แต่เป็นความหวังที่หญิงชายคู่หนึ่งฝากไว้กับเราด้วยความเต็มใจ

 

 

 

สวัสดีค่ะวันนี้ครูตุ๊กแกจะมาสอนร้องเพลง ค่ะ  ไปฟังกันเลยนะคะ  อิ...อิ..

มีแมลงตัวหนึ่ง  เกาะอยู่บนจมูกกระตาย  มันจึงปัด  มันจึงปัด  แมลงก็บินหนีไป

ถ้าสามารถทำท่าทางประกอบให้ดูตอนนี้ได้จะทำให้ดูเลยค่ะ  อิ..อิ...

(เสียงกระซิบ....นี่ๆ  ครูตุ๊กแก  มันเกี่ยวกับเรื่องที่จะเล่าตรงไหนเนี่ย..ฮึ)

            แฮะ..แฮะ..ฮิ..ฮิ..  ไม่เกี่ยวกันสักเท่าไรหรอกค่ะ  แต่ว่าคนเป็นครูเวลาจะสอนต้องนำเข้าสู่บทเรียนก่อนนี่คะ  วันนี้จะเล่าเรื่องกระต่ายก็ต้องหาเรื่องนำเข้าสู่เรื่องเล่าก่อนนี่คะ จริงไหม หุ..หุ..

            จริงๆแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไรตะหากล่ะคะ  เลยมั่วๆร้องเพลงไปเรื่อย ^___^

เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ  กระต่าย  ในที่นี้ไม่ใช่เจ้าสัตว์ที่มีหูยาวๆขนปุยๆนะคะ  เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะพาลคิดไปว่าครูตุ๊กแกรักสัตว์  แล้วจะชวนไปประกวดนางงาม (รักเด็กและรักสัตว์ค่ะ  อิ..อิ...)

            แต่ กระต่าย  คือสาวน้อยผู้น่ารักหนึ่งในลูกสาวทั้ง 14 ของครูตุ๊กแกเองค่ะ   กระต่ายเป็นเด็กหน้าตาน่ารักมาก  เพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวัดท่าไชย  ปีการศึกษานี้และอยู่ห้องของครูตุ๊กแกพอดี (โชคดีหรือโชคร้ายเนี่ยกระต่ายเอ๊ย....)

            ตอนกระต่ายย้ายมาใหม่ๆนะคะ โอ้โฮ ..  บรรดาหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ในโรงเรียนไล่ตั้งแต่ ป.2 ถึง มัธยม  แย่งกันขายขนมจีบให้กระต่ายกันใหญ่ (กลุ้มใจค่ะ...มีลูกสาวสวย)  บางคนก็พยายามขอเบอร์โทรศัพท์ ( แน่ะ...ร้ายนักนะ ) แต่ครูตุ๊กแกอยากรู้จริงๆว่าถ้าได้เบอร์โทรศัพท์ไปแล้วจะคุยกันยังไง  ขนาดครูตุ๊กแกยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลยค่ะ

            ไม่ใช่ว่ากระต่ายเรียนไม่เก่งหรือเพี้ยนนะคะ (ที่เพี้ยนน่ะ .. สงสัยจะครูประจำชั้น)  แต่ว่าจริงๆแล้วกระต่ายไม่ได้ยินที่คนอื่นพูดค่ะ  อ้าว...  ไม่ต้องสงสัยค่ะ  กระต่ายเป็นเด็กมีความบกพร่องทางการได้ยินค่ะ  สนิทค่ะ ต้องใส่เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา   เด็กๆที่โรงเรียนไม่มีใครรู้หรอกค่ะ  นอกจากนักเรียนในห้องของครูตุ๊กแก  จึงคิดว่ากระต่ายฟัง MP3 ทั้งวัน เวลาพูดจะออกเป็นเสียง อ. อ่างทั้งหมด  ที่เด็กๆคนอื่นไม่รู้เพราะครูตุ๊กแกไม่ได้บอกกลัวว่าเด็กคนอื่นๆจะนำปมด้อยตรงนั้นไปล้อเลียนกระต่าย

            ไม่รู้ว่าครูตุ๊กแกคิดผิดหรือคิดถูกนะคะที่ไม่บอกเด็กคนอื่นๆ  เพราะช่วงเปิดเทอมแรกๆหลายครั้งที่กระต่ายโดนเด็กคนอื่นๆแกล้ง  พอถามไถ่ได้ความ  ก็ทราบเหตุผลคือ  เขาทำหน้ากวน ต......  ผมพูดด้วยเขาก็ไม่พูดด้วย  โอ้โฮ.... เจ้าคนตอบนี่มันน่า..........  ก็เลยต้องอธิบายให้เข้าใจถึงการแกล้งคนอื่นเป็นสิ่งไม่ดี  ตามประสาคนเป็นครูค่ะ  แต่ตอนนี้ดีขึ้นไม่ค่อยมีคนแกล้งแล้วเพราะเริ่มจะชิน  แต่คนตามจีบยังพอมีบ้างค่ะ อิ..อิ...

