ลาก่อน...ลูกลิงที่รัก...

 

 

 

 

 

ครูขา...หนูอยากอยู่กับครูต่อค่ะ  ไม่อยากไปอยู่ ป.๓

งั้นก็ตกอยู่ ป.๒ ต่อเอาไหม

เอาค่ะๆ

นั่นเป็นเสียงบอกเล่าของเด็กๆ  ในเช้าของวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ วันประกาศผลสอบ  และเลื่อนชั้น  ซึ่งกำหนดการประกาศผลและเลื่อนชั้นจะเป็นตอนบ่ายสองพร้อมกันทุกห้องเรียน  และเมื่อประกาศผลสอบเสร็จครูประจำชั้นก็จะพานักเรียนองตนเองไปส่งยังชั้นเรียนถัดไป

            ดังนั้น...ตลอดเวลาก่อนที่จะถึงเวลาส่งตัว  เด็กๆก็จะผลัดกันหมุนเวียนมาเกาะแข้งเกาะขาครูตุ๊กแกอยู่ตลอดเวลา

            ครูขา...ถ้าหนูไปอยู่ ป.๓แล้วหนูก็อดดึงขนหน้าแข้งครูสิคะ(พูดไปพร้อมกับใช้มอดึงขนหน้าแข็งครูตุ๊กไป....ซะงั้น   ใช่ของเล่นไหมน่ะ)

            ครูขา  ครูครับ  ถ้าหนูไปอยู่ ป.๓ แล้วครูจะ ฯลฯ  แล้วแต่จะถาม  ถามจนขี้เกียจตอบ

            เมื่อถึงเวลาส่งตัว...ครูตุ๊กแกก็ให้นกเรียนตั้งแถวแล้วเดินไปห้อง ป.๓กเอง (สลับกันค่ะ ปีนี้ ห้อง ก ไปห้อง ข ปีหน้า ห้อง ข ไปห้อง ข เพื่อความไม่จำเจ อิ อิ) เด็กๆหันมากวักมือเรียก ทำเสียงออดอ้อนให้เดินไปส่ง (ใครจะไปส่งล่ะ  น้ำตามันจะไหล  อยู่กันมาตั้งหนึ่งปี)

            เมื่อเด็กไปแล้ว  ครูตุ๊กแกก็กลับเข้าห้อง   แต่เด็กๆ ป.๑ที่จะขึ้น ป.๒คุณครูยังไม่นำมาส่งก็เลยเดินไปห้อง ป.๓เมื่อเด็กๆเห็นหน้าก็กวักมือเรียกกันใหญ่  เฮ่อ...น้ำตาจะไหลอีกแล้ว  อยู่ไม่ได้กลับห้องตัวเองดีกว่า  รู้สึกใจหายๆเหมือนกัน

ชินจัง...ทำไมไม่รูดซิบกางเกง

            ก็วันนี้ผมนุ่งกางเกงในมา  .. (พูดพร้อมกับส่งยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่แป้งขาวโพลน อันเป็นสัญลักษณ์ของชินจัง  ที่ใครพบเห็นก็อดไม่ได้ที่จะจับแก้มยุ้ยๆนั้น)

            ก็รู้แล้วว่านุ่งกางเกงในมา  แต่จะปล่อยให้หน้าต่างเปิดอยู่อย่างนั้นหรือ  นกกระจอกก็บินหนีหมดสิ

            อ้าวๆๆๆๆๆ  แหล่มเลย......(เสียงชินจัง)

เมื่อตอนชินจังอยู่ ป.๑ ชินจังจะไม่นุ่งกางเกงในมาโรงเรียน  นึกดูสิคะเด็กๆที่ยังแต่งตัวให้ตัวเองไม่เก่งนัก  ตอนสายๆเสื้อก็จะหลุด  เมื่อเสื้อหลุดก็จับยัด  ยัดไม่ดีตะขอกางเกงก็หลุด ซิปกางเกงก็เลื่อน  ไม่ต้องบอกค่ะ  ชินจังน้อยออกมาเพ่นพ่านทั้งวัน  เมื่อขึ้นมา ป.๒  ก็ยังไม่นุ่ง  กว่าจะบังคับให้นุ่งได้ก็ผ่านไปร่วม ๓ เดือน

