหนาวมากกกกกก น้องฟางข้าวใส่เสื้อหลายชั้นก็ยังหนาว
เบบี้เลยเอาผ้านวมลงมาห่มลูกสาวด้วย 
ก็พากันเดินขึ้นไปตรงจุดบริการนักท่องเที่ยว
ตรงใกล้ๆจุดบริการเป็นบริเวณสำหรับกางเต้นท์ มีห้องน้ำใกล้ๆ สะดวกดีค่ะ มีร้านค้าขายอาหาร ผ้าพันคอ หมวก ฯลฯ เยอะมากค่ะ แอบไปยืนถ่ายข้างๆเต้นท์ของคนอื่น แอ๊บว่ามานอนเต้นท์ค่า 555
สังเกตดูแล้วยังไม่ค่อยมีใครตื่นเลยค่ะ แต่ตรงจุดบริการนักท่องเที่ยวมีเจ้าหน้าที่มาเปิดร้านแล้ว มองไปข้างในร้านมีหมวกไหมพรมและผ้าพันคอมากมาย ทุกคนพุ่งเข้าใส่ทันทีค่า อิอิ เลือกหมวกและผ้าพันคอกันเต็มที่แล้ว พร้อมออกไปชมความงามของภูทับเบิกแล้ว ตอนแรกดูในเวบเห็นภาพที่เค้าเอามาลงสวยมาก เป็นทะเลหมอกมองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมด แต่เจ้าหน้าที่บอกเราว่าช่วงหน้าหนาวความชื้นไม่พอทำให้จะไม่ได้เห็นหมอกแบบในรูปนั้น และซากุระเมืองไทย(ดอกพญาเสือโคร่ง) ที่ภูทับเบิกก็เป็นอีกจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ก็จะบานในเดือนธันวาค่ะ
สรุปว่าพวกเราจะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้น และไร่กะหล่ำยักษ์ สัมผัสกับความหนาวเย็นที่แตกต่างกับตอนกลางวันค่ะ แค่นี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้วค่ะ 
เล่าเรื่องตามภาพเลยดีกว่านะคะ
  
เราขึ้นกันมาถึงจุดชมวิวแล้วค่ะ ยังไม่ค่อยมีใครตื่น พวกเราเลยยืนจับจองที่กัน ถ่ายรูปกันไป มืดก็ถ่าย 555
ฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ คนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆค่ะ ถึงเราจะไม่ได้เห็นทะเลหมอก แต่ก็ยังมีหมอกจางๆให้เห็นนะคะ งดงามไปอีกแบบเหมือนกันค่ะ
ระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้น เราก็ถ่ายรูปกันเรื่อยๆ 555 นางแบบแอ๊คกันสุดฤทธิ์ เดี๋ยวมาดูแอ๊คของตากล้องรูปถัดไปค่ะ
ดูแอ฿คของตากล้องท่าจะสุดฤทธิ์กว่านางแบบอีกนะคะ อิอิ
ถ่ายรูปกันเพลิน ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ขึ้นมาแล้วค่า
พออิ่มเอมกับการถ่ายรูปพระอาทิตย์และหมอกจางๆกันแล้ว เราก็เดินกันต่อเพื่อจะไปไร่กะหล่ำยักษ์ค่ะ ระหว่างทางผ่านจะเป็นจุดกางเต้นท์อีกแห่ง ตรงนี้ก็สามารถขับรถมาได้ค่ะ
แต่ห้องน้ำน้อย และดูอึดอัด(ห้องน้ำแคบและเตี้ยค่ะ) ด้วยค่ะ
เดินไปถ่ายรูปไป หันไปทางไหนก็สวยไปหมดเลยค่ะ น่าถ่ายรูปทุกๆจุดเลย ^^
ในที่สุดเราก็เดินมาถึงไร่กะหล่ำยักษ์ และมองไปก็มีนักท่องเที่ยวกำลังแอ๊คชั่นถ่ายรูปกันเป็นหย่อมๆ เห็นช่างภาพคนนี้กำลังเล็กดอกกะหล่ำยักษ์อยู่ได้มุมพอดี หนึ่งแลยแอบถ่าย ได้รูปนี้มาค่ะ 555
ทุ่งกะหล่ำยักษ์ไกลสุดลูกหูลูกตาค่ะ
ถ่ายใกล้ๆกะหล่ำยักษ์
ยังไม่จบทริป เลยค่ะ รู้สึกว่ารูปจะเยอะมาก 555 แล้วจะกลับมาเขียนต่อในตอนต่อไปนะคะ