แต่ก็ยังไม่ค่อยมีเด็กๆรู้ถึงความบกพร่องของกระต่ายอยู่ดี

            แล้วครูตุ๊กแกมีวิธีการสอนอย่างไร    นี่แหละค่ะที่เป็นปัญหา  โดยส่วนตัวจะเป็นคนที่พูดเร็วมากๆๆๆๆๆ  พอสอนเสร็จก็จะถามเด็กๆว่าเข้าใจไหม  ลองทดสอบดูพอแน่ใจว่าเด็กๆเข้าใจก็ทำกิจกรรมต่อไป  บางทีก็ลืมค่ะว่ากระต่ายเข้าไม่ได้ยิน  เป็นแบบนี้บ่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ  ต้องฝึกตัวเองให้เป็นคนพูดช้าๆ  อ้าปากกว้างๆเวลาสอน  เพราะคุณแม่ของกระต่ายจะบอกว่ากระต่ายจะดูปากเวลาเราพูด

            แต่ก็มีปัญหาอีกแหละค่ะ  เพราะครูตุ๊กแกเวลาสอนจะไม่อยู่นิ่ง  สมฉายาแม่ลิงล่ะค่ะ  แล้วกระต่ายจะทันดูปากครูต๊กแกหรือคะ  อิ...อิ..

            ถ้าเป็นการสอนการคิดคำนวณจะไม่ค่อยมีปัญหา  เพราะเราสามารถจะรู้ว่ากระต่ายเข้าใจหรือไม่เข้าใจจากผลลัพธ์ของโจทย์แต่ละข้อ  ถ้าผิดก็จับมือสอนกันได้เห็นภาพ  แต่ภาษาไทยสิคะ  อยากร้องไห้  เวลาถามกระต่ายเข้าใจไหม  กระต่ายจะพยักหน้าแล้วยิ้ม  (ที่พยักหน้าน่ะ  บางทีก็รู้บางทีก็ไม่รู้ค่ะ )

            แต่ครูตุ๊กแกต้องขอชมเชยคุณครูจากมูลนิธิที่สอนกระต่ายให้สามารถเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติได้  อ่านได้เขียนได้  ลายมือสวยด้วยนะคะ  คุณแม่ของกระต่ายบอกว่ากระต่ายเรียนมาจากมูลนิธิ(ชื่ออะไรครูตุ๊กแกก็จำไม่ได้แล้วค่ะ...น่าตีจริงๆครูตุ๊กแกเนี่ย)  ประมาณ 4 ปี  คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ   จึงย้ายออกมาเรียนร่วมกับเด็กปกติตอน ป.1 ที่โรงเรียนแถวๆบ้าน  แต่กระต่ายจะบ่นปวดหัวเพราะฟังเพื่อนพูดไม่รู้เรื่อง

คุณแม่กับคุณพ่อบอกว่า  คิดกันอยู่นานค่ะว่าจะทำอย่างไร  จะให้ลูกไปเรียนที่ไหนที่ครูจะยอมรับตรงนี้ได้  และผลสรุปก็มาลงที่โรงเรียนวัดท่าไชย  ในชั้น ป.2 ค่ะ  ครูตุ๊กแกฟังแล้วรู้สึกว่านี่คือความหวังที่คุณพ่อและคุณแม่ของกระต่ายฝากไว้กับครูตุ๊กแก  ถามว่าเป็นภาระไหม  ครูตุ๊กแกขอตอบจากใจจริงเลยนะคะ  ว่าไม่ใช่  แต่เป็นความหวังที่หญิงชายคู่หนึ่งฝากไว้กับเราด้วยความเต็มใจค่ะ

คุณพ่อของกระต่ายมักจะบอกบ่อยๆว่า  คุณครูอย่าเครียดนะครับ  เขาสามารถจะรับรู้ได้แค่ไหนก็แค่นั้น  ฮือๆๆ คุณพ่อขา  ครูตุ๊กแกไม่เครียดหรอกค่ะ  แต่กังวลมากว่ากลัวว่าสิ่งที่คุณครูที่มูลนิธิสอนมาจนสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้จะมาชะงักเพราะครูตุ๊กแก  และกลัวว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ของกระต่ายผิดหวังมากกว่าค่ะ  กังวลจริงๆนะคะ

ในวันเสาร์ที่ 13 ก.ย. นี้จะมีการแข่งขันวิชาการเพื่อหาตัวแทนระดับเขตพื้นที่ไปแข่งขันระดับจังหวัด  และด้วยความที่กระต่ายเป็นเด็กลายมือสวยนี่แหละค่ะครูตุ๊กแกจึงคัดเลือกมาเป็นตัวแทนช่วงชั้นที่ 1 ในการประกวดคัดลายมือประเภทหัวกลม  มีการฝึกฝนกันมาหลายสัปดาห์แล้วค่ะ

 

แรกๆกระต่ายก็เขียนสวยตัวตรง  แต่การเขียนยังไม่ถูกต้องตามรูปแบบเท่าไร  จึงให้รูปแบบตัวอักษรที่ถูกต้องไปฝึกคัด  ฝึกมาฝึกไปตัวเอนไปข้างหลังเฉย  คัดไปนั่งมองนั่นมองนี่ไป  ครึ่งวันกระต่ายยังคัดกลอน 2 บท ไม่เสร็จเลยค่ะ (แล้วเวลาประกวดจริงๆจะคัดทันไหมเนี่ย...)

อย่าถามครูตุ๊กแกนะคะว่าแล้วเวลาฝึกจะอธิบายกันอย่างไร  อิ..อิ...  เล่นทั้งภาษามือ  ภาษาพูดแบบอ้าปากกว้างๆ ช้าๆ เนิบๆ และไปถึงขั้นเขียนอธิบายกันเลยค่ะ นึกถึงแล้วต้องร้อง เอ๋อ...พร้อมยิ้มกว้างๆตามกระต่ายไปด้วยค่ะ ^______^

แล้วจะมารายงานผลให้ทราบนะคะว่ากระต่ายจะทำได้ไหมในวันประกวด

ส่งกำลังใจให้กระต่าย  และ  ครูตุ๊กแกด้วยนะคะ

งานนี้ ครูตุ๊กแก & กระต่าย  สู้ตาย...เด้อค่าเด้อ..อออออ