            ปกติคุณครูจะไม่ค่อยถูกกับเด็กๆที่ซนๆ  และเรียนอ่อน  ประมาณว่าอ่อนอกอ่อนใจ  แต่ครูตุ๊กแกแปลก  มักจะถูกตาต้องใจกับเด็กประเภทนี้เสมอ  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้เขาเรียนดีขึ้นได้มากนัก  แต่ก็ทำให้เขาสามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนๆในห้องเรียนได้อย่างภาคภูมิใจ  เพราะเด็กๆ เมื่อด้อยอย่างหนึ่งก็มักจะมีอย่างอื่นโดดเด่นขึ้นมาทดแทน  เหมือนเจ้าสามหนุ่มสามมุม  อมยิ้มชั้นเลิศของครูตุ๊กแก  ที่จะพกความเป็นเด็กอารมณ์ดีและมุขฮาๆมาฝากตลอด  แถมวีรกรรมสุดซ่านกลายเป็นขวัญใจของครูตุ๊กแกและเพื่อนๆในห้อง  ห้องอื่นๆเด็กเรียนดีจะดัง  แต่ที่ห้อง ป.๒ข เด็กพิเศษจะโด่งดัง อิ..อิ

            เฮ่อ...นึกแล้วก็เศร้า 

ต่อไปนี้ไม่มีชินจัง  ไก่อูแล้วใครจะทำให้ครูตุ๊กแกยิ้มได้เวลาเครียดๆ  ใครจะมาให้ครูตุ๊กแกแกล้งเวลาเหงาๆ  ใครจะมาคอยทำหน้าตาท่าทางประหลาดๆ ให้ได้ยิ้ม  ใครจะมาให้ครูตุ๊กแกกัดหูกอดรัดฟัดเหวี่ยงเวลามันเขี้ยว

 ไม่มีแบมแล้วใครจะคอยมาเป็นแม่คนที่สองของครูตุ๊กแก

  ไม่มีกำแพงแล้วใครจะคอยมางอนแข่งกะครูตุ๊กแก(ขี้งอนพอกันทั้งครู  ทั้งเด็ก)

ไม่มี และ ไม่มีๆๆๆๆๆ ฮือๆๆๆ แงๆๆๆๆๆๆ

เขาเป็นของคนอื่น  ท่องเอาไว้ในใจ  เขาเป็นของคนอื่นเขียน....ไว้ทำไมข้างเตียง  เขียนไว้ที่ฝาห้องเรียนไม่ได้เหรอ (ไม่ได้ค่ะเดี๋ยว ผอ.ดุ  ผอ.ไม่ให้เขียนฝาผนัง และกำแพง  ครูตุ๊กแกเนี่ยซนจริงๆ....เสียงยายแบม)

ครูตุ๊กแกเว่อร์ไปไหม  ห้องป.๓ ก็อยู่ติดกะ ป.๒ข แค่กำแพงกั้น  ทำยังกะไปอยู่ซะไกล   อ้าว  คริ...คริ ^__^

 

เอ่อ...1ปีการศึกษาผ่านไป  มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุข และเศร้า  แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ  แรกๆก็ว่าจะไม่รัก  อยู่ไปก็อดที่จะรักลูกชาวบ้านเขาไม่ได้  หลังจากวันนี้  คงต้องมานั่งนึกทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา  อะไรบ้างที่เราผิดพลาดและต้องปรับปรุง(รู้สึกจะมีเยอะ อิ.อิ..)  สิ่งใดบ้างที่ต้องทำให้ดีขึ้น  และสิ่งใดบ้างที่ไม่เคยทำและต้องทำเพิ่มเติม  เพื่อเจ้าลูกลิงรุ่นต่อไป  ท้าทายชะมัด ^__^

 

(เสียงครู ป.๑ ดังมาจากหน้าห้องเรียน)  เอ้า...อาลัยอาวรนัก  งั้นให้ตัวตายตัวแทน  ปวดหัวไม่แพ้ชินจัง ไก่อูแน่นอน

เฮ่อ....มองท่า ปีการศึกษาต่อไป  คงรับศึกไม่แพ้รุ่นนี้แน่ๆ คริ...คริ

ปล.ขอบคุณนะคะที่ทนอ่านจนจบ  สาระอาจไม่มี  แต่รอยยิ้มคงได้ไปบ้างไม่มากก็น้อย จากรูปของบรรดาเจ้าลูกลิง ๘๘